ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
06-04-2025, 22:37
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)  |  ทั่วไป  |  ชายคาพักใจ  |  ธปท.ชงครม.แก้ไขกฎหมายเครดิตบูโร ยันคงข้อมูลหนี้เสีย3ปี 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หน้า: [1]
ธปท.ชงครม.แก้ไขกฎหมายเครดิตบูโร ยันคงข้อมูลหนี้เสีย3ปี  (อ่าน 2551 ครั้ง)
ปุถุชน
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10,332



« เมื่อ: 25-10-2007, 23:18 »

ธปท.ชงครม.แก้ไขกฎหมายเครดิตบูโร ยันคงข้อมูลหนี้เสีย3ปี
 
25 ตุลาคม พ.ศ. 2550 18:11:00
 
ธปท.แก้ไข พ.ร.บ.ข้อมูลเครดิตเสร็จแล้ว เตรียมเสนอเข้า ครม. เร็ว ๆ นี้ โดยให้เครดิต บูโร ประมวลผลข้อมูลทำประวัติสินเชื่อ และจัดเกรดลูกค้าได้ ยันไม่ลดอายุการโชว์ความเป็นหนี้เสียจาก 3 ปี เหลือ 1-2 ปี

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายกำกับสถาบันการเงิน กล่าวถึง ร่างแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ว่าในขณะนี้การแก้ไขร่างดังกล่าว โดยคณะกรรมการคุ้มครองเครดิต ซึ่งมีผู้ว่าการ ธปท.เป็นประธาน และกระทรวงการคลัง เสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นสุดท้ายของกระทรวงการคลังเพื่อนำเสนอ ครม.พิจารณา โดยหลักการที่มีการแก้ไข จะเพิ่มอำนาจให้ “บริษัทข้อมูลเครดิต” หรือเครดิต บูโร สามารถที่จะ นำข้อมูลเครดิตของลูกค้าที่ได้รับจากบริษัทสมาชิก มาประมวลผลเพื่อจัดทำเป็นประวัติการให้สินเชื่อลูกค้า (Credit Scoring) และจัดเกรด หรืออันดับความน่าเชื่อถือของลูกค้าได้ และข้อที่ 2 คือ ให้บริษัทข้อมูลเครดิต นำข้อมูลเครดิตที่ได้จากสมาชิกมาประมวล เพื่อจัดทำเป็นรายงานประวัติการให้สินเชื่อในแต่ละภาคธุรกิจออกเผยแพร่ เพื่อประโยชน์ต่อการทำนโยบายทางเศรษฐกิจ และการดำเนินงานของภาคธุรกิจได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการปรับเปลี่ยนการแจ้งข้อมูลเครดิตที่ส่งเข้าบริษัทข้อมูลเครดิตให้ลูกค้าทราบ ซึ่งมีการขอเปลี่ยนจากธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทปล่อยสินเชื่อต้องแจ้งลูกค้าให้ทราบถึงข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าที่ส่งเข้าบริษัทข้อมูลเครดิต ภายใน 30 วันนั้น เป็นให้บริษัทข้อมูลเครดิตเป็นคนแจ้งลูกค้านั้น ได้พิจารณาแล้วว่า ไม่ควรแก้ไข โดยคงไว้อย่างเดิม

ส่วนกรณีที่เป็นข้อร้องเรียนและขัดแย้งในช่วงก่อนหน้าคือ เรื่องอายุของการจัดเก็บข้อมูลของลูกหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ว่าให้เก็บย้อนหลัง และโชว์ผลเครดิตย้อนหลัง 3 ปี โดยมีข้อร้องเรียนให้เปลี่ยนเป็น 1-2 ปี เพื่อให้ลูกหนี้ที่เคยเป็นหนี้เอ็นพีแอล ภายในเวลา 3 ปีก่อน แต่ขณะนี้กลับมาเป็นหนี้ปกติแล้ว สามารถได้รับสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงลดเวลาลงอีกไม่ได้ เพราะจากเดิมกรณีของบุคคลธรรมดาได้ลดเวลาการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นหนี้เสีย จาก 5 ปีลดลงเหลือ 3 ปีแล้ว แต่ในกรณีของนิติบุคคล ให้คงเวลาให้ 5 ปีเช่นเดิม ซึ่งถือเป็นเวลาการโชว์การเป็นหนี้เสียที่น้อยที่สุดในโลกอยู่แล้ว และเป็นเวลาน้อยที่สุดที่ผู้ประกอบการรับได้ว่า เมื่อเห็นข้อมูลแล้วสามารถตัดสินใจให้หรือไม่ให้สินเชื่อได้ทันที

นายสรสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ธปท.กำลังจัดทำหนังสือเวียน เพื่อชี้แจงการส่งข้อมูลเครดิตของบริษัทสมาชิดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยจะให้ส่งรายงานเครดิตเฉพาะเงินต้น และดอกเบี้ยตามกำหนดของ ธปท.เท่านั้น ในกรณีค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ไม่ต้องรายงาน เพื่อไม่ให้การติดหนี้ค่าปรับ หรือค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆไม่กี่บาท ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อโดยตรงของลูกค้าทำให้ประวัติทางการเงินเสีย และไม่สามารถขอสินเชื่อใหม่ได้.
 
http://www.bangkokbiznews.com/2007/10/25/WW10_WW10_news.php?newsid=195976



นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงลดเวลาลงอีกไม่ได้ เพราะจากเดิมกรณีของบุคคลธรรมดาได้ลดเวลาการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นหนี้เสีย จาก 5 ปีลดลงเหลือ 3 ปีแล้ว แต่ในกรณีของนิติบุคคล ให้คงเวลาให้ 5 ปีเช่นเดิม ซึ่งถือเป็นเวลาการโชว์การเป็นหนี้เสียที่น้อยที่สุดในโลกอยู่แล้ว และเป็นเวลาน้อยที่สุดที่ผู้ประกอบการรับได้ว่า เมื่อเห็นข้อมูลแล้วสามารถตัดสินใจให้หรือไม่ให้สินเชื่อได้ทันที....
ข้ออ้างนี้ทำให้ผมนึกแกนนำรัฐบาลในอดีตเคยให้เหตุว่า ค่าไฟฟ้าประเทศไทยถูกที่สุด ค่ารถเมล์ประเทศไทยถูกที่สุด โดยไม่เปรียบค่าครองชีพ อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ.........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2007, 23:21 โดย ปุถุชน » บันทึกการเข้า

“หัวใจของการเมือง คือ ความไม่เห็นแก่ตัว หากเห็นแก่ตัวและพรรคของตัวแล้ว จะเห็นแก่มวลชนได้อย่างไร ดังนั้น นักการเมืองควรมีศีลธรรม ยึดถือธรรม บูชาธรรมยิ่งกว่าคนธรรมดา เมื่อเราทราบดีว่า การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมปัจจุบันมีปัญหาที่ต้องแก้ไข หากผู้ที่อาสาเข้ามายังจะใช้วิธีการเดิมๆ อีก ย่อมจะแก้ไขไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นผลของอดีต และจะเป็นเหตุของอนาคต ต้องคิดให้ดี พูดให้ดี และทำให้ดี ในอนาคตจึงจะมีความหวังได้ มิฉะนั้นผู้สนับสนุนผู้ถูกร้อง(พ.ต.ท.ทักษิณ) จะต้องผิดหวังในที่สุด”


อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประเสริฐ นาสกุล ได้มีคำวินิจฉัยส่วนตัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความผิดในคดีซุกหุ้น......
********Q********
ขาประจำขั้นที่ 3
*******
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,520


I'm Looking At You.


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 25-10-2007, 23:29 »


 


ธุรกิจใหญ่ ต้องให้ยอมรับความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เอาเปรียบลูกค้า

ธนาคารตอนนี้ต้องให้แข่งขันกันปล่อยสินเชื่อ หากล้มก็ไม่ต้องไปอุ้ม..

ส่วนธุรกิจขนาดย่อมรัฐต้องปกป้องครับ...

แบงค์ชาติจะเป็นอีกที่หนึ่งที่เป็นองค์กรหลงยุค..
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
    กระโดดไป: