ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
13-07-2020, 22:09
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  สภากาแฟ  |  **ก่อนไปร่วมชุมนุม ศึกษาความน่าเชื่อถือของแกนนำก่อนดีไหมจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ** 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1] 2
**ก่อนไปร่วมชุมนุม ศึกษาความน่าเชื่อถือของแกนนำก่อนดีไหมจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ**  (อ่าน 3685 ครั้ง)
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« เมื่อ: 08-12-2006, 11:27 »

มีกลุ่มอย่างน้อย 3 กลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้คนไปชุมนุมกันมากๆ ในวันที่ 10 ธค.นี้

หากคิดจะไปเข้าร่วม อย่างแรกก็ต้องถามตัวคุณเองก่อนว่า มีจุดประสงค์อะไรที่อยากไปร่วมชุมนุม ซึ่งก็ไม่พ้นไปจากความต้องการเหล่านี้หรอก..

1..ประท้วงการยึดอำนาจของคมช.และเรียกร้องประชาธิปไตย
2..ต้องการให้ทักษิณกลับมาปกครองประเทศ
3..อยากเด่นอยากดังเพื่อเป็นที่สนใจและจับตามอง
4..อยากไปเป็นไทยมุงเพื่อความตื่นเต้นของชีวิต
5..เพื่อ "เงิน"

อยากรู้ว่าทำเพื่อเงินหรือไม่ ก็ถามตัวเองดูว่า ถ้าเขาไม่ให้ยังจะไปไหม

  หลังจากได้คำตอบว่าคุณมีจุดประสงค์ 1 ใน 5 ข้อข้างต้นแล้ว ก็ต้องศึกษาขั้นตอนต่อไป คือ ใครเป็นแกนนำของคุณ? และมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?

ตอบคำถามสองข้อใหญ่ๆ ข้างต้นให้ได้ก่อนนะครับ ถ้าไม่รู้จักพื้นเพชีวิตและการต่อสู้ของเขาดีพอขอให้หาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ในสื่อสารมวลชนและอินเตอร์เน็ต ถ้าจนปัญญาจริงๆ ให้สอบถามผู้ที่มีปัญญากว่าคุณ เช่น ครูบาอาจารย์ทางด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง หรือ เพื่อนที่มีภูมิความรู้ดีกว่าคุณ  เพราะแต่ละกลุ่มแต่ละก้อนมีที่มาที่ไปแตกต่างกันทั้งนั้นครับ ดังที่มีการเปิดโปง สาวไส้กันออกมาของบรรดาแกนนำม๊อบขาใหญ่ในซีกของรัฐบาลทักษิณ

ไอ้ที่คุยโวว่า จะมีคนมา 3 หมื่นเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยนั้น  ถ้าเป็นคนแก่คนเฒ่า ทางภาคเหนือภาคอีสาน ต้องขนเสื่อขนหมอนมานอน มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ถ้าไม่มีอำนาจ "เงิน" มายุ่งเกี่ยว

คิดในแง่ของความจริงก็แล้วกันว่า ถ้าพวกเขาเดินทางมาโดยอุดมการณ์ ต้องเสียค่ารถไป-กลับเกือบ 1000บาท ไม่รวมกิน-อยู่ แสดงพลังเสร็จ วันรุ่งขึ้นกลับน่ะ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ

ตัวแกนนำบางกลุ่มเองก็หางโผล่ หางงอกมาเป็นระยะๆ หน้าที่การงานและตำแหน่งในอดีต ก็เคยรับใช้ รับจ้างจัดม็อบ ขนม็อบให้กับผู้มีอำนาจเก่ามาแล้วทั้งชีวิต  จู่ๆ จะมีอุดมการณ์บริสุทธิ์ขึ้นมาแบบกระทันหัน  คงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน

ศึกษาความน่าเชื่อถือของแกนนำของคุณก่อนเป็นอย่างแรกว่า น่าเชื่อถือแค่ไหน อย่ายึดแค่คำพูดและอุดมการณ์ที่พวกเขายกขึ้นมาอ้าง  เพราะนั่นยังไม่พอที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจได้

มีกลุ่มที่เป็นพลังบริสุทธิ์จริงๆ ก็น่าจะเป็นกลุ่มของนักศึกษาที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า 19 กันยา นำโดยคุณอุชเชนทร์ เชียงแสน ที่ชัดเจนมาแต่ต้น (แต่อาจแปรเปลี่ยนได้ในบั้นปลาย ต้องจับตาดูต่อไป)

นอกนั้น มันสร้างพลังหลอกเอาเงิน เอาข้อต่อรองกับกลุ่มอำนาจเก่าทั้งสิ้น แต่เขาคงไม่ยอมรับกันหรอกครับ เพราะถ้ายอมรับ การเคลื่อนไหวมันก็จะจบสิ้นเพียงแค่นั้น  โถ..อุตส่าห์เดินมาตั้งไกล

สร้อยสนกลในเชื่อมโยงกันหลายทอดครับ โดยผ่านนางและนายนกต่อต่างๆ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านและคมช.จับทางได้ แม้แต่นายทหารแก่ๆ ที่หมดอำนาจไปแล้วยังตะเกียกตะกายออกมารับจ๊อบด้วย โถ..น่าสงสารนะ หลงทางมาตั้ง แสนไมล์ และยังคงต้องคลำทางต่อไป

แต่ปิดอย่างไรก็ไม่มิดครับ ยิ่งปิดยิ่งมีคนนำมาเปิดโปงสาวไส้ และคนที่สาวไส้ก็มีเงื่อนงำที่ออกมาสาวไส้ความจริงเบื้องหลังในครั้งเก่าด้วย


ไหนๆ คุณก็ปวารณาตัวว่าเป็นชาวรากหญ้าแล้ว ก็อย่าให้เขาตราหน้าว่าต้อง "กินหญ้า" อีกด้วยเลยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-12-2006, 11:37 โดย *bonny » บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #1 เมื่อ: 08-12-2006, 11:37 »

เสียดายนะค่ะ ถ้าคนรักประชาธิปไตย(จริงๆ)จะต้องโดนหลอกโดยคนที่ไม่รู้แม้แต่ความหมายของคำว่าประชาธิปไตย
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #2 เมื่อ: 08-12-2006, 11:37 »

ประเด็นหลักไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นแกนนำ...แต่อยู่ที่ไปร่วมชุมนุมประท้วงเพระอะไรต่างหาก

หากใครที่คิดว่าบ้านนี้เมืองนี้อยู่สุขสบายไม่เดือดร้อนกับการที่มีสถานะภาพเหมือนกับพม่า...ก็อยู่บ้านกระดิกteenเฉยๆ
แต่หากใครที่คิดว่าน่าอับอายและเจ็บแค้นที่ถูกทหารปล้นและฉีกรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียวของปชช....ก็ไปเจอกันที่สนามหลวง



ไม่มีหญ้า ไม่มีฟาง...เข้ามาเกี่ยวข้อง



มันเป็นเรื่องของความรู้ร้อนรู้หนาวของแต่ละคนว่าจะยอมมีสถานะภาพเป็นพลเมืองภายใต้การปกครองแบบไหนต่างหาก!!
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #3 เมื่อ: 08-12-2006, 11:40 »


แต่หากใครที่คิดว่าน่าอับอายและเจ็บแค้นที่ถูกทหารปล้นและฉีกรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียวของปชช....ก็ไปเจอกันที่สนามหลวง



ผมรู้สึกอับอายและเจ็บแค้นที่ต้องถูกโกงภาษีไปให้คนมีอำนาจกลุ่มหนึ่งนับแสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมาต่างหาก

ถ้ามีการชุมนุมเพื่อขับไล่ทั้งครอบครัวออกไปจากประเทศนี้ตลอดกาลเมื่อไร ให้บอกด้วยนะครับ จะไปร่วมชุมนุม
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
varada
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1,193



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 08-12-2006, 11:44 »

สบายใจอย่างนี้ จะออกไปทำใม เออ........ถ้ามีคอนเสริตให้ดู มีของให้ช๊อปปิ้งก็ว่าไปอย่าง
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #5 เมื่อ: 08-12-2006, 11:50 »


แต่หากใครที่คิดว่าน่าอับอายและเจ็บแค้นที่ถูกทหารปล้นและฉีกรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียวของปชช....ก็ไปเจอกันที่สนามหลวง



ผมรู้สึกอับอายและเจ็บแค้นที่ต้องถูกโกงภาษีไปให้คนมีอำนาจกลุ่มหนึ่งนับแสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมาต่างหาก

ถ้ามีการชุมนุมเพื่อขับไล่ทั้งครอบครัวออกไปจากประเทศนี้ตลอดกาลเมื่อไร ให้บอกด้วยนะครับ จะไปร่วมชุมนุม



ถ้าการกล่าวหาบุคลลใดก็ตามปราศจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์...มันก็ไม่ต่างกับใบปลิวที่เค้าใช้กันเพื่อทำลายใครสักคนหรอกครับ นึกถึงคนที่ถูกกล่าวหาบ้างเถอะครับ ถ้าตัวคุณเป็นคนที่ถูกกล่าวหาลอยๆบ้างจะรู้สึกอย่างไร?
บันทึกการเข้า
see - u
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,370


.......... I'm not Supergirl


« ตอบ #6 เมื่อ: 08-12-2006, 11:52 »

มีกลุ่มอย่างน้อย 3 กลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้คนไปชุมนุมกันมากๆ ในวันที่ 10 ธค.นี้

1..ประท้วงการยึดอำนาจของคมช.และเรียกร้องประชาธิปไตย
2..ต้องการให้ทักษิณกลับมาปกครองประเทศ
3..อยากเด่นอยากดังเพื่อเป็นที่สนใจและจับตามอง
4..อยากไปเป็นไทยมุงเพื่อความตื่นเต้นของชีวิต
5..เพื่อ "เงิน"



*  อ้าว !   ติดอยู่ในข้อ 4 .  เสียแร่วเรา

    คือว่า ...จะไปดูว่าเขา เย้ว ๆ อะไรกันนักหนาด้วยตัวเองอ่ะคะ ... แต่จะไปวันที่ 9

    เพราะสงสัยว่า ... ขนาดคนที่เข้ามาโวยวาย ... พิมพ์ผิดๆ ถูก เข้ามาก็ด่า ป๋า เสียๆหายๆ ด้วยคำพูดอะไรก็ไม่รู้

    แบบรีบเขียนรีบพิมพ์ ... หายใจแทบไม่ทัน ... อย่างมดชมพูตัวน้อยตัวนิดเนี่ย !

    มันน่าเชื่อถือตรงไหนหว่า ............. ???? 
   
บันทึกการเข้า

    " I  will  unforgive  you  to  do  the  bad  thing  like  this. "   

                           

                        The  fox  changes  his  skin  but  not  his  habits.   *

                 Superman ( It's Not Easy )   >>  http://www.ijigg.com/songs/V2B7G4GPD
    
    
   "  กฏหมายต้องเดินหน้าเอาผิดต่อคนไม่ดี  ........  ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมากล่าวเอาโทษกฏหมาย  "

                                     
                                          
ooo
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 670


« ตอบ #7 เมื่อ: 08-12-2006, 11:59 »


ไม่มีหญ้า ไม่มีฟาง...เข้ามาเกี่ยวข้อง


แล้วตะพายที่จมูกล่ะมีป่าว อย่าไปให้ใครเขาจูงได้เชียวนา
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #8 เมื่อ: 08-12-2006, 12:07 »


ไม่มีหญ้า ไม่มีฟาง...เข้ามาเกี่ยวข้อง


แล้วตะพายที่จมูกล่ะมีป่าว อย่าไปให้ใครเขาจูงได้เชียวนา


อีก 4 วันจะถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2549 วันรัฐธรรมนูญ
ทุกปีจะมีนักรักประชาธิปไตย นักรักรัฐธรรมนูญเคลื่อนไหว
เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง รัฐธรรมนูญสำหรับประชาชน

การเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญปีนี้
คงไม่เหมือน 5-6 ปีที่ผ่านมา  อาจจะมีนักรักประชาธิปไตย
นักรักธรรมนูญของปลอมแอบแฝงเป็นคลื่นใต้น้ำ
ต่อต้านคณะ คมช.และรัฐบาลใหม่ พล.อ.สุรยุทธ์ จากบริวารของกลุ่มอำนาจเก่า
ของรัฐบาลที่ถูกรัฐประหารไปแล้ว ผสมโรง เป็นนักรักประชาธิปไตย นักรักธรรมนูญ


ทั้งที่คนเหล่านี้เป็นบริวารของนักธุรกิจการเมืองที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย
ทำร้ายรัฐธรรมนูญอย่างยิ่งตลอดเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา....



โปรดระวังของปลอมและของเลียนแบบจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ กลุ่มอำนาจเก่า ของรัฐบาลเก่า !!



ผมให้คำแนะนำเพิ่มเติม...........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
เก็ดถวา
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2,753



« ตอบ #9 เมื่อ: 08-12-2006, 12:08 »


มีกลุ่มที่เป็นพลังบริสุทธิ์จริงๆ ก็น่าจะเป็นกลุ่มของนักศึกษาที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า 19 กันยา นำโดยคุณอุชเชนทร์ เชียงแสน ที่ชัดเจนมาแต่ต้น (แต่อาจแปรเปลี่ยนได้ในบั้นปลาย ต้องจับตาดูต่อไป)



สำหรับตัวคุณอุเชนทร์ อาจจะบริสุทธิ์นะคะ

เพราะเค้าเคยออกมาเคลื่อนไหวเรื่องท่อก๊าซ ในยุคหน้าเหลี่ยม


แต่สำหรับเครือข่ายนี้ แกงค์เดียวกับ บก.ลายจุด หรือเปล่าคะ

ถ้าเช่นนั้นแล้ว.. หนูไม่เชื่อว่าเป็นพลังบริสุทธิ์หรอกค่ะ

 
บันทึกการเข้า

Avada Kedavra!!!!!!!
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #10 เมื่อ: 08-12-2006, 12:14 »

ประเด็นหลักไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นแกนนำ...แต่อยู่ที่ไปร่วมชุมนุมประท้วงเพระอะไรต่างหาก

หากใครที่คิดว่าบ้านนี้เมืองนี้อยู่สุขสบายไม่เดือดร้อนกับการที่มีสถานะภาพเหมือนกับพม่า...ก็อยู่บ้านกระดิกteenเฉยๆ
แต่หากใครที่คิดว่าน่าอับอายและเจ็บแค้นที่ถูกทหารปล้นและฉีกรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียวของปชช....ก็ไปเจอกันที่สนามหลวง



ไม่มีหญ้า ไม่มีฟาง...เข้ามาเกี่ยวข้อง



มันเป็นเรื่องของความรู้ร้อนรู้หนาวของแต่ละคนว่าจะยอมมีสถานะภาพเป็นพลเมืองภายใต้การปกครองแบบไหนต่างหาก!!




หากใครที่คิดว่าบ้านนี้เมืองนี้อยู่สุขสบายไม่เดือดร้อนกับการที่มี สถานะภาพเหมือนกับพม่า...

อยากจะให้รากหญ้าไปประท้วงด้วย ทำไมต้องโกหก โป้ปด หลอกลวง พวกเขา........ Question


คนรักทักษิณ สาวก หวอรูม และ รากหญ้า ไม่มีสติปัญญาจะคิด จะไตร่ตรองเองว่า สถานการณ์บ้านเมืองไทยเวลานี้ กับ สถานการณ์บ้านเมืองพม่าเวลานี้ แตกต่างกันอย่างไร จึงให้คนแอบอ้างเป็น"อาจารย์" หลอกลวงได้......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
engg
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 388


« ตอบ #11 เมื่อ: 09-12-2006, 14:17 »

ไปร่วมด้วยหลักการต่อต้านการปฏิวัติ ก็เพียงพอแล้ว
บันทึกการเข้า
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« ตอบ #12 เมื่อ: 09-12-2006, 14:34 »


แต่หากใครที่คิดว่าน่าอับอายและเจ็บแค้นที่ถูกทหารปล้นและฉีกรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียวของปชช....ก็ไปเจอกันที่สนามหลวง



ผมรู้สึกอับอายและเจ็บแค้นที่ต้องถูกโกงภาษีไปให้คนมีอำนาจกลุ่มหนึ่งนับแสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมาต่างหาก

ถ้ามีการชุมนุมเพื่อขับไล่ทั้งครอบครัวออกไปจากประเทศนี้ตลอดกาลเมื่อไร ให้บอกด้วยนะครับ จะไปร่วมชุมนุม



แต่หากใครที่คิดว่าน่าอับอายและเจ็บแค้นที่ถูกทหารปล้นและฉีกรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียวของปชช....ก็ไปเจอกันที่สนามหลวง

คนแอบอ้างเป็น"อาจารย์" เหลวไหลจริง ๆ.....

ก่อน 19 กันยายน  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินจะขับไล่ทักษิณ....
ผมเหน็ดเหนื่อยหลายครั้ง ไปเดินขับไล่เผด็จการจากการเลือกตั้ง ยังไม่หายเหนื่อยเลย จะหลอกผมไปสนับสนุนลิ่วล้อ"เผด็จการจากการเลือกตั้ง"อีก........

คิดเหลวไหลอย่างนั้น ไม่ไหวจริง ๆ.....................ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า



บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
555555555555
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 309



« ตอบ #13 เมื่อ: 11-12-2006, 10:35 »


แต่หากใครที่คิดว่าน่าอับอายและเจ็บแค้นที่ถูกทหารปล้นและฉีกรัฐธรรมนูญฉบับแรกและฉบับเดียวของปชช....ก็ไปเจอกันที่สนามหลวง



ผมรู้สึกอับอายและเจ็บแค้นที่ต้องถูกโกงภาษีไปให้คนมีอำนาจกลุ่มหนึ่งนับแสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมาต่างหาก

ถ้ามีการชุมนุมเพื่อขับไล่ทั้งครอบครัวออกไปจากประเทศนี้ตลอดกาลเมื่อไร ให้บอกด้วยนะครับ จะไปร่วมชุมนุม



ถ้าการกล่าวหาบุคลลใดก็ตามปราศจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์...มันก็ไม่ต่างกับใบปลิวที่เค้าใช้กันเพื่อทำลายใครสักคนหรอกครับ นึกถึงคนที่ถูกกล่าวหาบ้างเถอะครับ ถ้าตัวคุณเป็นคนที่ถูกกล่าวหาลอยๆบ้างจะรู้สึกอย่างไร?


หลักฐานน่ะมีแน่ แต่เด๋วเมิงก็บอกว่าหลักฐานปลอมอีกไอ้เวร ลิ้วล้อยังไงก็เป็นลิ้วล้อวันยังค่ำว่ะ
บันทึกการเข้า
ล้างโคตรทักษิณ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



« ตอบ #14 เมื่อ: 11-12-2006, 10:58 »

สรุปแล้ว ประสบผลดีมาก ตั้ง ห้า....ร้อยกว่าๆ

โจรห้าร้อยชุมนุมที่ อนุสาวรีย์ หรือ ควายห้าร้อยหว่า
บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #15 เมื่อ: 11-12-2006, 11:54 »

ด่า เค้าไว้ยังไง เลียน้ำลาย ตัวเองหมด ต่อไป อย่าไปกล่าวหา คนที่ มาชุมนุม นะครับ ท่านลิ่วล้อทักษิณทั้งหลาย
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
นายเกตุ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,289



« ตอบ #16 เมื่อ: 11-12-2006, 12:21 »

แล้วเมื่อไหร่จะชุมนุมถึงหลักหมื่นสะทีละ
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 11-12-2006, 13:45 »

ผมเป็นห่วงตรง "วีซีดีน้องปู" นี่แหละครับ

พวกพิราบคุมกำเนิดไล่แจกเป็นพันๆ ชุด 
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

engg
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 388


« ตอบ #18 เมื่อ: 11-12-2006, 14:05 »

Mr. Greenปัจจุบัน สังคมโลกส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันด้วยระบอบที่เป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดคือระบอบประชาธิปไตย Mr. Green
Mr. Greenระบอบนี้ตัดสินกันด้วย การลงคะแนนเป็นหลัก Mr. Green

Sadคนกลุ่มหนึ่งใช้กำลังเป็นเครื่องมือในการตัดสิน เป็นการกระทำที่ผิดหลัก ไม่สามารถยอมได้ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดๆก็ตาม Crying or Very sad
Sadเปรียบเหมือนอ้างว่าญาติถูกฆ่า แล้วไปฆ่าคนนั้นตาย ก็ยอมไม่ได้เช่นกัน Sad color]

Sadกรณีการปฏิวัติ ก็ยอมไม่ได้เช่นกัน ต้องร่วมมือกันต่อต้าน สิ่งที่ต้องศึกษาคือต้องไม่ใช้กำลัง ไม่ใช้วิธีที่รุนแรง Sad

Crying or Very sadโดยเฉพาะ คนทำ หัวหน้าขาดศิลข้อมุสา ไม่น่าเชื่อถือ น้ำตาไหล แต่งตั้งพรรคพวก ฯ Crying or Very sad

Smileสมควรอย่างยิ่งที่ต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะขบวนการเสรีไทยในเว็บ Smile
บันทึกการเข้า
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #19 เมื่อ: 11-12-2006, 14:41 »

ผมแยกแยะออกครับ ว่าชาติ พระมหากษัตริย์ ประชาชน ความสงบสุข ความสามัคคี กับ ประชาธิปไตย ที่ไม่ได้รู้ความหมายของมัน อ้างเพื่อนายตัวเองเท่านั้น มันแตกต่างกันอย่างไร และอะไรควรมาก่อน
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
ล้างโคตรทักษิณ
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



« ตอบ #20 เมื่อ: 11-12-2006, 15:32 »

ประเทศชาติ มาก่อน รัฐธรรมนูญนะ

ไม่มีประเทศ แล้ว จะเอารัฐธรรมนูญ 2540 ไปบังคับใช้กะ ลาว เขมรเรอะ

ต่อต้านกลับมาของ เผด็จการนายทุนใส่สูท
( หน้าเหลี่ยมๆ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-12-2006, 15:36 โดย ล้างโคตรทักษิณ » บันทึกการเข้า
engg
ขาประจำ
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 388


« ตอบ #21 เมื่อ: 11-12-2006, 22:07 »

Sadเขมรแดงยึดประเทศได้ ที่ล้มหายไปคือชนชั้นกลาง ชั้นสูงที่ดูถูกรากหญ้า ประเทศไม่ได้หายไปไหน Sad

Sadวิธีการที่อ้างว่าประเทศจะล่มจม ไว้ใช้กดขี่คนด้อยโอกาส Sad
บันทึกการเข้า
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 11-12-2006, 22:11 »

แล้วงานนี้น้องจ๊ะไปด้วยรึเปล้าช่วยตอบหน่อย 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #23 เมื่อ: 13-12-2006, 07:45 »

สวัสดีครับ..

เว็ปป่วยจนหายไปจากความทรงจำเลย
.....................................................
คุณengg..

ถ้าบริสุทธิ์ใจที่จะขับไล่เผด็จการ เรียกร้องประชาธิปไตยก็ไปแสดงออกเถอะครับ เป็นสิทธิเสรีภาพอันพึงกระทำได้

แต่ที่ผมตั้งหัวข้อเตือนภัยนี้ ก็เพราะเห็นว่า มีหลายกลุ่มฉวยโอกาสนำเอาสิทธิเสรีภาพของคุณมาสร้างราคาให้ตนเอง ซึ่งก็เห็นได้ชัดแล้วว่า ที่แท้ที่มาที่ไปของนายเตมูจิน คืออะไร  การเคลื่อนไหวของเขาเป็นอุดมการณ์ที่บริสุทธิ์หรือไม่

คุยว่าตนจะมาเป็นหมื่น ซึ่งผมก็บอกแล้วว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะประเทศเราไม่มีคนมีอุดมการณ์บริสุทธิ์ในยามนี้มากขนาดนั้น แล้วเป็นไง  ชิ่งหนีเป็นคนแรกไปเลย

ผมไม่ชอบเผด็จการทั้งหลายทั้งปวงหรอกครับ แต่เผด็จการทหารชุดนี้ผมไม่คัดค้าน เพราะพวกเขาเป็นพวกเดียวที่จะขุดรากเหง้าของทักษิณออกไปได้หมด  ลำพังขบวนการประชาธิปไตยไม่มีวันเอาเขาและพรรคพวกมาลงโทษได้ตามกบิลเมืองหรอกครับ  อย่างมากก็ทำให้พวกเขากลายเป็นฝ่ายค้านแต่เช็คบิล..เป็นไปไม่ได้

ระหว่างนักการเมืองเลวที่เป็นภัยกับประเทศชาติ กับทหารที่ย่ำยีประชาธิปไตยแต่กำจัดนักการเมืองเลวได้ ผมคงต้องให้โอกาสทหารชุดนั้นสักระยะ  เพราะที่มาของพวกท่านเหล่านี้ก็เป็นคนของในหลวงทั้งนั้น และที่สำคัญ พวกเขามาจากเงินภาษีของประชาชน  เมื่อชาติบ้านเมืองมีภัยร้ายแรง(ที่สุดในประวัติศาสตร์) ถ้าไม่ปฏิวัติสิ..ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #24 เมื่อ: 13-12-2006, 09:03 »

ผมขออนุญาตนำอาหารสมองมามอบให้กับท่านเจ้าของกระทู้และชนชั้นปัญญาชนสองหน้าได้เสพมุมมองที่สะท้อนโดยอาจารย์พิชิตเกี่ยวกับบุคคลิกของปัญญาชนที่มีความรู้แต่ขาดสติให้ลองอ่านกันดู

ได้โปรดโต้ตอบบทวิเคราะห์ดังกล่าวด้วยปัญญาแทนการใช้อารมณ์กราดเกรี้ยวจะดีไหมครับ?

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ : มายาคติของ ‘ปัญญาชนตีสองหน้า’   
 


รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

เราได้เห็นแล้วว่า ปัญญาชนชั้นกลางกลุ่มใหญ่อันประกอบด้วย นักวิชาการ อาจารย์และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้นำสหภาพแรงงาน นักเคลื่อนไหวองค์กรพัฒนาเอกชน ราษฎรอาวุโส ‘ผู้ดี’ รวมถึงอดีตคนเดือนตุลา ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปกครองจารีตนิยม-ราชการ เป็น ‘ปัญญาชนขุนนางใหม่’ ที่ร่วมมือกันก่อรัฐประหาร 19 กันยายน ปัญญาชนส่วนนี้ไม่ใช่พลังประชาธิปไตย แต่เป็นพลังอำนาจนิยม เราเรียกว่า ปัญญาชนขวาจัด

 

ยังมีปัญญาชนชั้นกลางอีกส่วนหนึ่งซึ่งมีบทบาทร่วมกับปัญญาชนขวาจัดในการขับไล่รัฐบาลไทยรักไทย พวกนี้สารภาพว่า ทันทีที่ได้ยินข่าวรัฐประหาร ก็รู้สึกโล่งอก ดีใจว่า วิกฤตการณ์จบสิ้นลงเสียที ขณะเดียวกันก็แก้ตัวว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร แต่ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ควรหันมาร่วมมือกันปฏิรูปการเมือง ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เกิดประชาธิปไตยและป้องกันการกลับมาของนักการเมืองโกงดีกว่า’ ทั้งที่ข้อแก้ตัวดังกล่าวมีตรรกะเดียวกันกับกรณีเจ้าของบ้านถูกโจรปล้นเผาบ้านไปแล้วก็บอกกับตัวเองว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับการปล้นเผาบ้าน แต่ก็ได้เป็นไปแล้ว จึงควรหันมาร่วมมือกับโจร สร้างบ้านขึ้นมาใหม่ดีกว่า’

 

ปัญญาชนส่วนนี้ทำตัวเป็น ‘คนดีในสองโลก’ คือในโลกของชนชั้นปกครอง พวกเขาต่อต้าน ‘ระบอบทักษิณและนักการเมืองคดโกง’ แต่ในโลกของผู้ถูกปกครอง พวกเขาเรียกร้อง ‘สิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย’ คนพวกนี้อยากได้รางวัลการแสดงยอดเยี่ยมจากทั้งสองค่าย เราเรียกว่า ‘พวกปัญญาชนตีสองหน้า’

 

การวิเคราะห์จะแสดงให้เห็นว่า ในกรณี 19 กันยายน คนพวกนี้ถ้าไม่ใช่ไร้เดียงสาทางการเมืองอย่างสุดกู่ ก็เป็นพวกอำนาจนิยมเช่นเดียวกับปัญญาชนขวาจัด จะต่างกันก็เพียงว่า คนพวกนี้เป็นพวกอำนาจนิยมอีแอบเท่านั้น

 

ปัญญาชนตีสองหน้ามีความเชื่อเหมือนปัญญาชนขวาจัดคือ ‘คุณธรรมนำประชาธิปไตย’ นักการเมืองต้องมีจริยธรรมสูงส่ง เสียสละ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ตน ซื่อสัตย์สุจริต รัฐธรรมนูญต้องร่างเพื่อให้ ‘คนที่ขาวสะอาด’ เข้ามาสู่การเมือง คนพวกนี้ไม่เข้าใจว่า นักการเมืองทั่วโลกทุกชาติภาษาก็เหมือนกันหมดคือ ‘เห็นแก่ประโยชน์ตน’ หลักการของประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐจึงไม่ใช่ ‘ให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง’ แต่เป็นการใช้รัฐธรรมนูญและกฎหมายมาตีกรอบพฤติกรรมของนักการเมือง วางแรงจูงใจทางกฎหมายและมาตรการสังคมกำกับให้นักการเมืองมีพฤติกรรมและการกระทำที่ทุจริตน้อยที่สุดและประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด

 

พวกปัญญาชนตีสองหน้าเชื่อและหมกมุ่นในวาทกรรม ‘ระบอบทักษิณ’ ไม่แพ้ปัญญาชนขวาจัด เห็นว่า ผู้นำรัฐบาลไทยรักไทยเป็นมหาอสุรกายจากนรก ขึ้นมาครอบงำระบบการเมืองและเศรษฐกิจอย่างเบ็ดเสร็จจนไม่มีทางออก ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญถูกทำลายเหลือแต่สัญลักษณ์ การเลือกตั้งและวิถีทางประชาธิปไตยปกติจึงไม่ใช่ทางเลือก ปัญญาชนกลุ่มนี้จึงเข้าเป็นแนวร่วมกับพวกปัญญาชนขวาจัด ปฏิเสธการเลือกตั้ง เคลื่อนไหวประท้วงขับไล่ผู้นำรัฐบาล คนพวกนี้แสร้งไม่เข้าใจว่า วาทกรรม ‘ระบอบทักษิณ’ นั้น เนื้อแท้คือมุ่งฉีกรัฐธรรมนูญ ทำลายประชาธิปไตย และสถาปนาระบอบอำนาจนิยม

 

แม้กลุ่มปัญญาชนขวาจัดจะได้แสดงสีสันที่เป็นอำนาจนิยมออกมาอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มการเคลื่อนไหวต้นปี 2549 ด้วยการเรียกร้องมาตรา 7 และให้มีรัฐประหาร แต่พวกปัญญาชนตีสองหน้าก็ยังหลับหูหลับตาเป็นแนวร่วมขับไล่รัฐบาลอย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยแก้ตัวว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 7 และรัฐประหาร แต่ต้องแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่างไว้ก่อน’ ซึ่งก็คือ เชื่อว่า ระหว่างภัยรัฐประหารกับ ‘ภัยระบอบทักษิณ’ นั้น อย่างหลังอันตรายกว่า

 

พวกนี้เข้าข่ายไร้เดียงสาทางการเมืองหากเชื่อว่า พวกตนสามารถโค่นล้ม ‘ระบอบทักษิณ’ ลงโดยที่ยังรักษารัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยเอาไว้ได้ ซึ่งก็คือ เชื่อว่า พวกตนมีพลังอันเกรียงไกรที่จะสร้างความปั่นป่วนและวิกฤตจนไล่รัฐบาลออกไปได้สำเร็จโดยที่สามารถยันภัยรัฐประหารเอาไว้ได้ในขณะเดียวกัน ปัญญาชนตีสองหน้าไม่เข้าใจว่า ประชาธิปไตยไม่ได้ลอยอยู่ในสุญญากาศ หากแต่ต้องมีพลังชนชั้นหลักในสังคมสนับสนุน และก่อน 19 กันยายน พลังที่ต้องการรักษารัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยไว้เพื่อผลประโยชน์ตนก็คือ รัฐบาลไทยรักไทยของกลุ่มทุนใหม่และพลังชนชั้นล่างในเมืองและชนบท แต่พวกเขาทำเป็นไม่เห็นและยังเลือกที่จะร่วมมือกับปัญญาชนขวาจัดเพื่อขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

 

คนพวกนี้เข้าข่ายเป็นพวกอำนาจนิยมอีแอบหากประเมินว่า ‘ระบอบทักษิณ’ ที่ยังมีรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง หลักนิติรัฐ และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน (ที่แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ยังไม่ถูกทำลาย) มีอันตรายและเลวร้ายยิ่งกว่ารัฐประหารที่ปกครองด้วยคำสั่ง ประกาศ ธรรมนูญการปกครอง และกฎอัยการศึก

 

ความเป็นอำนาจนิยมอีแอบของคนกลุ่มนี้ยังแสดงออกผ่านคำขวัญ ‘ไม่เอาทักษิณ ไม่เอารัฐประหาญ’ ซึ่งก็คือ ให้มีประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง แต่ถ้าทักษิณชนะเลือกตั้ง พวกตนก็จะออกมาขับไล่ทักษิณ ตรรกะดังกล่าวเป็นผลพวงของวาทกรรม ‘ระบอบทักษิณ’ ที่เชื่อว่า รัฐบาลไทยรักไทยชนะเลือกตั้งด้วยการ ‘ซื้อเสียง’ ผ่านนโยบายประชานิยมที่มอมเมาและกระตุ้นความอยากบริโภคของประชาชนชั้นล่าง จึงเป็นเสียงข้างมากที่ ‘ไม่มีความชอบธรรม’

 

เอาเข้าจริง ปัญญาชนตีสองหน้ากำลังพูดว่า ‘มีประชาธิปไตย มีเลือกตั้งก็ดี แต่ต้องเลือกเฉพาะคนที่พวกฉันเห็นด้วยเท่านั้นนะ ถ้าเลือกคนอื่น ก็คือเอ็งโง่’ นี่คืออัตตาธิปไตยของปัญญาชน ซึ่งไม่ต่างอะไรเลยจากผู้ปกครองจารีตนิยม-ราชการ และปัญญาชนขวาจัด

 

ธาตุแท้ที่เป็นอำนาจนิยมอีแอบของปัญญาชนตีสองหน้ายังแสดงออกผ่านวาทกรรมและภาษาที่ใช้ในบทความและเสวนาน้ำท่วมทุ่งของพวกเขา ซึ่งเต็มไปด้วยการเหยียดหยามและด่าทอนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งอย่างหยาบคาย แต่สุภาพอ่อนโยน อ่อนน้อม อ้อมค้อม ระมัดระวังเมื่อกล่าวถึงผู้ปกครองและพวกจารีตนิยม-ราชการ ซึ่งสะท้อนทัศนะเดียวกันกับปัญญาชนขวาจัดคือ นักการเมืองมีแต่สกปรกคดโกงน่ารังเกียจ ส่วนพวกผู้ดี ราชการ และปัญญาชนนั้นมีคุณธรรมจริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต น่ากราบไหว้

 

ด้วยวาทกรรม ‘ระบอบทักษิณ’ ของพวกปัญญาชนตีสองหน้าและการเป็นแนวร่วมเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลมาแต่ต้น โดยทำเป็นไม่เห็นสีสันอำนาจนิยมของปัญญาชนขวาจัดและภัยรัฐประหาร พวกเขาจึงมีส่วนรับผิดชอบต่อรัฐประหาร 19 กันยายนอย่างเต็มที่ การที่พวกเขาออกมาทำหน้าไร้เดียงสาประกาศว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร’ จึงเป็นการแก้เกี้ยว ไม่ให้ตัวเองแปดเปื้อนมลทินอำนาจนิยมมากเกินไป โดยนึกว่า ใคร ๆ  เขาล้วนมีความจำสั้นกันหมด

 

ภายหลัง 19 กันยายน ปัญญาชนตีสองหน้าก็ยังคงแสดงความเป็นอำนาจนิยมอีแอบอย่างต่อเนื่องผ่านท่าทีที่มีต่ออำนาจรัฐประหารอีกด้วย แม้หน้าฉากจะบอกว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร’ แต่กลับยอมรับหน้าตาเฉยว่า ‘รัฐธรรมนูญ 2540 ถูกฉีกไปแล้ว มาช่วยกันร่างฉบับใหม่ดีกว่า’ ซึ่งก็เป็นสิ่งเดียวกับที่คณะรัฐประหารต้องการนั่นเอง กิจกรรมสุดโปรดที่คนพวกนี้ทำกันอย่างคึกคักในขณะนี้จึงเป็นการตั้งเวทีสัมมนาอภิปราย แสดงความเห็น รวบรวมข้อคิดในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อนำเสนอต่อผู้มีอำนาจ ในข้อนี้ พวกเขาคงต้องไร้เดียงสาอย่างสุดบรรยายด้วยหากเชื่อว่า จะสามารถมีอิทธิพลอย่างสำคัญต่อทิศทางและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญใหม่ที่ร่างขึ้นภายใต้อำนาจรัฐประหาร

 

ข้อนี้ยังพิสูจน์ว่า ปัญญาชนตีสองหน้ามีธาตุแท้เป็นอำนาจนิยมอีแอบที่สนับสนุนรัฐประหารด้วย การที่พวกเขาไม่ปฏิเสธรัฐประหาร แต่สนับสนุนให้ ‘ปฏิรูปการเมืองและร่างรัฐธรรมนูญใหม่’ สะท้อนว่า พวกนี้ยังคงเชื่อว่า ปัญหาหลักไม่ใช่รัฐประหารและระบอบอำนาจนิยม ไม่ใช่การเข้ามารวบและสืบทอดอำนาจโดยกลุ่มจารีตนิยม-ราชการ แต่เป็นนักการเมืองคดโคงที่มาจากการเลือกตั้ง ภารกิจสำคัญจึงเป็น ‘ปฏิรูปการเมืองเพื่อป้องกันนักการเมืองโกงกลับมา’ ไม่ใช่การขจัดอำนาจนิยมของราชการ พวกเขาเห็นพวกจารีตนิยม-ราชการเป็นกัลยาณมิตรมิตรที่อาจเข้าไปพูดคุยและผลักดันให้ร่าง ‘รัฐธรรมนูญที่ดี’ ออกมาได้ แต่เห็นนักการเมืองเลือกตั้งเป็นศัตรูและเห็นประชาชนชั้นล่างส่วนข้างมากของประเทศที่ลงคะแนนสนับสนุนนักการเมืองว่า ‘ถูกมอมเมาด้วยประชานิยม เป็นเครื่องมือนักการเมือง และไม่มีวันเป็นพลังประชาธิปไตย’

 

ปัญญาชนตีสองหน้าไม่เข้าใจว่า ความขัดแย้งหลักในวันนี้ไม่ใช่ระหว่าง ‘ระบอบประชาธิปไตย’ กับ ‘นักการเมืองโกง’ แต่เป็นการต่อสู้ทางชนชั้นและการต่อสู้สองแนวทางอันแหลมคมระหว่างระบอบอำนาจนิยมแฝงเร้นของพันธมิตรจารีตนิยม-ราชการ-ปัญญาชนขวาจัดและกลุ่มทุนเก่าด้านหนึ่ง กับ ‘ระบอบประชาธิปไตยมหาชน’ ของพันธมิตรประชาชนชั้นล่างในเมืองและชนบท-ปัญญาชนประชาธิปไตยและกลุ่มทุนใหม่ในอีกด้านหนึ่ง

 

การที่ปัญญาชนตีสองหน้าในวันนี้ยังเสนอว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร แต่เห็นด้วยให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อลงโทษนักการเมือง’ จึงสะท้อนความเป็นนักประชาธิปไตยจอมปลอมของพวกเขาได้อย่างหมดเปลือก

 

ความจอมปลอมของคนพวกนี้ยังเห็นได้ชัดจากการที่พวกเขาประณามหยามเหยียดนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งว่า ‘ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนเพราะโกงและซื้อเสียง’ แต่กลับสมอ้าง เรียกตัวเองอย่างสนิทใจว่า เป็น ‘ตัวแทนภาคประชาชน’ และความคิดเห็นของตนเป็น ‘ความเห็นของประชาชน’ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้เรื่องและไม่เคยแต่งตั้งคนพวกนี้ให้เป็น ‘ตัวแทน’ แต่อย่างใด ไม่ว่าในทางใด

 

ปัญญาชนตีสองหน้าจึงมีเนื้อแท้ที่เหมือนปัญญาชนขวาจัดมากกว่าที่เห็นจากภายนอก เพราะพวกเขามีลักษณะสำคัญร่วมกันคือ มีสถานะเป็นพวก ‘ขุนนางใหม่’ ในระบบสังคมการเมืองไทยปัจจุบันเช่นเดียวกัน ในทางการเมือง พวกเขาจึงหวาดระแวงการเมืองแบบเลือกตั้งและเกลียดชังนักการเมือง ในทางเศรษฐกิจ พวกเขาปฏิเสธทุนนิยมโลกาภิวัฒน์

 

แต่คนพวกนี้อาจเป็นอันตรายยิ่งกว่าปัญญาชนขวาจัด เพราะเป็นพวกที่คอยปล่อยม่านควัน สร้างความสับสน อ้างตัวเป็นทั้ง ‘ฝ่ายจริยธรรม’ และ ‘ฝ่ายประชาชน’ ยกตนสูงส่งเหนือผู้อื่น โทษทุกคนรอบตัว เริ่มด้วยการโทษทักษิณ โทษประชาชนที่เลือกทักษิณ โทษความขาดแคลนในชนบทที่ทำให้ประชาชนเลือกทักษิณ โทษนักการเมืองโกง โทษรัฐธรรมนูญ หาว่าทั้งหมดนี้ทำให้เกิดรัฐประหาร จากนั้นก็โทษคนที่ต้านรัฐประหารและต้านรัฐธรรมนูญใหม่ว่า ‘ขัดขวางการปฏิรูปการเมือง’ แต่คนพวกนี้ไม่เคยโทษตัวเองเลยว่า เป็นตัวการสำคัญอย่างให้อภัยไม่ได้ที่นำมาซึ่งรัฐประหาร 19 กันยายน

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2549





http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=6034&SystemModuleKey=HilightNews&SystemLanguage=Thai
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #25 เมื่อ: 13-12-2006, 11:26 »

คุณA Rai Ja..

ขอบคุณที่นำมาฝาก เป็นบทความที่ดี สะท้อนหลายหน้ากากของกลุ่มผู้นำมวลชน

ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ตัวเองมีกี่หน้า ที่รู้ๆ คือ มีสองหน้าแน่นอน ถ้าผมส่องผ่านกระจกเงา

ปกติแล้ว การทำรัฐประหารเป็นสิ่งน่ารังเกียจ แต่คราวนี้ ประชาชนหลายภาคส่วนยินดีที่เห็นทหารทำ เพราะที่มาของการปฏิวัติมาจากนายทหารที่ใกล้ชิดกับสถาบัน  ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้แตกต่างออกไปจากที่แล้วๆ มา

นายทหารแก่ๆ อายุ 80 กว่าแล้ว คงไม่ลุแก่อำนาจหรือกระทำการเพื่อตนเองหรอกนะครับ เพราะไม่มีครอบครัวใหญ่

อยู่อีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว แสดงว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่เหลืออดจริงๆ จนคนใกล้ฝั่งยังต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อประเทศ

สำหรับผม ไม่มีปัญญาคิดไกลเหมือนดร.พิชิต คิดได้แค่ ถ้าบ้านของผมปลวกขึ้นและกำลังจะขึ้นไปกินถึงหลังคาแล้ว  จะมัวมาใช้วิธีกำจัดเฉพาะจุดที่ปลวกขึ้นไม่ได้แล้ว  ต้องทลายรังปลวกและฆ่าพญามารปลวกเท่านั้น  มีวิธีการอย่างเดียว คือ ต้องเจาะบ้านตัวเองเพื่อสอดสายท่อน้ำยาลงไปฆ่าทั้งรัง  บ้านอาจเป็นรูพรุนๆ ไปบ้างแต่ก็ต้องพยายามซ่อม ซ่อมแล้วก็ยังเห็นบาดแผลอยู่เต็มไปหมด ปวดใจ  แต่ทำไงได้ครับตอนสร้างบ้านไม่ได้ใช้ยาแรงพอป้องกันนี่นา 

ยังไงยังเหลือบ้านหลังนี้อยู่นะครับ
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #26 เมื่อ: 13-12-2006, 11:52 »

คุณA Rai Ja..

ขอบคุณที่นำมาฝาก เป็นบทความที่ดี สะท้อนหลายหน้ากากของกลุ่มผู้นำมวลชน

ยินดีและน้อมรับในคำขอบคุณอ่ะคร้า



ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ตัวเองมีกี่หน้า ที่รู้ๆ คือ มีสองหน้าแน่นอน ถ้าผมส่องผ่านกระจกเงา

ปกติแล้ว การทำรัฐประหารเป็นสิ่งน่ารังเกียจ แต่คราวนี้ ประชาชนหลายภาคส่วนยินดีที่เห็นทหารทำ เพราะที่มาของการปฏิวัติมาจากนายทหารที่ใกล้ชิดกับสถาบัน  ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้แตกต่างออกไปจากที่แล้วๆ มา

การไม่ต่อต้านการรัฐประหารไม่ได้หมายความว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเค้ายินดีกับการรัฐประหารนี่ครับ เพราะถ้ามั่นใจว่าคนส่วนใหญ่หนับหนุนการรัฐประหารจริง...ทำไมถึงมีกฎอัยการศึกทั่วประเทศหล่ะครับ? แล้วสิทธิเสรีภาพของสื่อในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมีเต็มที่เบิกบานจริงหรือไม่? การที่บอกว่าทหารใกล้ชิดสถาบันฯกระทำการรัฐประหารถือเป็นอำนาจอันสูงสุดและชอบธรรมจริงหรือ? ตกลงอำนาจอยู่ที่ใครระหว่าปชช.กับทหารดังกล่าว?




