จาก..
ข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. นายสนธิญา สวัสดี กรรมการบริหารพรรคประชากรไทยได้เดินทางมายื่นฟ้องนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์เพื่อขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้นายธีรภัทร์ ยกเลิกรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน ของนาย สนธิ ลิ้มทองกุล และสถานีโทรทัศน์ ASTV โดยนายสนธิญา กล่าวว่า ตนได้ติดตามรายการยามเฝ้าแผ่นดินของนายสนธิ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 มาโดยตลอด ซึ่งเห็นว่ารายการนี้ยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งคำพูดของนายสนธิ ในรายการนี้ คืนวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมามีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลที่สามจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ตนนับถือเช่น นาย สมัคร สุนทรเวช นาย ดุสิต ศิริวรรณ จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีและประธานคมช.ที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและให้โอกาสท่านในการทำงาน น่าที่จะสั่งยกเลิกรายการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ....................................................................
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ผมติดตามมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เห็นว่า เป็นรายการที่ดี มีประโยชน์สำหรับคนที่สามารถกรองคำพูดและความคิดอ่านทางการเมืองของนายสนธิ ลิ้มทองกุลได้
พูดง่ายๆ ว่า คนที่ดูรายการนี้ต้องใช้สติปัญญาและความสามารถในการวินิจฉัยด้วยว่า สมควรคล้อยตามหรือไม่
ไม่มีผู้ดำเนินรายการคนไหนในประเทศอีกแล้วครับที่กล้าพูดอย่างที่สนธิทำอยู่ เช่น..ทักษิณจ้างมีชัย 10 ล้านเขียนความเป็นไปได้ของเขตเศรษฐกิจใหม่..นครสุวรรณภูมิ เป็นต้น
การระบุชื่อและตัวเลขแบบไม่ต้องตีความ ไม่ต้องอ้อมค้อมเช่นนี้ เท่ากับรอวันพิพากษาให้จำคุกมาถึงดีๆ นี่เอง
นายสนธิจึงไม่ใช่สื่อสารมวลชน เพราะไม่มีความเป็นกลาง แต่เลือกที่จะอยู่ข้างที่ตนเองมีผลประโยชน์ และโชคดีที่เป็นข้างที่ตรงกับใจของพี่น้องประชาชนที่มีปากมีเสียงของประเทศ
สิ่งที่นายสนธินำมาพูด นำมาแฉ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อคนฟังที่มีสติปัญญาและวุฒิภาวะในการวินิจฉัยข้อความเป็นอย่างยิ่ง เพราะนายสนธิมีโครงข่ายของตนเองในการหาข่าวสาร และตัวนายสนธิก็เป็นคนเก่ง คนกล้าคนหนึ่ง
ปกติรายการสนทนาปัญหาบ้านเมืองของฟรีทีวี ผมจะไม่ดู หรือดูไม่จบ เพราะพิธีกรดำเนินรายการมักเชิญนักการเมืองมาแก้ตัวให้กับรัฐบาล และผู้ดำเนินรายการก็ส่งคำถามแบบชงให้ตบ ซึ่งนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลก็เตรียมคำตอบมาอย่างดิบดีแล้วจำนวนหลายหน้ากระดาษ ซึ่งประชาชนจะไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากการบริโภคเลย เว้นแต่หัวขี้เลื่อยจริงๆ ที่ เขาพูดอะไรก็เชื่อ
ผมจึงชอบดูรายการสนทนาปัญหาบ้านเมืองที่ผู้ดำเนินรายการสามารถควักไส้ควักพุงนักการเมือง และเอาคำตอบที่นักการเมืองไม่อยากตอบมาตอบให้ประชาชนฟัง(แทน)
ถ้าคิดว่า คำตอบนั้นไม่ถูกต้อง บิดเบือน นักการเมืองนั้นๆ ก็สามารถร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ดำเนินรายการได้ ซึ่งในที่นี้ ก็คือ นายสนธิ ลิ้ม ซึ่งก็พร้อมที่จะขึ้นศาลได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นสิ่งที่พิธีกรรายการโดยอาชีพหวาดกลัวที่สุด
เนื่องจากนายสนธิเป็นคนที่รู้มาก รู้ลึก แถมยังปากพล่อยอีกด้วย เราจึงเห็นอาการหลุดออกมาจากปากหลายครั้ง และหลายคำ โดยอาจไม่ตั้งใจ ซึ่งค่อนข้างท้าทายต่อความผิด-ถูกทางกฎหมายเป็นอย่างยิ่ง ดังเช่น..
ถ้านายกไม่ลาออก จะให้....ลาออกหรืออย่างไร ซึ่งตอนพูดคงไม่ได้คิด ถ้ารู้ว่า มันจะดังเช่นนี้ก็คงไม่พูด
รายการยามเฝ้าแผ่นดินคงไม่สร้างความแตกแยกให้สังคมไทยหรอกครับ เพราะรากหญ้าคงไม่ดู (ถ้าดูแล้วรู้เรื่อง คิดได้ คุณก็คือรากแก้วแล้ว) แต่จะสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้คนที่รักทักษิณและคนที่อยู่ในพรรคไทยรักไทยมากกว่า
ในอดีต รายการวิเคราะห์ข่าวการเมืองที่สร้างความแตกแยกที่สุดและเลวร้ายที่สุด คือ รายการสมัคร-ดุสิต คิดตามวัน ซึ่งระรานบุคคลที่สามที่อยู่ตรงข้ามกับพรรคไทยรักไทยไปทั่ว แต่นายสนธิญากลับมองไม่เห็น
ฉะนั้น..อยู่ต่อไปเถอะครับรายการนี้ ขอให้อย่าถอดออกเลย ผมเหม็นเบื่อ อดิศักดิ์.. สุวิทย์.. กิตติ.. จักรภพ.. จักรพันธุ์ เหล่านี้มานานแล้ว
ที่สำคัญอีกประเดี๋ยวก็จะมี PTV เกิดขึ้นมาแล้ว หมัก-สิต ก็คงได้คืนจอแน่นอน และถ้าฤาษีคิดจะเอานพ.ยงยุทธ เป็นกระบอกเสียงแก้ต่างให้รัฐบาล สงสัยจมธรณีแน่นอน
เกลือต้องจิ้มเกลือ ในกรณีเดียวกัน
ขี้ก็ต้องจิ้มด้วยขี้ ครับ ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ
