ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
23-11-2017, 17:12
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 [10]
 91 
 เมื่อ: 12-10-2008, 12:53 
เริ่มโดย A-NOY - กระทู้ล่าสุด โดย RiDKuN
เอ่อ ข้างบนนั่น ผมว่าสมานฉันท์แบบนั้น มันก็แก๊งมาเฟียระดับชาติดีๆ นี่เองนะครับ 

 92 
 เมื่อ: 12-10-2008, 12:52 
เริ่มโดย หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ - กระทู้ล่าสุด โดย s38593
รู้สึกจะเป็นญาติใครซักคนในรัฐบาลเป็นอธิบดีอยู่ครับ ตั้งย้ายท่านสุนัย(สะกดถูกรึป่าวถ้าผิดขออภัยด้วย)ก็เงียบไปเลย

 93 
 เมื่อ: 12-10-2008, 12:51 
เริ่มโดย อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย) - กระทู้ล่าสุด โดย RiDKuN
พอถูกแย้งว่าแปลผิด เขาก็บอกว่า ไม่อยากเถียงด้วย
นี่แหละครับ นิสัยพวกเขาละ 

 94 
 เมื่อ: 12-10-2008, 12:50 
เริ่มโดย อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย) - กระทู้ล่าสุด โดย jrr.
จะแปลจะวิจารณ์จะแสดงภูมิจะแสดงความเห็นอะไร.......

..........ก็เอามาแสดงทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตัดยกมาแค่ส่วนเดียว

....................เวร !!!


(ขออภัย จขกท.นะ....ข้อความข้างบนไม่ได้ว่าคุณ แต่ด่าไอ้พวกชอบตัดต่อ ฉวยโอกาส)

 95 
 เมื่อ: 12-10-2008, 12:43 
เริ่มโดย LA_Dude - กระทู้ล่าสุด โดย LA_Dude
ขอบคุณมาก ๆ ครับ พี่ jerasak

 96 
 เมื่อ: 12-10-2008, 12:40 
เริ่มโดย อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย) - กระทู้ล่าสุด โดย May The Force Be With You
บางคนเข้าใจความหมายแต่เลือกที่จะบิดเบือน      6  ตุลามันเป็นอย่างนี้เอง

 97 
 เมื่อ: 12-10-2008, 12:38 
เริ่มโดย jerasak - กระทู้ล่าสุด โดย jerasak
ปู่เย็น แบบอย่างของคนรุ่นหลัง
http://www.cablephet.com/board/q_view.php?c_id=3&q_id=3038&page=5



“ดูแต่หอยซิ  ไม่มีมือไม่มีตีนมันยังหากินเองได้  ประสาอะไรกับคนมีมือมีเท้า  หากินเองไม่ได้ก็อายหอย”
             
              ถ้อยความสั้นๆ  จากหนังสือ  ฅ  คน  แสดงความเป็นตัวตนอย่างชัดเจนของ  “ปู่เย็น” 
เฒ่าทระนงวัย  106  ปี  ที่นอกจากจะเป็นขวัญใจมหาชนแล้ว  ปู่เย็นยังเป็นกำลังใจในการสู้ชีวิต
ให้แก่หลายๆ  คน  ท่ามกลางสังคมที่ผุกร่อน
             
              มาวันนี้ปู่เย็นมีบทบาทใหม่เพิ่มเติมมานั่นก็คือ  การได้รับเกียรติให้เป็น  “พรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยว” 
ของจังหวัดเพชรบุรี  ที่แม้กระทั่งปู่เย็นเองก็ยังไม่รู้ว่า  “พรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยว”  คืออะไร???


ดังกว่าดารา
             
              หลังรายการ  “คนค้นฅน”  นำเสนอเรื่องราวของ  “ปู่เย็น”  เฒ่าทระนง  ไปในคืนวันอังคารที่ 
22  กุมภาพันธ์  2548  และอีก  2  ตอนต่อมา
             
              ชื่อของผู้เฒ่าแห่งลุ่มน้ำเพชรได้กลายเป็นที่รู้จักทันทีด้วยวิถีปฏิบัติที่เรียบง่าย  พอเพียง  และทระนง 
จากชายชราที่รอวันสังขารร่วงโรย  ปู่กลายเป็นที่สนใจของคนมากมายจะเป็นด้วยกระแสหรือความเมตตาก็สุดจะหยั่ง 
มีคนมากมายจากทั่วสารทิศมาเยี่ยมชนิดที่หัวกระไดสะพานลำไยที่ปู่อยู่ไม่เคยแห้ง
             
              ปู่เย็นกลายเป็นขวัญใจมหาชนคนใหม่  จนทางรายการคนค้นฅนต้องนำเรื่องราวของปู่เย็นมานำเสนออีกครั้ง
ตามคำเรียกร้องของผู้ชม
             
              ทั้งนี้  ตามประวัติของปู่เย็นที่ผ่านการนำเสนอจากรายการคนค้นฅนและหนังสือ  ฅ  คน  ฉบับปฐมฤกษ์  ระบุไว้ว่า 
ปู่เย็นเป็นชาวเพชรบุรีโดยกำเนิด  มีชื่อจริงคือ  “นายเย็น  แก้วมะณี”  มีที่อยู่อาศัยตามทะเบียนราษฎรคือ  274/4  ถ.มาตยาวงศ์ 
ต.ท่าราบ  อ.เมืองเพชรบุรี  อดีตมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว  ปัจจุบันปู่เย็นมีอายุ  106  ปี  (ตามที่ระบุผ่านสื่อต่างๆ)  อาศัยอยู่ใน
เรือลำน้อยใต้สะพานลำไยแห่งลำน้ำเพชร
             
              ปู่เป็นชาวมุสลิม  แต่มีภรรยาเป็นไทยพุทธ  ชื่อ“ย่าเอิบ”  ที่อยู่ด้วยกันโดยไม่มีใครเปลี่ยนศาสนา  แต่ว่าก็ใช้ชีวิต
เคียงคู่กันไปตลอดชีวิต
             
              ปู่เย็นไม่มีลูกเพราะปู่เป็นหมัน  จะมีก็แต่ลูกสาวบุญธรรม  2  คนเท่านั้น  ซึ่งเมื่อเติบใหญ่ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน 
ชีวิตบั้นปลายของชายชราอย่างปู่คงจะมีความสุขในบ้านเช่าหลังเล็กๆ  ทว่าเมื่อวันที่  16  มีนาคม  2536  ย่าเอิบก็มาด่วน
หนีโลกเบี้ยวๆไปเสียก่อน  ตอนอายุ  94  ปี  ปู่ร้องไห้ต่อการจากไปของย่ากว่า  3  เดือน
             
              เมื่อไม่มีย่าปู่ก็ไม่รู้จะเสียเงินค่าน้ำ  ค่าไฟ  ค่าเช่าบ้านอีกทำไมเดือนละแปดร้อยบาท  ปู่จึงขนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่
ไม่กี่ชิ้นในชีวิตมาอยู่บ้านหลังใหม่  ไม่มีเสา  ไม่มีหลังคา  บ้านของปู่เป็นเพียงเรือลำเล็กๆ  ลอยอยู่ในลำน้ำเพชร  จากวันนั้น
ถึงวันนี้  ปู่ใช้ชีวิตอยู่บนเรือนับ  10  ปี  เลี้ยงชีวิตด้วยการดักอวนหาปลา  เหลือกินก็ขายถูกๆ  ไม่ต้องมีตาชั่ง  20-30  บาท
ปู่ก็ขายแลกเงินประทังชีพ  แต่ถ้าใครเอาเงินให้ฟรีๆ  ปู่จะโกรธไม่รับเงิน
             
              “กินฟรีได้  แต่ไม่อยากกิน  เกรงใจ  ไม่เอา  อาย  ของซื้อของขาย  ไหนต้องตักไหนต้องล้าง”  ปู่เย็นว่าไว้อย่างนั้น 
(จากหนังสือ  ฅ  คน)
             
              เมื่อละครชีวิตของปู่เย็นถ่ายทอดสู่สายตาประชาชนจากรายการคนค้นฅน  ก็ดูเหมือนว่าโลกที่เคยลืมเลือนปู่เย็นไป 
กลับพลิกผันจดจำปู่ได้ในทันที  จากที่เคยโดดเดี่ยว  ปู่เย็นกลายเป็นคนดังที่ชีวิตไม่เงียบเหงาอีกต่อไปเพราะในยุคนั้นที่ผู้นำ
ไร้จริยธรรม  สังคมไทยผุกร่อน  เน้นวัตถุและเม็ดเงินเป็นใหญ่
             
              เมื่อมีคนอย่างปู่เย็นปรากฏต่อสายตาสาธารณะชน  ด้วยภาพของชายชราตัวงองุ้ม  ศีรษะโพกผ้าสะระบั่นเพื่อยืนยัน
ความเป็นมุสลิม  ชอบนั่งหัวเราะอ้าปากหวอ  กระดูกไม่ดี  เดินได้นิดเดียวก็เหนื่อยหอบ  ผิวหนังเหี่ยวย่น  ใช้เหงือกแทนฟัน
ในการบดข้าว  แต่ว่าก็มีความเด็ดเดี่ยวและทระนงอยู่ในตัวตน  หลายๆ  คนจึงเทใจยกให้ปู่เย็น  เฒ่าทระนง  เป็นฮีโร่ไปโดยปริยาย


บทบาทใหม่
             
              วันที่  23  มีนาคม  2548  ปู่เย็นได้เข้ารับเรือพระราชทานต่อเบื้องพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ 
พระบรมราชินีนาถ  ที่จัดขึ้นบริเวณท่าน้ำหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด  เพื่อรับพระราชทานเรือพระราชทานที่เป็นฝีมือการออกแบบ
ของวิทยาลัยการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา  เป็นเรือกว้าง  1  เมตร  ยาว  6  เมตร  มีประทุนหลังคากันแดดกันฝน  ด้านครึ่งเรือ
ตอนท้ายจะมีผ้ามุ้งสำหรับกันยุง  สำหรับตัวเรือจะเป็นเนื้อไฟเบอร์กลาสตลอดทั้งลำ  มีน้ำหนักเบาสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำตื้นได้ 
สร้างความตื้นตันใจแก่ปู่คณานับ
             
              นอกจากนี้ทางจังหวัดเพชรบุรีได้คัดเลือกให้ปู่เป็นผู้สูงอายุดีเด่นประจำปี  48  รวมถึงได้มอบบทบาทใหม่อย่าง
เป็นทางการให้ปู่เย็นเมื่อวันอาทิตย์ที่  10  ธันวาคม  2549  นั่นก็คือ  การเป็น  “พรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี” 
ที่หากใครผ่านไปเพชรบุรีก็จะเห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่มีทั้งรูปสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของจังหวัดอย่าง  “เขาวัง” 
ที่เยื้องมาทางมุมซ้ายมีรูปผู้ว่าราชการจังหวัดกำลังปีนต้นตาล  และที่มุมซ้ายสุดมีรูปปู่เย็นหัวเราะอ้าปากหวอ  ก็ไม่ต้องแปลกใจไป 
เพราะนั่นคือบทบาทใหม่ของปู่เย็นที่ทางจังหวัดเพชรบุรีมอบให้
             
              “การนำปู่เย็นมาเป็นพรีเซ็นเตอร์นั้นเพราะเรามองว่าในด้านของการตลาดว่า  ควรจะหาบุคคลที่มีต้นทุนทางสังคมสูง
ซึ่งตรงกับลักษณะของปู่เย็นพอดี  ปู่เป็นคนเพชรบุรีโดยกำเนิด  หลังจากรายการคนค้นฅน  นำเสนอเรื่องราวชีวิตของปู่ก็เป็นที่
น่าสนใจและควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างต่อคนทั่วไป  จึงเหมาะต่อการเป็นภาพลักษณ์ของเมืองเพชร”  สยุมพร  ลิ่มไทย  ผู้ว่าราชการ
จังหวัดเพชรบุรี  แสดงความเห็นต่อการคัดเลือกปู่เย็นเป็นพรีเซ็นเตอร์ทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัด
             
              นอกจากนี้  พ่อเมืองเพชรบุรียังให้เหตุผลถึงการเลือกพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ว่า  ปู่เย็นเป็นบุคคลที่มีต้นทุนทางสังคมสูง 
และก่อนที่จะเจาะจงคัดเลือกปู่นั้นทางจังหวัดมีการสอบถามถึงความสมัครใจให้ปู่ทราบแล้วว่าปู่ยินดีหรือไม่  ซึ่งปู่ก็เข้าใจและ
ยินดีที่จะช่วยเหลือทางจังหวัด  เมื่อทางจังหวัดมีกิจกรรมอะไรก็จะเชิญปู่เย็นมาเพื่อร่วมประชาสัมพันธ์ออกงานกับทางจังหวัด 
หรือเมื่อใครมาเที่ยวแล้วต้องการไปเยี่ยมปู่ที่เรือก็สามารถทำได้
             
              เป็นอันว่าการเป็นพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ปู่รับด้วยความสมัครใจ  แม้ว่าปู่จะไม่รู้ว่าพรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวคืออะไรก็ตาม
             
              ในขณะที่ใครหลายๆ  คนก็ออกจะหวั่นใจกับบทบาทใหม่ของปู่เย็นอยู่ไม่ได้  เพราะด้วยความเป็นห่วงปู่  เกรงว่าปู่
จะเหนื่อยต่อการวิ่งรอกออกงานโน้นงานนี้  ซึ่ง  เกียรติศักดิ์  กล่อมสกุล  ที่นอกจากจะคอยดูแลปู่เย็นแล้ว  ยังรับหน้าที่เป็นสารถี
ส่วนตัวคอยรับส่งปู่เย็นไปตามที่ต่างๆ  กล่าวว่า
             
              “จริงๆ  แล้วปู่เย็นก็ใช้ชีวิตประจำวันไปตามปกติของปู่นั่นแหละ  สมมติว่ามีงานแถลงข่าวที่อยู่ในละแวกเมืองเพชร
ไม่ต้องเดินทางไกล  ผมก็มารับปู่ไปเอง  และจะบอกแกว่า  “มารับปู่ไปเที่ยว”  ซึ่งแกก็ชอบ  เพราะถือเป็นการไปเปิดหูเปิดตา 
ส่วนการที่มีคนมาขอถ่ายรูปมานั่งคุยด้วย  ผมมองว่ามันไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแกเท่าไหร่หรอก  เพราะที่ผ่านมา 
(หลังออกรายการคนค้นฅน)  ก็มีคนมาหาแกเป็นประจำอยู่แล้ว
             
              “สำหรับนักท่องเที่ยวถือว่าปู่เย็นไปสร้างสีสันให้กับงาน  แต่สำหรับปู่แล้วถือว่าเป็นการสร้างสีสันให้กับแก 
เพราะปู่เป็นคนชอบไปโน่นไปนี่  แต่เดี๋ยวนี้แกจะไปไหนคนเดียวก็ไม่ไหวแล้ว  ขี่จักรยานก็ไม่ไหว  จะพายเรือน้ำเพชรมันก็น้อย 
ไปไหนได้ไม่ไกล  นอกจากหาปลาได้แถวสะพานลำไย”  เกียรติศักดิ์กล่าวในฐานะคนคุ้นเคยกับปู่เย็นเป็นอย่างดี
             
              ในขณะที่  สุทธิพงษ์  ธรรมวุฒิ  ผู้ดำเนินรายการ  คนค้นฅน  คนคุ้นเคยกับปู่เย็นอีกคนหนึ่ง  อดที่จะแสดงความห่วงใย
ต่อปู่เย็นไม่ได้  เพราะวันนี้สังขารของปู่เย็นร่วงโรยไปมากแล้ว
             
              “วิถีชีวิตของปู่เย็นเราอย่าไปมองว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่ตลอดเวลา  เพราะว่าในความเป็นจริงมันก็มีเหตุผลความ
จำเป็นบางอย่างที่ทำให้ปู่ต้องอยู่แบบนั้น  สมมติว่ามันมีตัวแปรอื่นที่ทำให้ปู่ต้องมีโอกาสในชีวิตมากกว่าที่เคยเป็นแล้วไม่ได้มา
บังคับแก  แต่เป็นกิจกรรมที่แกร่วมด้วยความสมัครใจก็เป็นการดี  แต่มันมีสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง  นั่นก็คือ  ปู่อายุเยอะแล้ว 
สุขภาพของปู่ล่าสุดทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด  แล้วปู่เป็นคนที่คงเส้นคงวาในเรื่องของการสูบบุหรี่มาก  การที่นำปู่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์
ย่อมที่จะมีผลกระทบบ้าง  แต่เท่าที่รู้จักปู่เย็นถ้าสมมติว่าห้วงเวลาที่เหลือปู่ได้มีกิจกรรมที่ปู่ร่วมแล้วสนุกด้วยแกก็คงอยากไป 
ถ้าแกไม่เต็มใจไปก็คงไม่ไป”
             
              “สำหรับการที่นำปู่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดนั้นผมมองว่ามันก็เท่านั้นแหละ  เพราะว่าปู่แกจะไม่รู้อะไร
เกี่ยวกับการท่องเที่ยว  ปู่มีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าโลกนี้มันมีการทำมาหากินเอาเงินเข้าประเทศจากธุรกิจท่องเที่ยว  ปู่ไม่รู้เรื่องตรงนั้นเลย 
แต่ว่าสิ่งที่มันพอจะหยิบชูขึ้นมาให้คนเห็นก็เพียงแค่ให้คนไปเที่ยวเห็นว่าไปเที่ยวเพชรบุรีเพราะเพชรบุรีมีปู่เย็น  ไปดูเหมือนไปดู
ของแปลกหรือไปดูความประทับใจก็แล้วแต่  ไม่มีใครสามารถเอาปู่ไปทำอะไรได้มากกว่าเอาปู่ไปโฆษณา”
             
              สุทธิพงษ์  แสดงความคิดเห็น  พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า
             
              “คนที่พาปู่ไปต้องใส่ใจในรายละเอียด  ต้องดูแลได้  ถ้าดูแลไม่ดีปู่ทุกข์ทรมานแล้วไม่มีใครคอยใส่ใจจากความคิด
สร้างสรรค์จะกลายเป็นบาปทั้งขึ้นทั้งล่องเสียเปล่าๆ  ถ้าชีวิตของคนคนหนึ่งทำประโยชน์ไม่ว่าจะในแง่ไหนให้แกผืนแผ่นดิน
ที่ตัวเองอยู่บ้างก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี  แต่การที่คิดจะเอาปู่ไปใช้ในเรื่องของผลประโยชน์ก็คงต้องมีบ้าง  แต่ต้องระวังรัดกุมให้มากๆ”


ผู้เฒ่าที่ใครๆ  ก็รัก
             
              หลังโด่งดังจากรายการคนค้นฅน  ปู่เย็นก็มีคนห่วงใยมากมายจากทั่วประเทศ  โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกขานตัวเองว่า 
“แก๊งค์คนรักปู่เย็น”  ที่มีทั้งใกล้และไกล  ซึ่งถ้ามีโอกาสผ่านไปทางเมืองเพชรบุคคลเหล่านี้ก็จะแวะเวียนเยี่ยมเยียนปู่ของพวกเขา
อยู่เป็นประจำ
             
              “เกรงใจมาทำไมไกลๆ”  ปู่เย็นมักจะบอกอย่างนี้เป็นประจำกับคนเดินทางไปเยี่ยมเยียน
             
              นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้จังหวัดเพชรบุรีเลือกปู่เย็นเป็นพรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวของจังหวัด  ซึ่งเกียรติศักดิ์กล่าวว่า 
การเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับทางจังหวัดครั้งนี้ก็เป็นเพราะกระแสคนรักปู่เย็น  ไปไหนใครๆก็ถามถึงว่าปู่ยังสบายดีไหม  อยากมาหาปู่ 
ทางจังหวัดคงเห็นความสำคัญตรงนี้  เท่าที่ทราบมาก็เห็นว่าทางจังหวัดเขาจะมีเงินเดือนให้แต่จะให้ยังไงก็ยังไม่ทราบแน่ชัดเพราะ
ไม่ได้คิดจริงจังตรงจุดนี้  และตนก็ไม่คิดว่าสำหรับปู่เรื่องเงินจะเป็นเรื่องใหญ่  ช่วงที่ออกคนค้นฅนใหม่ๆ  ปู่เคยลองใช้เงินซื้อรถกระบะ 
ซื้อจักรยานไฟฟ้า  แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่ในเรือเหมือนเดิม  ฉะนั้นปู่จะได้รับเงินเดือนหรือไม่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ
             
              ส่วนปู่เย็นเองก็กล่าวไปในทำนองเดียวกันว่า  ไม่ได้คิดอะไร  ตอนนี้ปู่ดีใจที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ช่วยเมืองเพชรที่ปู่เกิด 
ปู่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรีแล้ว  แต่หากใครไปถามปู่เย็นว่า  ทางจังหวัดเพชรบุรีได้ให้เงินเดือนปู่เย็นหรือเปล่า 
ก็จะได้รับคำตอบว่า
             
              “ไม่เอาง่ะ  เกรงใจมัน”
             
              สั้นๆ  ง่ายๆ  แต่เด็ดเดี่ยวและแสดงความเป็นตัวตนในปู่เย็นมาอย่างชัดเจน  ซึ่งความเป็นตัวตนของปู่เย็นนั้น 
สุทธิพงษ์ได้เล่าเพิ่มเติมว่า  ปู่เย็นเคยป่วยเป็นฝีที่มือ  ซึ่งใครมาพาไปผ่าก็ไม่ยอมไป  ขนาดผู้ว่าฯมาพาไปปู่ก็ไม่ยอม 
ปู่เย็นป่วยจนกระทั่งทนไม่ไหว  จนทางโรงพยาบาลต้องมาอุ้มไปผ่าฝีออกถึงค่อยยังชั่วขึ้น
             
              “ปู่ให้เหตุผลในการไม่ยอมไปผ่าฝีชนิดที่ใครได้ยินได้ฟังเป็นต้องหัวร่องอหายโกรธแกไม่ลงว่า “มีคนมาขโมย
ดูดเลือดแกไปขาย”
ซึ่งคงจะหมายถึงการที่หมอหรือพยาบาลเจาะเลือดปู่ไปตรวจนั่นเอง  เราจะเห็นว่าบางอย่างปู่เย็น
ก็ยังเป็นปู่เย็นที่มักจะคิดอะไรไปเอง  ใครจะพูดอะไรแกก็ไม่เชื่อ  บนความปรารถนาดีของคนโน้นคนนี้  ปู่อายุมากแล้ว
คนอายุประมาณนั้นย่อมจะคิดไม่เหมือนกับคนอายุเท่าๆ  เรา
             
              สุทธิพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า  ปู่เย็นไม่ชอบให้ใครสงสารปู่  แต่ปู่ชอบสงสารคนอื่น  แต่ขณะนี้ปู่ก็ปฏิเสธน้ำใจ
ที่ไหลมาพร้อมชื่อเสียงไม่ได้  ซึ่ง  ณ  วันนี้ไม่ว่าปู่จะขยับไปไหนไม่ต้องเกรงว่าปู่จะโดดเดี่ยว  ปู่จะไม่มีใคร  เพราะว่า
มันมีมามาก  และหากแกเป็นอะไรไปแล้วไม่มีใครเข้าไปดูแลก็อาจจะโดนสังคมต่อว่าต่อขาน  มันมีมิติของความเป็นจริงอยู่ 
เรื่องนี้แทบจะไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว
             
              นอกจากนี้  สุทธิพงษ์ยังอยากให้สังคมมองชีวิตปู่เย็นในทางมรณานุสติ  เพราะมันเป็นความจริงของชีวิต 
ซึ่งการที่ปู่เย็นเดินทางมาถึงจุดนี้ได้เพราะปู่เย็นเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจชีวิต  และใช้ชีวิตอย่างนิ่ง  รออย่างสงบ  คงจะเหมือน
ดังปรัชญาชีวิตง่ายๆของปู่เย็นที่ว่า
             
              “ชีวิตคนเหมือนสะพาน  มีขึ้น  มีลง  มีสูง  มีต่ำ  พอสุดท้าย  ก็ตาย”

 98 
 เมื่อ: 12-10-2008, 12:15 
เริ่มโดย อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย) - กระทู้ล่าสุด โดย อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)
อ้างถึง
The princess was asked at a press conference following her talk whether she agreed with protesters who say they are acting on behalf of the monarchy.

"I don't think so," she replied. "They do things for themselves."

Asked why the king has not spoken out, she said, "I don't know because I haven't asked him."

http://www.courant.com/news/local/statewire/hc-09192950.apds.m0355.bc-ct--thaioct09,0,6157926.story

คำถามที่หนึ่ง - เห็นด้วยกับผู้ชุมนุมที่อ้างว่าทำในนามของสถาบันหรือไม่
คำตอบ - ไม่ขอแปลละกัน

คำอธิบาย มีวลี และคำ 2 กลุ่มที่คุณต้องเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างถ่องแท้ก่อนจึงจะเข้าใจความหมาย คือ acting on behalf และ I don't think so.
acting on behalf เอาเข้าใจแบบบ้านๆคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดติดงานด่วนทำให้ไม่สามารถมาร่วมงานเปิดประชุมสหการณ์จังหวัดได้ จึงให้ปลัดจังหวัดมาแทน โดยมีการมอบหมายเป็นทางการมา สิ่งใดที่ปลัดทำก็จะถือว่าทำโดยผู้ว่า

อย่างกรณีพันธมิตรนั้น พันธมิตรเชื่อว่าสถาบันกำลังมีภัยคุกคาม จึงออกมาปกป้อง(protect)กันเอง ชวนกันมา มาด้วยใจ จิตสำนึก ไม่ใช่ ทำในนามหรือทำแทน หรือได้รับมอบหมายมา (acting on behalf)
ดังนั้นคำตอบที่ว่า "I don't think so," ,"They do things for themselves." นั้นผมก็ไม่เห็นว่าจะส่งผลเสียต่อพันธมิตรแต่อย่างใด เพราะคนถามเป็นคนที่ไม่อยู่ในเมืองไทย ไม่เข้าใจคนไทย เขาจึงไม่เข้าใจว่าการมาด้วยใจมาปกป้องสิ่งที่เขารักนั้นเป็นอย่างไร

ในทางตรงกันข้าม ถ้าคำตอบเป็นอย่างอื่นนั้น เช่น yes. นั้น คุณลองนึกละกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

คุณต้องเข้าใจบริบทแวดล้อม และคำถามให้ถ่องแท้ก่อน อย่างหยิบมาแต่คำตอบ


 99 
 เมื่อ: 12-10-2008, 11:58 
เริ่มโดย jerasak - กระทู้ล่าสุด โดย สมชายสายชม
ขอให้ปู่เย็นไปสู่สุขคติ 

...

 100 
 เมื่อ: 12-10-2008, 11:55 
เริ่มโดย jerasak - กระทู้ล่าสุด โดย นู๋เจ๋ง
หลับสบาย..ตลอดกาล
 
คุณแก่ดี มีคุณภาพ..รักพระราชินี


หน้า: 1 ... 3 4 5 6 7 8 9 [10]