นายทหารแก่ๆ อายุ 80 กว่าแล้ว คงไม่ลุแก่อำนาจหรือกระทำการเพื่อตนเองหรอกนะครับ เพราะไม่มีครอบครัวใหญ่
จริงหรือครับ? ประเด็นก็คือ กิเลสตัณหามันไม่เข้าใครออกใคร ไม่ว่าหัวดำหัวหงอก ยิ่งพวกที่หวาดระแวงคิดว่าคนอื่นเค้าจะได้รับความนิยมชมชอบมากกว่าตัวเอง...ยิ่งต้องพึงระวังให้ดี



อยู่อีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว แสดงว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่เหลืออดจริงๆ จนคนใกล้ฝั่งยังต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อประเทศ

สำหรับผม ไม่มีปัญญาคิดไกลเหมือนดร.พิชิต คิดได้แค่ ถ้าบ้านของผมปลวกขึ้นและกำลังจะขึ้นไปกินถึงหลังคาแล้ว  จะมัวมาใช้วิธีกำจัดเฉพาะจุดที่ปลวกขึ้นไม่ได้แล้ว  ต้องทลายรังปลวกและฆ่าพญามารปลวกเท่านั้น  มีวิธีการอย่างเดียว คือ ต้องเจาะบ้านตัวเองเพื่อสอดสายท่อน้ำยาลงไปฆ่าทั้งรัง  บ้านอาจเป็นรูพรุนๆ ไปบ้างแต่ก็ต้องพยายามซ่อม ซ่อมแล้วก็ยังเห็นบาดแผลอยู่เต็มไปหมด ปวดใจ  แต่ทำไงได้ครับตอนสร้างบ้านไม่ได้ใช้ยาแรงพอป้องกันนี่นา 

ยังไงยังเหลือบ้านหลังนี้อยู่นะครับ

บ้านที่อยู่นี่...ปชช.เป็นผู้เช่าอาศัยเพราะเจ้าของบ้านตัวจริงท่านบอกว่าจะให้ใครบริหารจัดการเก็บค่าเช่า ซึ่งระบบดังกล่าวน่าจะหมดไปจากเมืองไทยไปตั้งนานแล้วครับ กลายเป็นว่าบ้านหลังนี้ย้อนอดีตไปกว่า 60 - 70 ปีโน่น

ที่สำคัญก็คือ เจ้าของบ้านเคยถามผู้เช่าหรือไม่ว่าพวกเค้าต้องการอะไรที่แท้จริง กรุณาอย่าใช้ความเป็นเจ้าของบ้านพูดแทนคนเช่าเลยครับ เพราะถ้าเมื่อไหร่ผู้เช่าไม่เกรงใจเจ้าของบ้านหล่ะก้อ

คงได้มีการยึดครั้งที่สองกันแน่ๆ!!
บันทึกการเข้า
ราษฎรครึ่งขั้น
สมาชิกสามัญขั้นที่ 1
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45


ขออภัยในบางลีลา


« ตอบ #27 เมื่อ: 13-12-2006, 15:09 »

เพิ่งรู้แฮะ ว่าประเทศนี้มีคนหรือกลุ่มคนผูกขาดเป็นเจ้าของประเทศแล้ว ตั้งแต่จำความได้ก็รับรู้มาตลอดว่าประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน พออายุถึงเกณฑ์ก็ไปเลือกตั้งเลือกตัวแทนขึ้นมาบริหารประเทศ บริหารทรัพยากรของประเทศ สิทธิขาดอยู่ที่ผู้แทนที่เลือกเข้าไปผิดจากเขาก็คือผิดกฏหมาย

มีใครบางคนเคยบอกไว้ ว่าเรากำลังพัฒนาตัวเองเพื่อหนีจากการผูกขาดของทหารแบบพม่า ให้ประเทศนี้ทัดเทียมสิงคโปร์ มาเลเซียหรืออาจจะเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกลับสะดุดเมื่อมีการรัฐประหารทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนประเทศพม่าอีกครั้ง   

เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่พัฒนาประเทศแบบถอยหลัง เท่าที่สรุปได้ทราบว่าเรามีเป้าหมายคืออยากให้เหมือนประเทศลาว อยู่ไปวัน ๆ ตามยถา  มีก็กินไม่มีก็ไม่กิน ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรมาก 

เบื่อโลกจริง ๆ ตรู

บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #28 เมื่อ: 14-12-2006, 09:23 »

เพิ่งรู้แฮะ ว่าประเทศนี้มีคนหรือกลุ่มคนผูกขาดเป็นเจ้าของประเทศแล้ว ตั้งแต่จำความได้ก็รับรู้มาตลอดว่าประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน พออายุถึงเกณฑ์ก็ไปเลือกตั้งเลือกตัวแทนขึ้นมาบริหารประเทศ บริหารทรัพยากรของประเทศ สิทธิขาดอยู่ที่ผู้แทนที่เลือกเข้าไปผิดจากเขาก็คือผิดกฏหมาย

มีใครบางคนเคยบอกไว้ ว่าเรากำลังพัฒนาตัวเองเพื่อหนีจากการผูกขาดของทหารแบบพม่า ให้ประเทศนี้ทัดเทียมสิงคโปร์ มาเลเซียหรืออาจจะเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกลับสะดุดเมื่อมีการรัฐประหารทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนประเทศพม่าอีกครั้ง   

เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่พัฒนาประเทศแบบถอยหลัง เท่าที่สรุปได้ทราบว่าเรามีเป้าหมายคืออยากให้เหมือนประเทศลาว อยู่ไปวัน ๆ ตามยถา  มีก็กินไม่มีก็ไม่กิน ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรมาก 

เบื่อโลกจริง ๆ ตรู




ผมถึงได้ชื่นชมประเทศญี่ปุ่นมากๆเลยครับที่ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกันบ่อยๆ ทหารเค้าก็ไม่ออกมารัฐประหาร และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #29 เมื่อ: 14-12-2006, 09:40 »

อิอิ น่าหัวร่อพวกลิ่วล้อหน้าเหลี่ยมจริง ๆ พะยะยามหาข้ออ้างสร้างความชอบธรรมให้กับจอมมารหน้าเหลี่ยม

แค่จับ "จอมมารหน้าเหลี่ยม" เข้าเครื่องจับเท็จ ผลจะเป็นเช่นไร 

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
buntoshi
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,348



« ตอบ #30 เมื่อ: 14-12-2006, 09:40 »

เพิ่งรู้แฮะ ว่าประเทศนี้มีคนหรือกลุ่มคนผูกขาดเป็นเจ้าของประเทศแล้ว ตั้งแต่จำความได้ก็รับรู้มาตลอดว่าประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน พออายุถึงเกณฑ์ก็ไปเลือกตั้งเลือกตัวแทนขึ้นมาบริหารประเทศ บริหารทรัพยากรของประเทศ สิทธิขาดอยู่ที่ผู้แทนที่เลือกเข้าไปผิดจากเขาก็คือผิดกฏหมาย

มีใครบางคนเคยบอกไว้ ว่าเรากำลังพัฒนาตัวเองเพื่อหนีจากการผูกขาดของทหารแบบพม่า ให้ประเทศนี้ทัดเทียมสิงคโปร์ มาเลเซียหรืออาจจะเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกลับสะดุดเมื่อมีการรัฐประหารทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนประเทศพม่าอีกครั้ง   

เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่พัฒนาประเทศแบบถอยหลัง เท่าที่สรุปได้ทราบว่าเรามีเป้าหมายคืออยากให้เหมือนประเทศลาว อยู่ไปวัน ๆ ตามยถา  มีก็กินไม่มีก็ไม่กิน ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรมาก 

เบื่อโลกจริง ๆ ตรู




ผมถึงได้ชื่นชมประเทศญี่ปุ่นมากๆเลยครับที่ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกันบ่อยๆ ทหารเค้าก็ไม่ออกมารัฐประหาร และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!

คงต้องโทษท่านเหลี่ยม ที่ไม่น่ามาชั่วช้า ขายชาติ กินรวบแบบนี้ ทำให้ หลาย องค์กร ทนไม่ไหว รวมไปถึงทหาร ครับ ทักษิณนี่แย่จริงๆเลยว่าไหมครับอะไรจ๊ะ 
บันทึกการเข้า


เราต้องสร้างคนดีมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งจะเห็นคนอื่นเก่งกว่าไม่ได้ จะพยายามเก่งกว่าคนอื่น แต่คนดีจะมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นเก่ง รวมทั้งคนดีทุกคน ล้วนเก่งทั้งนั้น....  ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
---------------------------
login not found
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,523



« ตอบ #31 เมื่อ: 14-12-2006, 09:56 »

เพิ่งรู้แฮะ ว่าประเทศนี้มีคนหรือกลุ่มคนผูกขาดเป็นเจ้าของประเทศแล้ว ตั้งแต่จำความได้ก็รับรู้มาตลอดว่าประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน พออายุถึงเกณฑ์ก็ไปเลือกตั้งเลือกตัวแทนขึ้นมาบริหารประเทศ บริหารทรัพยากรของประเทศ สิทธิขาดอยู่ที่ผู้แทนที่เลือกเข้าไปผิดจากเขาก็คือผิดกฏหมาย

มีใครบางคนเคยบอกไว้ ว่าเรากำลังพัฒนาตัวเองเพื่อหนีจากการผูกขาดของทหารแบบพม่า ให้ประเทศนี้ทัดเทียมสิงคโปร์ มาเลเซียหรืออาจจะเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกลับสะดุดเมื่อมีการรัฐประหารทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนประเทศพม่าอีกครั้ง   

เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่พัฒนาประเทศแบบถอยหลัง เท่าที่สรุปได้ทราบว่าเรามีเป้าหมายคืออยากให้เหมือนประเทศลาว อยู่ไปวัน ๆ ตามยถา  มีก็กินไม่มีก็ไม่กิน ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรมาก 

เบื่อโลกจริง ๆ ตรู




ผมถึงได้ชื่นชมประเทศญี่ปุ่นมากๆเลยครับที่ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกันบ่อยๆ ทหารเค้าก็ไม่ออกมารัฐประหาร และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!

ฮ่าๆๆ บังเอิญจริงๆ ไม่ได้จะตามตอบความเห็นคุณจ๊ะเลย
แค่จะมาบอกว่า ญี่ปุ่นไม่มีทหาร และจักพรรดิห้ามยุ่งกะการเมือง เพราะแพ้สงครามครับ
ไม่ได้เหมือนกับประเทศไทยซํกนิด

การเป็นเจ้าของประเทศของคนไทยก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของแผ่นดิน
จะทำอะไร จะขายส่วนไหนของชาติให้ใครก็ได้
การเป็นเจ้าของชาติของคนไทย คือการมีสิทธิที่จะอยู่ในผืนแผ่นดินไทย
และหน้าที่ที่ตามมาคือต้องทนุบำรุงดูแลรักษาชาติให้ยิ่งเจริญขึ้นไป
แต่ "นาย"ของใครบางคน มันได้เสียงส่วนใหญ่มาปกครองประเทศ
มันคิดว่าชาตินี้เป็นของมัน หั่นส่วนขาย เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
เสร็จแล้วก็หอบเงินหนีการตรวจสอบจับกุมไปอยู่เมืองนอก
ผมว่าคนแบบนั้นเสียชาติเกิด และไม่สมควรใช้คำว่าคนไทยครับ
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #32 เมื่อ: 14-12-2006, 09:59 »

เพิ่งรู้แฮะ ว่าประเทศนี้มีคนหรือกลุ่มคนผูกขาดเป็นเจ้าของประเทศแล้ว ตั้งแต่จำความได้ก็รับรู้มาตลอดว่าประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน พออายุถึงเกณฑ์ก็ไปเลือกตั้งเลือกตัวแทนขึ้นมาบริหารประเทศ บริหารทรัพยากรของประเทศ สิทธิขาดอยู่ที่ผู้แทนที่เลือกเข้าไปผิดจากเขาก็คือผิดกฏหมาย

มีใครบางคนเคยบอกไว้ ว่าเรากำลังพัฒนาตัวเองเพื่อหนีจากการผูกขาดของทหารแบบพม่า ให้ประเทศนี้ทัดเทียมสิงคโปร์ มาเลเซียหรืออาจจะเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกลับสะดุดเมื่อมีการรัฐประหารทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนประเทศพม่าอีกครั้ง   

เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่พัฒนาประเทศแบบถอยหลัง เท่าที่สรุปได้ทราบว่าเรามีเป้าหมายคืออยากให้เหมือนประเทศลาว อยู่ไปวัน ๆ ตามยถา  มีก็กินไม่มีก็ไม่กิน ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรมาก 

เบื่อโลกจริง ๆ ตรู




ผมถึงได้ชื่นชมประเทศญี่ปุ่นมากๆเลยครับที่ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกันบ่อยๆ ทหารเค้าก็ไม่ออกมารัฐประหาร และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!

คงต้องโทษท่านเหลี่ยม ที่ไม่น่ามาชั่วช้า ขายชาติ กินรวบแบบนี้ ทำให้ หลาย องค์กร ทนไม่ไหว รวมไปถึงทหาร ครับ ทักษิณนี่แย่จริงๆเลยว่าไหมครับอะไรจ๊ะ 

อืมมม...ถามมาก็ตอบกงๆว่า ความชั่วช้าดังกล่าวน่าจะมาจากพวกที่แพ้ในสภาไม่เป็น พอเห็นทักษิณมีอำนาจ(จากการมอบให้ของคนส่วนใหญ่)ในสภาเบ็ดเสร็จก็ทนที่จะพ่ายแพ้ซ้ำซากไม่ได้ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนส่วนใหญ่เค้าเลือกทรท.ทุกครั้งเข้าสภา ก็เลยกระทำทุกวิถีทางเพื่อล้มทักษิณ เช่น การเดินขบวนลากยาวเป็นปีโดยสนธิบอกว่าหมดเงินไป 400 ล้านบาท (เงินใครเอ่ยที่ได้มา?) เด็กชายมาร์คขอนายกฯพระราชทาน  กลุ่มนักวิชาการอยากดังด่ารัฐบาลทุกเม็ดเพื่อให้ตัวเองเป็นข่าว  สื่อค่ายหัวโล้นและค่ายสนธิตั้งหน้าตั้งตาด่ารัฐบาลทักษิณทุกเม็ดเพียงเพราะผิดหวังจากการได้สัมปทานทีวี  เป็นต้น

ไหนคุยนักคุยหนาว่าสถาบันยุติธรรมเป็นองค์กรเดียวที่ไม่ถูกแทรกแซง...ถามว่าทำไมไม่เอาเรื่องที่ว่าทักษิณโกงไปฟ้องร้องสมัยนั้นเอ่ย?


ว่างๆวานท่านbuntoshiไปอ่านบทวิเคราะห์ของอาจารย์พิชิตหน่อยก็ดีน๊ะครับ อ่านแล้วลองวิจารณ์โต้ตอบด้วยเหตุผลจั๊กกะหน่อยก็ดีอ่ะ Rolling Eyes
บันทึกการเข้า
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #33 เมื่อ: 14-12-2006, 10:06 »

อาจารย์พิชิต กับอาจารย์วรเจตน์ สองเกลอหัวสี่เหลี่ยมทรงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

อ่านแล้วโคตรประเทืองปัญญาเลย มีประโยชน์เสียจริงๆ ที่จารย์จ๊ะแนะนำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
 
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #34 เมื่อ: 14-12-2006, 10:11 »

จานจ๊ะ ควรหมั่นทำบุญช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่ ถูกพ่อแม่(ที่มีปัญหา) ทอดทิ้ง เผื่อว่า จอมมารหน้าเหลี่ยมจะได้ไม่ต้องพลีชีพที่ต่างแดน...เงินบาปมันเป็นทุกขลาภอย่างนี้แล 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


บทเรียนจากทักษิณ

คอลัมน์ มืออาชีพ

โดย ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย thaicoon2004@yahoo.com

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01cho03300949&day=2006/09/30


ในที่สุดสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่า "ล้าสมัย" ไม่มีทางเกิดขึ้นได้อีกแล้ว ก็อุบัติขึ้นจนได้ นั่นคือการรัฐประหารโดย คปค.

อันที่จริงการรัฐประหารโดยใช้กำลังทหารยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย เพราะการปฏิวัตินั้นอยู่คู่สังคมไทยอยู่แล้ว

ประเทศที่ไม่มี ก็จะไม่มี

ทว่า ประเทศที่เคยเกิดบ่อยครั้ง ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี


เพียงแต่ครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความจำเป็น หาใช่เพื่อต้องการอำนาจแต่อย่างใด

คปค.เป็นคณะยึดอำนาจที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ว่าได้รับการต้อนรับจากทุกภาคส่วนของสังคมไทยอย่างแท้จริง แม้จะไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนั้นไม่ใช่ประเด็นหลักที่จะเขียนกันในวันนี้

วันนี้เราจะมานั่งถกกันในประเด็นที่ว่า ได้บทเรียนอะไรบ้างจากอดีตนายกฯทักษิณ

1. อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ย่อมกัดกร่อนตนเอง

ดร.ทักษิณ คือนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจมากที่สุดในระบอบประชาธิปไตย

เพราะไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าจะมีนายกรัฐมนตรีพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งคนใดที่สามารถเข้าไปโยกย้ายนายทหาร (บางส่วน) ได้มากเท่านี้อีกแล้ว ส่งผลให้เขาสามารถวางคนของตนเองในกองทัพได้ เพื่อเป็นการันตีว่าจะไม่มีการรัฐประหารในวันข้างหน้า

และไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดในระบอบประชาธิปไตยจะยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากมือข้าราชการให้รวมศูนย์อยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรีผู้เดียวอีกแล้ว

การรวมศูนย์อำนาจมาไว้ที่ตัวนายกรัฐมนตรีเช่นนี้ทำให้เขาสามารถบริหารประเทศไปตามนโยบายของพรรคไทยรักไทยได้

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังได้รับการยอมรับจากทั้งสองนคราประชาธิปไตย นั่นคือในเมืองก็ได้รับการยอมรับจากชนชั้นกลางซึ่งล่มสลายจากวิกฤตเศรษฐกิจ 2540

ชนชั้นกลางต้องการใครก็ได้ที่มีศักยภาพในการฟื้นเศรษฐกิจที่ตกอยู่ในอุโมงค์อันมืดมิดที่ไม่เห็นแสงสว่างปลายทาง

ขณะที่ชนชั้นรากหญ้าก็อัดด้วยประชานิยมเพื่อเป็นฐานคะแนนเสียงสำคัญ

นอกจากนี้ เขายังรวบรวม ส.ส.ใต้ฟ้าเมืองไทยส่วนใหญ่ให้มารวมกันอยู่ที่พรรคไทยรักไทย

และที่ลืมไม่ได้ก็คือเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งหาไม่ได้ในนักการเมืองคนอื่น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ คือเถ้าแก่ที่ลงมาเล่นการเมืองเอง

นี่ยังไม่ได้พูดถึงอีกว่าเขายังเป็นหัวขบวนของเหล่า Tycoon คนสำคัญของเมืองไทยในการกระโจนเข้าสู่การเมืองไทย

ความพร้อมเช่นนี้ทำให้เขาถูกคาดหวังว่าจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้

และนั่นคือเหตุผลที่ประชาชนทุกภาคส่วนของสังคมต่างให้กำลังใจและออกแรง จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าเขาไม่มีความผิดในคดีซุกหุ้น

หกเดือนแรกที่มีคดีซุกหุ้นเป็นชนักติดหลังอยู่นั้นเป็นห้วงเวลาที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีแต่ผู้คนสรรเสริญ ทว่า หลังจากผ่านพ้นคดีซุกหุ้น "ทักษิณคนเดิม" ก็เปลี่ยนไป กลายเป็นทักษิณที่มั่นใจในตัวเองสูง ฟังคนน้อยลงเรื่อยๆ

เมื่ออำนาจยิ่งมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งมั่นใจและขัดแย้งกับกลุ่มต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่อีกนั่นแหละ อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น เมื่อเสพไปนานๆ เข้าก็ติดจนถอนตัวไม่ขึ้น และอำนาจเมื่อไม่มีคุณธรรมกำกับก็จะกลายเป็นหอกแหลนหลาว หวนกลับมาทิ่มตัวเองในที่สุด

สิ่งที่น่าเสียดายมากๆ ก็คือ หากเขาใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้นทำนุบำรุงบ้านเมือง

ประเทศไทยก็จะเจริญรุ่งเรือง

ประเทศอาเซียนที่เจริญได้นั้น รัฐบาลต้องครองเสียงข้างมากและอยู่ในตำแหน่งอย่างยาวนาน ทว่า ผู้นำต้องทำเพื่อบ้านเมือง อย่างเช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งลี กวน ยิว และมหาธีร์ อยู่ในตำแหน่งคนละหลายสิบปี แม้เมื่อลงจากตำแหน่งแล้วก็ยังมีอิทธิพล และใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้

ขณะที่ผู้นำฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียก็เป็นอีกโมเดลหนึ่ง เฟอร์ดินาน มาร์กอส แห่งฟิลิปปินส์นั้นอยู่ในตำแหน่งนานถึง 17 ปี

แต่ช่วง 10 กว่าปีหลังนั้น เขากลับไม่ได้บริหารประเทศเพื่อประชาชนชาวฟิลิปปินส์เหมือนปีแรกๆ ที่เพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ผลก็คือมาร์กอสไม่มีแผ่นดินอยู่ ต้องไปตายต่างแดนในที่สุด


ผู้นำอินโดนีเซียอย่างซูฮาร์โต้ ก็อยู่ในอำนาจมานานกว่า 30 ปี ไม่ได้ทำให้อินโดนีเซียเจริญรุ่งเรืองอย่างที่ควรจะเป็น

สุดท้ายก็ต้องลงจากอำนาจอย่างเจ็บปวด

ทว่า ถ้าทำเพื่อประเทศชาติ ก็จะอยู่ได้สง่างามอย่างอดีตผู้นำสิงคโปร์และมาเลเซีย

สุดแต่ใจจะไขว่คว้า

หน้า 23
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-12-2006, 12:54 โดย aiwen^mei » บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #35 เมื่อ: 14-12-2006, 10:13 »

เพิ่งรู้แฮะ ว่าประเทศนี้มีคนหรือกลุ่มคนผูกขาดเป็นเจ้าของประเทศแล้ว ตั้งแต่จำความได้ก็รับรู้มาตลอดว่าประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน พออายุถึงเกณฑ์ก็ไปเลือกตั้งเลือกตัวแทนขึ้นมาบริหารประเทศ บริหารทรัพยากรของประเทศ สิทธิขาดอยู่ที่ผู้แทนที่เลือกเข้าไปผิดจากเขาก็คือผิดกฏหมาย

มีใครบางคนเคยบอกไว้ ว่าเรากำลังพัฒนาตัวเองเพื่อหนีจากการผูกขาดของทหารแบบพม่า ให้ประเทศนี้ทัดเทียมสิงคโปร์ มาเลเซียหรืออาจจะเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องกลับสะดุดเมื่อมีการรัฐประหารทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนประเทศพม่าอีกครั้ง   

เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่พัฒนาประเทศแบบถอยหลัง เท่าที่สรุปได้ทราบว่าเรามีเป้าหมายคืออยากให้เหมือนประเทศลาว อยู่ไปวัน ๆ ตามยถา  มีก็กินไม่มีก็ไม่กิน ไม่ต้องไปดิ้นรนอะไรมาก 

เบื่อโลกจริง ๆ ตรู




ผมถึงได้ชื่นชมประเทศญี่ปุ่นมากๆเลยครับที่ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกันบ่อยๆ ทหารเค้าก็ไม่ออกมารัฐประหาร และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!

ฮ่าๆๆ บังเอิญจริงๆ ไม่ได้จะตามตอบความเห็นคุณจ๊ะเลย

ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกท่านด้วยความความยินดีและอย่างสร้างสรรค์ครคร้า



แค่จะมาบอกว่า ญี่ปุ่นไม่มีทหาร และจักพรรดิห้ามยุ่งกะการเมือง เพราะแพ้สงครามครับ
ไม่ได้เหมือนกับประเทศไทยซํกนิด
ท่านจะเรียกคนที่ถือปืน ขับรถถังว่าอะไรก็ตามแต่ บุคคลเหล่านี้มีหน้าที่ป้องกันการรุกรานจากต่างชาติ และจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นก็ทรงมีอำนาจและบารมีเหนือรัฐธรรมนูญเฉกเช่นเดียวกับประเทศไทยครับ




การเป็นเจ้าของประเทศของคนไทยก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของแผ่นดิน
จะทำอะไร จะขายส่วนไหนของชาติให้ใครก็ได้
หากมองว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นการขายชาติ...งั้นก็ให้เอาไปรษณีย์กลับคืนมาเป็นรัฐวิสาหกิจอย่างเดิมซิครับ หรือว่ามุ่งเจาะจงไปว่าอะไรที่เป็นสมบัติของทักษิณแล้วห้ามขายให้ใครเด็ดขาด กรณีไอทีวีนั้น...มีกฎหมายห้ามหรือไม่ว่าห้ามขายให้ต่างชาติ??




การเป็นเจ้าของชาติของคนไทย คือการมีสิทธิที่จะอยู่ในผืนแผ่นดินไทย
และหน้าที่ที่ตามมาคือต้องทนุบำรุงดูแลรักษาชาติให้ยิ่งเจริญขึ้นไป
แต่ "นาย"ของใครบางคน มันได้เสียงส่วนใหญ่มาปกครองประเทศ
มันคิดว่าชาตินี้เป็นของมัน หั่นส่วนขาย เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง
เสร็จแล้วก็หอบเงินหนีการตรวจสอบจับกุมไปอยู่เมืองนอก
ผมว่าคนแบบนั้นเสียชาติเกิด และไม่สมควรใช้คำว่าคนไทยครับ

เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าที่ว่าทักษิณหนีไปเมืองนอกน๊ะ...ก็ คทช. และ ครม. ชุดนี้เองไม่ใช่รึที่ไม่ให้ทักษิณกลับประเทศโดยการอ้างความมั่นคง กรุณาอย่ามีอคติในการมองคนอื่นเลยครับ ถ้าจะด่าใครก็ขอให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงด้วยครับ
บันทึกการเข้า
Limmy
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,346


« ตอบ #36 เมื่อ: 14-12-2006, 10:31 »

น่าจะสอดคล้องกับกระทู้นี้ครับ จากบ้านหลังโน้น

http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=3902.0
บันทึกการเข้า
The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #37 เมื่อ: 14-12-2006, 10:38 »

อาจารย์พิชิต กับอาจารย์วรเจตน์ สองเกลอหัวสี่เหลี่ยมทรงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

อ่านแล้วโคตรประเทืองปัญญาเลย มีประโยชน์เสียจริงๆ ที่จารย์จ๊ะแนะนำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
 


อืมมม...ถือเป็นอานิจสงฆ์เป็นอย่างสูงที่ทำให้ปัญญาชนท่านหนึ่งมีสติกลับคืนมาเป็นผู้เป็นคนได้ Rolling Eyes
บันทึกการเข้า
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #38 เมื่อ: 14-12-2006, 10:44 »

อาจารย์พิชิต กับอาจารย์วรเจตน์ สองเกลอหัวสี่เหลี่ยมทรงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

อ่านแล้วโคตรประเทืองปัญญาเลย มีประโยชน์เสียจริงๆ ที่จารย์จ๊ะแนะนำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
 


อืมมม...ถือเป็นอานิจสงฆ์เป็นอย่างสูงที่ทำให้ปัญญาชนท่านหนึ่งมีสติกลับคืนมาเป็นผู้เป็นคนได้ Rolling Eyes

จานจ๊ะนะจานจ๊ะ...ภาษาไทยของจาน ที่มิใช่ (อา) จารย์ อ่อนแอจริง ๆ นะจานนนน 
มิทราบว่า "อานิจสงฆ์" แปลว่าไรหรือคะ 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1. ค้น :  อานิสงส์
คำ :  อานิสงส์
เสียง :  อา-นิ-สง
คำตั้ง :  อานิสงส์
ชนิด :  น.
ที่ใช้ :   
ที่มา :  (ป. อานิสํส; ส. อานฺฤศํส, อานุศํส)
นิยาม :  ผลแห่งกุศลกรรม, ผลบุญ.
ภาพ :   
อ้างอิง :   
ปรับปรุง :  98/4/2



--------------------------------------------------------------------------------
2. ค้น :  อานิสงส์
คำ :  อานิสงส์
เสียง :  อา-นิ-สง
คำตั้ง :  อานิสงส์
ชนิด :  น.
ที่ใช้ :   
ที่มา :  (ป. อานิสํส; ส. อานฺฤศํส, อานุศํส)
นิยาม :  ประโยชน์ เช่น อานิสงส์กฐิน.
ภาพ :   
อ้างอิง :   
ปรับปรุง :  98/4/2

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
Kittinunn
Aloha007
Global Moderator
ขาประจำขั้นที่ 3
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,127


ไปได้สวย...ด้วยเกียร์ต่ำ!!!


เว็บไซต์
« ตอบ #39 เมื่อ: 14-12-2006, 10:56 »

อาจารย์พิชิต กับอาจารย์วรเจตน์ สองเกลอหัวสี่เหลี่ยมทรงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

อ่านแล้วโคตรประเทืองปัญญาเลย มีประโยชน์เสียจริงๆ ที่จารย์จ๊ะแนะนำ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
 


อืมมม...ถือเป็นอานิจสงฆ์เป็นอย่างสูงที่ทำให้ปัญญาชนท่านหนึ่งมีสติกลับคืนมาเป็นผู้เป็นคนได้ Rolling Eyes

จานจ๊ะนะจานจ๊ะ...ภาษาไทยของจาน ที่มิใช่ (อา) จารย์ อ่อนแอจริง ๆ นะจานนนน 
มิทราบว่า "อานิจสงฆ์" แปลว่าไรหรือคะ 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

1. ค้น :  อานิสงส์
คำ :  อานิสงส์
เสียง :  อา-นิ-สง
คำตั้ง :  อานิสงส์
ชนิด :  น.
ที่ใช้ :  
ที่มา :  (ป. อานิสํส; ส. อานฺฤศํส, อานุศํส)
นิยาม :  ผลแห่งกุศลกรรม, ผลบุญ.
ภาพ :  
อ้างอิง :  
ปรับปรุง :  98/4/2



--------------------------------------------------------------------------------
2. ค้น :  อานิสงส์
คำ :  อานิสงส์
เสียง :  อา-นิ-สง
คำตั้ง :  อานิสงส์
ชนิด :  น.
ที่ใช้ :  
ที่มา :  (ป. อานิสํส; ส. อานฺฤศํส, อานุศํส)
นิยาม :  ประโยชน์ เช่น อานิสงส์กฐิน.
ภาพ :  
อ้างอิง :  
ปรับปรุง :  98/4/2



จารย์จ๊ะแห่ง ม.ชินวัตร สงสัยมหาวิทยาลัยนี้ไม่มีหลักสูตร "อักษรศาสตร์เพื่อการสร้างภาพ"

ที่ต้นตำรับหลักสูตร "จารย์เหลี่ยม" มีไทยคำ อังกฤษคำผสมกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า
บันทึกการเข้า

“ผมเขียนไปในบล็อกนั้น แบบข้างบนนี้เหมือนกัน นึกว่า จะโพสต์ ปรากฏว่า เขาบอกว่า ต้อง สมัครสมาชิกก่อน ผมขี้เกียจ เลยมาโพสต์ที่นี่แทน อ้อ ตอนเขียน ผมใส่คำว่า ทุเรศ และ น่าสมเพช ไปด้วย” (อ.สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล-เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน - ข้อความในเสรีไทย โดย Snowflake)

The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #40 เมื่อ: 14-12-2006, 11:06 »

อืมมมม...ขออำไพในความผิดพลาดด้านการสะกดภาษาไทยเจงๆ  ดีใจจังจารย์จ๊ะมีผู้ช่วยตรวจภาษาไทยอีก 2 ท่าน

Yeahhhhhhhhhhhhh
บันทึกการเข้า
*bonny
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,459



« ตอบ #41 เมื่อ: 14-12-2006, 11:24 »


ผมถึงได้ชื่นชมประเทศญี่ปุ่นมากๆเลยครับที่ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกันบ่อยๆ ทหารเค้าก็ไม่ออกมารัฐประหาร และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!

จะยกตัวอย่างทั้งที ก็ให้มันได้สาระหน่อยก็ดีครับ  ญี่ปุ่นน่ะ คงกำลังทหารได้แค่ปกป้องตนเองเท่านั้นนะครับ เป็นผลพวงจากสงครามโลก  จึงไม่สามารถสร้างแสนยานุภาพทางการทหารได้ 

หันไปยกตัวอย่าง สวีเดน สเปน น่าจะพอฟังได้มากกว่านะครับ

ความแตกต่างระหว่างประเทศไทย กับ ชาติอื่นๆ ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คือ เรามีคนยากคนจน และคนที่ไร้การศึกษามากกว่าประเทศเหล่านั้น  การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของเราจึงไม่มั่นคงเท่า

ประเทศอื่นๆ ที่ยากจนกันกว่าค่อนประเทศก็เป็นเหมือนเราครับ คือ มีการต่อรองอำนาจ และโค่นล้มอำนาจการปกครองกันอยู่บ่อยๆ ส่วนสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ได้หรือไม่อยู่ที่เงื่อนไขที่ประชาชนของประเทศเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่คนที่ยึดอำนาจกำหนด

ถ้าคุณจ๊ะอ้างเหตุผลก็ควรอ้างให้มันสอดคล้องทั้งวิชาการและวัฒนธรรมหน่อย
บันทึกการเข้า

ประเทศชาติมีภัย  เสรีไทยร่วมกอบกู้
ริวเซย์
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,637


Worrior in The Blue Armor


เว็บไซต์
« ตอบ #42 เมื่อ: 14-12-2006, 11:27 »

แถได้เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยจริงๆ 
บันทึกการเข้า

ถ้ามีแฟนแบบนี้เอาไหมครับ^^


The Last Emperor
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 6,714


« ตอบ #43 เมื่อ: 14-12-2006, 11:30 »


ผมถึงได้ชื่นชมประเทศญี่ปุ่นมากๆเลยครับที่ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกันบ่อยๆ ทหารเค้าก็ไม่ออกมารัฐประหาร และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!

