ไอ้ปากพล่อย..โดย ประสงค์ วิสุทธิ์
ผู้อ่าน 518 คน วันที่ 16 พฤษภาคม 2551 เวลา 21:01:32 น. ส่งข่าวให้เพื่อนส่งข่าว พิมพ์ข่าวพิมพ์ข่าว
- ขนาดข้อความ +
'ช่วงประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกสนิทสนมกับ 'ไอ้ปากพล่อย' มากเป็นพิเศษราวกับเพื่อสนิท แต่ข้อเสียของ'ไอ้ปากพล่อย' คือ ชอบพล่าม โว โม้ บ้า เรื่องการบ้านการเมืองให้ฟังอยู่เป็นประจำ โดยอวดอ้างว่า ตัวเองมีความฉลาดเฉลียวรู้ทันคนตลอดเวลา'
แม้ชื่อเรื่องขึ้นต้นด้วย 'ไอ้' แต่ขอยืนยันว่า ไม่ใช่คำไม่สุภาพ เพราะ เมื่อคำว่า 'มึง' แปลว่า 'ยู(You)' คำว่า 'ไอ้' ก็แปลว่า 'มิสเตอร์(Mr.-Mister)' ได้เช่นเดียวกัน
นอกจากนั้นคำคำนี้ยังเป็นศัพท์สามัญที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีใช้เป็นประจำ
เช่นเดียวกันเป็นชาวบ้านร้านตลาด(รวมถึงบรรดาข้าราชการ)มักใช้คำคำนี้เรียกขานนายสมัครในฐานะบุคคลที่สามด้วยความสนิทสนมเหมือนกับพวกเราเรียกชื่อเพื่อนฝูงที่มักมีคำคำนี้นำหน้าเสมอ
เมื่อนายสมัครเรียก'ไอ้หัวเถิก'ในรายการสนทนาประสาสมัคร ทำให้เข้าใจได้ว่า นายสมัครกับ 'ไอ้หัวเถิก' มีความสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก และให้ความสำคัญถึงกับนำมากล่าวถึงในรายการเดียวกันถึง 2 สัปดาห์และยังให้เวลามากเป็นพิเศษอีกด้วย
ช่วงประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกสนิทสนมกับ 'ไอ้ปากพล่อย' มากเป็นพิเศษราวกับเพื่อสนิท แต่ข้อเสียของ'ไอ้ปากพล่อย' คือ ชอบพล่าม โว โม้ บ้า เรื่องการบ้านการเมืองให้ฟังอยู่เป็นประจำ โดยอวดอ้างว่า ตัวเองมีความฉลาดเฉลียวรู้ทันคนตลอดเวลา
แม้บางครั้งรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก แต่เมื่อไม่มีทางเลือกเพราะ' ไอ้ปากพล่อย' เล่นบังคับให้ต้องฟังตัวเองพูดอาทิตย์ละครั้ง แถมบางครั้งยังเพิ่มช่วงเวลาบังคับพิเศษเป็นครั้งคราว ทำให้ต้องทำใจว่า ฟังแบบไม่คิดอะไรมากและเป็นความบันเทิงเหมือนดูจำอวดก็สนุกดีเหมือนกัน
ที่เพื่อนๆ เรียกขานกันว่า 'ไอ้ปากพล่อย' อาจเป็นเพราะชอบพูดอะไรโดยไม่คิด ไม่ระมัดระวังว่าจะเกิดความเสียหายอะไรตามมา
อย่างเช่นวันก่อนไปคุยโตโออวดกลางวงว่า ไปเจอชาวต่างประเทศ จึงรู้ว่า มีธนาคารจะเจ๊ง มีการแอบใส่เงินเพิ่มทุนเข้าไป แล้วจะเอาธนาคารไปขายให้ต่างชาติ
'ไอ้ปากพล่อย' มันบอกว่า รู้ไต๋คนพวกนี้ ต้องการหมกเม็ดแล้วโยนบาปมาให้ตัวเอง
ปรากฏว่า วันรุ่งขึ้น คนที่ได้ยิน'ไอ้ปากพล่อย'พูดเรื่องนี้ตกอกตกใจกันใหญ่ เทขายหุ้นธนาคารกันอุตลุด ตราสารหนี้ธนาคารอื่นเตรียมไว้ขาย ขายไม่ออก จนเกิดความปั่นป่วนในตลาด
'ไอ้ปากพล่อย' เลยปฎิเสธพัลวันว่า ไม่ได้พูดว่า แบงก์เจ๊ง เพียงแต่บอกว่า มีปัญหา แทบยังท้าทายให้คนที่รับผิดชอบชี้แจงหรือออกมาปฏิเสธ เรื่องจะได้จบ
มีคนนินทากันว่า 'ไอ้ปากพล่อย'ไม่ชอบทำงานในหน้าที่หรือหาข้อมูลเกี่ยวกับงานที่ตัวเองทำ ไม่เช่นนั้นคงไม่พล่าม โว โม้ บ้า ในเรื่องไร้สาระอยู่เป็นประจำ( เช่น เรื่องธนาคารเจ๊ง) แต่เอาเวลาไปทำตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์ขายอาหาร หาโฆษณาเข้าบริษัทอื่น
อีกครั้งหนึ่ง 'ไอ้ปากพล่อย' เที่ยวไปพูดตามสถานที่ต่างๆจนทั่วว่า มีข่าวว่า มีกลุ่มคนที่จะทำการรัฐประหารล้มรัฐบาล จนไปเข้าหูพวกหนังสือพิมพ์ นำไปพาดหัวกันใหญ่โต
'ไอ้ปากพล่อย'โวยวายใหญ่ว่า หนังสือพิมพ์กุข่าวขึ้นมาสร้างความปั่นป่วนให้แก่บ้านเมือง แล้วบริภาษจนเป็นเรื่องใหญ่โต
'ไอ้ปากพล่อย' มีลูกน้องอยู่หลายคน คนหนึ่งนั้นชอบทำหน้าหล่อ หวีผมเรียบแปร้ ทำเสียงเข้มพูดจาอวดใหญ่อวดอำนาจ เอะอะอะไรก็ชอบขู่จะจัดระเบียบคุมโน้นคุมนี้ และขู่ปลดคนนั้นคนนี้อยู่เป็นประจำ แต่ไม่ค่อยมีใครถือสาเพราะรู้ว่า เป็นพวกเก็บกด จึงคิดว่า มีอำนาจจะทำอะไรก็ได้
วันหนึ่งลูกน้อง 'ไอ้ปากพล่อย'ไม่ชอบหน้ากรรมการผู้จัดการบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่งซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เลยต้องการที่จะปลดออกจากตำแหน่ง แต่ไม่มีอำนาจ จึงไปเที่ยวปูดข่าวว่า บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์แห่งนี้ขาดทุนยับเยินในรอบหลายปี น่าเป็นห่วงมาก จนหุ้นของบริษัทร่วงระเนนระนาด ไม่รู้ว่า ให้พรรคพวกไปแอบช้อนซื้อหุ้นไว้ด้วยหรือเปล่า
ลูกน้อง' ไอ้ปากพล่อย'คนนี้วางแผนให้มีการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ แล้วจึงให้คณะกรรมการบริษัทปลดกรรมการผู้จัดการอีกหนึ่ง
คนที่ลูกน้อง'ไอ้ปากพล่อย'ผลักดันให้เป็นกรรมการบริษัทผลิตรายการโทรทัศน์แห่งนี้ บางคนเป็นลูกจ้างของบริษัทคู่แข่งด้วย ตรงนี้ทำให้เห็นว่า ลูกน้อง'ไอ้ปากพล่อย'ต้องการส่งคนเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบในบริษัทนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศผลประกอบการรไตรมาสแรก(มกราคม-มีนาคม)ของปี 2551 ปรากฏว่า บริษัทผลิตรายการโทรทัศน์แห่งนี้มีกำไรกว่า 230 ล้านบาท เล่นเอาลูกน้อง'ไอ้ปากพล่อย'หน้าหงายไป จึงไม่รู้ว่า จะเอาอะไรมาเป็นข้ออ้างในการปลดกรรมการผู้จัดการออกอีก
เห็นได้ชัดว่า ทั้งลูกน้องกับเจ้านายมีนิสัยเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ พูดแบบไม่รับผิดชอบ ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น จนผู้คนเอือมระอา
แต่ทำไงได้ ทั้งเจ้านายและลูกน้องเล่นเข้าไปยึดเวลาสถานีโทรทัศน์ของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง เลยอาศัยสถานีโทรทัศน์ช่องนี้พล่าม โว โม้ บ้าในสิ่งที่คิดเอง เออเองอยู่ฝ่ายเดียว
ได้แต่เป็นห่วงว่า พล่ามมากๆไปพาดพิงพวกขี้ยัวะเข้า อาจถูบตบปากแตกได้
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=31463&catid=16น่าจะเพิ่มคำว่า หน้าตัวเมีย หน้าด้าน หน้าไม่อาย เข้าไปด้วย