จะยกตัวอย่างทั้งที ก็ให้มันได้สาระหน่อยก็ดีครับ  ญี่ปุ่นน่ะ คงกำลังทหารได้แค่ปกป้องตนเองเท่านั้นนะครับ เป็นผลพวงจากสงครามโลก  จึงไม่สามารถสร้างแสนยานุภาพทางการทหารได้ 

หันไปยกตัวอย่าง สวีเดน สเปน น่าจะพอฟังได้มากกว่านะครับ

ความแตกต่างระหว่างประเทศไทย กับ ชาติอื่นๆ ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คือ เรามีคนยากคนจน และคนที่ไร้การศึกษามากกว่าประเทศเหล่านั้น  การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของเราจึงไม่มั่นคงเท่า

ประเทศอื่นๆ ที่ยากจนกันกว่าค่อนประเทศก็เป็นเหมือนเราครับ คือ มีการต่อรองอำนาจ และโค่นล้มอำนาจการปกครองกันอยู่บ่อยๆ ส่วนสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ได้หรือไม่อยู่ที่เงื่อนไขที่ประชาชนของประเทศเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่คนที่ยึดอำนาจกำหนด

ถ้าคุณจ๊ะอ้างเหตุผลก็ควรอ้างให้มันสอดคล้องทั้งวิชาการและวัฒนธรรมหน่อย


คันปากยิกๆอยากจะโต้คุณ Bonny ใจจะขาด แต่กลัวท่านRidkun จะจับผมขึ้นเครื่องไปนอกอีก 10 วัน  เพราะท่านบอกห้ามหมิ่นสถาบันฯ หากจารย์จ๊ะพูดไรที่ไม่ชอบใจก็จะโดนข้อหาหมิ่นฯจนได้


เอาเป็นว่า ใครทำดีย่อมได้ดีก็แล้วกันครับ  ฮ่าๆๆๆ
บันทึกการเข้า
อมพระมาพูด
ขาประจำขั้น 2
******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 918


สนิมเกิดแต่เนื้อในตน


« ตอบ #44 เมื่อ: 14-12-2006, 11:43 »


ผมถึงได้ชื่นชมประเทศญี่ปุ่นมากๆเลยครับที่ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลกันบ่อยๆ ทหารเค้าก็ไม่ออกมารัฐประหาร และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!

จะยกตัวอย่างทั้งที ก็ให้มันได้สาระหน่อยก็ดีครับ  ญี่ปุ่นน่ะ คงกำลังทหารได้แค่ปกป้องตนเองเท่านั้นนะครับ เป็นผลพวงจากสงครามโลก  จึงไม่สามารถสร้างแสนยานุภาพทางการทหารได้ 

หันไปยกตัวอย่าง สวีเดน สเปน น่าจะพอฟังได้มากกว่านะครับ

ความแตกต่างระหว่างประเทศไทย กับ ชาติอื่นๆ ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คือ เรามีคนยากคนจน และคนที่ไร้การศึกษามากกว่าประเทศเหล่านั้น  การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของเราจึงไม่มั่นคงเท่า

ประเทศอื่นๆ ที่ยากจนกันกว่าค่อนประเทศก็เป็นเหมือนเราครับ คือ มีการต่อรองอำนาจ และโค่นล้มอำนาจการปกครองกันอยู่บ่อยๆ ส่วนสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ได้หรือไม่อยู่ที่เงื่อนไขที่ประชาชนของประเทศเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่คนที่ยึดอำนาจกำหนด

ถ้าคุณจ๊ะอ้างเหตุผลก็ควรอ้างให้มันสอดคล้องทั้งวิชาการและวัฒนธรรมหน่อย

เห็นด้วยกับคุณ Bonny

จานจ๊ะเข้าใจอะไรผิด หรือจงใจกระแทกรึเปล่าครับที่ว่า "....และ 'อำนาจจักรพรรดิ์' ก็ทรงไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง....น่าสรรเสริญจริงๆ!!"

ปกติพระมหากษัตริย์ของไทยท่านทรงไว้อยู่เหนือการเมืองอยู่แล้ว หรือคิดว่าท่านเกี่ยวรึ ? อย่างน้อยคุณเป็นคนไทยอยู่ใต้ร่มพระบารมี น่าจะรู้ซึ้งถึงพระเมตตาของท่านนะครับ อย่าลืมว่าท่านทรงเห็นการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมากี่ยุค กี่สมัย จนอดีตนายกฯ ถึงแก่อนิจกรรมมากี่รายแล้ว ผ่านวิกฤติมากี่ครั้ง ถ้าไม่มีท่านป่านนี้ประเทศไทย แย่ไปแล้วนะครับ การเมืองไทยคือการเมืองไทย ไม่ใช่ญี่ปุ่น

สงสัยจานจ๊ะจะฝักใฝ่ Daksin'sTheory มากไปรึเปล่า ? บ้านเรากษัตริย์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์นะครับ !!! ความหมายลึกซึ้งกว่านี้เยอะเด็กน้อย !!
บันทึกการเข้า

พึงทำความเพียรในวันนี้ ใครเล่าจะรู้วันตายในวันพรุ่ง
snowflake
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,207



« ตอบ #45 เมื่อ: 16-12-2006, 17:02 »

ระหว่างนักการเมืองเลวที่เป็นภัยกับประเทศชาติ กับทหารที่ย่ำยีประชาธิปไตยแต่กำจัดนักการเมืองเลวได้ ผมคงต้องให้โอกาสทหารชุดนั้นสักระยะ  เพราะที่มาของพวกท่านเหล่านี้ก็เป็นคนของในหลวงทั้งนั้น และที่สำคัญ พวกเขามาจากเงินภาษีของประชาชน  เมื่อชาติบ้านเมืองมีภัยร้ายแรง(ที่สุดในประวัติศาสตร์) ถ้าไม่ปฏิวัติสิ..ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เพิ่งรู้ว่าทหารมีหน้าที่ปฏิวัติ
แค่คิดก็ผิดแล้ว ยังกล้าพูดออกมาโดยไม่ละอายใจ

เกลียดและกลัวทักษิณกันจนเลอะเลือนไปหมดแล้ว
น่าสังเวชปัญญาชนไทย ที่หลงตัวเองว่าดีวิเศษกว่ารากหญ้า
เมื่อไหร่จะตาสว่างกันซะที

 
บันทึกการเข้า

Even the smallest person can change the course of the future.
AsianNeocon
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,277


中華萬歲﹗ LONG LIVE CHINA!


เว็บไซต์
« ตอบ #46 เมื่อ: 16-12-2006, 17:10 »

ระหว่างนักการเมืองเลวที่เป็นภัยกับประเทศชาติ กับทหารที่ย่ำยีประชาธิปไตยแต่กำจัดนักการเมืองเลวได้ ผมคงต้องให้โอกาสทหารชุดนั้นสักระยะ  เพราะที่มาของพวกท่านเหล่านี้ก็เป็นคนของในหลวงทั้งนั้น และที่สำคัญ พวกเขามาจากเงินภาษีของประชาชน  เมื่อชาติบ้านเมืองมีภัยร้ายแรง(ที่สุดในประวัติศาสตร์) ถ้าไม่ปฏิวัติสิ..ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เพิ่งรู้ว่าทหารมีหน้าที่ปฏิวัติ
แค่คิดก็ผิดแล้ว ยังกล้าพูดออกมาโดยไม่ละอายใจ

เกลียดและกลัวทักษิณกันจนเลอะเลือนไปหมดแล้ว
น่าสังเวชปัญญาชนไทย ที่หลงตัวเองว่าดีวิเศษกว่ารากหญ้า
เมื่อไหร่จะตาสว่างกันซะที

 

เลิกสันดานเอาขี้ยัดปากคนอื่นได้หรือยังครับ มีตรงไหนที่คุณ *bonny บอกว่าทหารมีหน้าที่ปฏิวัติ? ทหารมีหน้าที่รักษาความมั่นคงของชาติ เมื่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติถูกบ่อนทำลาย สถาบันสูงสุดอันเป็นที่เคารพของคนไทยถูกคนที่ชื่อทักษิณดูหมิ่น เป็นหน้าที่ของทหารต้องจัดการ

นี่ยังไม่มีเหตุผลพออีกหรือที่ทำให้คนๆหนึ่งเกลียดและกลัวทักษิณ

คนที่ละอายใจควรเป็นคุณ scumfake นะครับ หลงตัวเองคิดว่าเป็นนักเรียนนอก เป็นได้แค่เศษฝรั่ง เมื่อไรจะตาสว่างซะที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-12-2006, 17:33 โดย ThaiTruth » บันทึกการเข้า

ใบไม้ทะเล
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,321


In politics stupidity is not a handicap


« ตอบ #47 เมื่อ: 16-12-2006, 17:15 »

ความคิดของแต่ละคน ไม่มีใครผิดใครถูกหรอกค่ะ มันขึ้นอยุ่กับมุมมอง

เพียงแต่ว่า กล้าคิดกล้าจิจารณ์มันออกมาให้คนอื่นทราบไหม ไม่ใช่ ไป copy and paste ข้อความของคนอื่น แบบนั้นน่าละอายกว่าค่ะ   
บันทึกการเข้า

立てばしゃくやく、座ればぼたん、歩く姿はゆりの花
aiwen^mei
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,732



« ตอบ #48 เมื่อ: 16-12-2006, 17:38 »

ระหว่างนักการเมืองเลวที่เป็นภัยกับประเทศชาติ กับทหารที่ย่ำยีประชาธิปไตยแต่กำจัดนักการเมืองเลวได้ ผมคงต้องให้โอกาสทหารชุดนั้นสักระยะ  เพราะที่มาของพวกท่านเหล่านี้ก็เป็นคนของในหลวงทั้งนั้น และที่สำคัญ พวกเขามาจากเงินภาษีของประชาชน  เมื่อชาติบ้านเมืองมีภัยร้ายแรง(ที่สุดในประวัติศาสตร์) ถ้าไม่ปฏิวัติสิ..ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เพิ่งรู้ว่าทหารมีหน้าที่ปฏิวัติ
แค่คิดก็ผิดแล้ว ยังกล้าพูดออกมาโดยไม่ละอายใจ

เกลียดและกลัวทักษิณกันจนเลอะเลือนไปหมดแล้ว
น่าสังเวชปัญญาชนไทย ที่หลงตัวเองว่าดีวิเศษกว่ารากหญ้า
เมื่อไหร่จะตาสว่างกันซะที

 

อาการทางจิตกำเริบอีกแล้ว อยากถูกด่านักหรือ....แม่คุณเกล็ดหิมะ 

อย่างคุณเนี่ยะนะ ภาษาจีนแต้จิ๋วเค้าคงบริภาษว่า "อั่งหม่อไซ่ เซี่ยซวยนั้ง" 

แสดงธาตุแท้ของความหยิ่งยโส ยกหางตัวเอง ไม่เลิกรา งี่เง่าแล้วยังอวดฉลาดทำปากกล้าอย่างไม่รู้จักละอายแก่ใจ ผิวหนังบนใบหน้าของเจ้าหล่อนช่างหนาเสียจริง ๆ  Yell

ในเมื่อคลั่งไคล้คำว่า "ประชาธิปไตย" นักหนา ก็จงต้มหนังสือเล่มหนาของพวกหนอนตำราโง่งมคร่ำครึหัวสี่เหลี่ยมทั้งหลายกลืนกินลงท้องไปก็ได้ 

อย่ามาแสดงความอวดรู้ อวดโอ่ เหมือนพวกกบน้อยในก้นบ่อ กบในกะลาครอบให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปที่เยี่ยมชมเว็บบอร์ดแห่งนี้เห็นให้อุจาดตาอีกเลย

บันทึกการเข้า

有缘千里来相会,无缘对面不相逢。
ชอบแถ
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,138



« ตอบ #49 เมื่อ: 16-12-2006, 22:01 »

เพราะที่มาของพวกท่านเหล่านี้ก็เป็นคนของในหลวงทั้งนั้น

ข้อความนี้ไม่น่าที่จะยกขึ้นมาอ้าง เพราะเป็นการใช้เครดิตของท่าน ใครอยากทำอะไร
ก็ทำไป เครดิตตัวเองมีก็พอแล้ว หัดพอเพียงกันหน่อย คิดว่าคนอื่นไม่เชื่อคำพูดไม่เชื่อ
การกระทำก็ยกในหลวงขึ้นมาอ้าง มันเข้าท่าซะที่ไหน คิดกันหน่อย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
    กระโดดไป: