ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
28-07-2017, 21:16
378,182 กระทู้ ใน 21,926 หัวข้อ โดย 9,412 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: MAN4U
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10
 61 
 เมื่อ: 12-10-2008, 14:27 
เริ่มโดย Hacksecrets - กระทู้ล่าสุด โดย Hacksecrets
..... จากกรณีการจับกุมแกนนำกบฏ 2 รายคือ จำลอง กับ ไชยวัฒน์ นั้น ตามสายตาของนักการทหาร โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านสายข่าว จะรู้ดีว่า มันเป็นเรื่องการจับกุมแบบไม่ปกติ เพราะ....

.... การจับกุมเกิดขึ้นภายหลังจากที่ นายกรัฐมนตรี เข้าพบ บุคคลที่ให้การสนับสนุน กลุ่มกบฏ

.... เป็นที่รู้กันโดยสาธารณะว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏนั้น ได้รับการสนับสนุนทั้งทางด้านการเงิน และด้านกฏหมายจาก "รัฐต่างประเทศ " โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของไทย ให้ไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ(นายสนธิ หนึ่งในแกนนำกบฏ ได้ประกาศชัดเจนบนเวที ออก TVต่อหน้าประชาชนทั่วโลก)
..... เป้าหมายหลักในการเคลื่อนไหวของกบฏพันธมิตร คือ การแทรกตัวเข้าควบคุม และเปลี่ยนระบอบการบริหารประเทศ (แบบเนียน ๆ) โดยใช้อิทธิพล " แก๊งสี่เสา " ซึ่งควบคุม " กองทัพ " ไว้ในมือ ... จริง ๆ แล้วต้องเรียกว่านี่คือการปฏิวัติ ยึดอำนาจ ที่อาศัยหน้ากากของ " กลุ่มกบฏพันธมิตร" เป็นกองหลอน แต่นั่นก็คือการ " ปฏิวัติเงียบ " ส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินได้ตามกฏหมายกำหนด และเป็นที่ทราบต่อสาธารณะ(ผ่าน พลเอก ปฐมพงษ์) ว่า ...ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มกบฏพันธมิตรคือ " เปรมฯ " โดยไม่มีข้อแม้ใดจะปฏิเสธได้
.... จากปฏิบัติการดังกล่าวทำให้ " แก๊งสี่เสา " สามารถส่ง " จิ๋ว " เข้าไปเป็น " รองนายกคนที่ 1 " ได้สมตามเป้าหมาย

....ซึ่งหมายถึงในระยะเวลาอันใกล้ พรรคพลังประชาชน จะต้องถูกตัดสินให้ยุบพรรค อันจะเป็นผลให้ " จิ๋ว " ซึ่งเป็นรองนายกอันดับที่ 1 กลายเป็นนายกรัฐมนตรีไปโดยปริยาย ซึ่งสามารถสานต่อแผนงานที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรรัฐต่างประเทศได้สมตามเป้าหมาย(กรณีนี้เรามีหลักฐานเอกสารชัดเจน ซึ่งระบุวัน ว. เวลา น.)
... ฉะนั้น การลงทุนสนับสนุนกลุ่มกบฏ จึงเป็นการลงทุนที่น้อยกว่าการส่งตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้ง (ซึ่งแน่นอน ทั่วประเทศอาจไม่ได้ถึง 10 คน ด้วยซ้ำไป)

...นี่คือการ ยึดอำนาจรัฐ เปลี่ยนการปกครองแบบเบ็ดเสร็จ และเนียนที่สุด

>>>ในกรณีของแผนการเปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศไทยให้เป็นสาธารณรัฐ จะนำมากล่าวในโอกาศหน้า<<<

.... กรณีการจับกุม นายไชยวัฒ และ จำลอง เป็นการ SETUP เพื่อหาทางลงให้กับกลุ่มกบฏพันธมิตร

... ดังจะเห็นได้ว่า การจับกุมบุคคลทั้ง 2 นั้น เลือกที่จะ จับกุมในขณะก่อนวันที่ศาลอุธรณ์จะพิจารณายกเลิกหมายจับกลุ่มกบฎ

... ทั้งนี้ ก็เพื่อเปิดโอกาศให้กบฏพันธมิตร ใช้เป็นเงื่อนไขปลุกระดมเอา "กลุ่มเดียรถีย์ สันติอโศก" ซึ่งมีสมาชิกทั่วประเทศเรือนแสน ออกมาเคลื่อนไหว เป็นการบีบศาลอุธรณ์ ให้เพิกถอนหมายจับ ข้อหากบฏของแกนนำทั้งหมด

... การที่เดินหมากเช่นนี้ก็เพราะว่า ....

ภายหลังจากที่ "อำนาจมืด" ได้ใช้อิทธิพลบีบบังคับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ออกคำวินิจฉัย อันมิได้เป็นไปตามฏีกา ไม่ใช้หลักกฏหมายเทียบเคียง แต่กลับใช้ "พจนานุกรม" อันไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์การพิจารณาของขบวนการยุติธรรม(ในขณะที่สามารถใช้ข้อกฏหมายอันมีคำจำกัดความนั้น ๆ อยู่แล้ว) ทำให้ความลับแตก ว่า..มีการใช้อำนาจบีบศาลเกิดขึ้นจริง

...ฉะนั้น หากศาลอุธรณ์พิจารณาเพิกถอนหมายจับกลุ่มกบฏ ก็จะ " ชัดเกินไป " และในอนาคตก็ไม่สามารถใช้อำนาจมืด ผ่านทางศาลได้อีก ...

...การจับ 2 แกนนำกบฏ จึงเป็นทางออก หรือ ทางลงให้กับพันธมิตรที่เหลือ โดยอาศัยกำลังบีบบังคับศาล เพื่อให้พิจารณายกเลิก เพิกถอนหมายจับ ซึ่งศาลอุธรณ์สามารถกระทำได้ ในกรณี " เพื่อความสงบสุขของสังคมส่วนใหญ่ "

...และนี่คือ แผนที่ " แก๊งสี่เสา " ได้หาทางลงไว้ให้กับแกนนำพันธมิตร ซึ่งจะไม่ทำให้ใครเสียหน้า เรียกว่า " WIN WIN "

ผู้ที่เปิดเผยแผนนี้ ก็คือ จำลอง ศรีเมือง....ไม่ใช่ใครที่ไหน !!!

เพราะ " จำลอง " รู้ได้อย่างไรว่าจะถูกจับ จึงเขียนจดหมายมอบให้ อัญชลี ไว้ก่อนไปคูหาเลือกตั้งในตอนเช้า ???



""" นี่คือความฉลาดของ " นักรบหนีทัพ นามว่า จำลอง(สมัยอยู่ที่ ภูผาที สปท.ลาว..อย่านึกว่าใครไม่รู้ ที่เหลือรอด ยังไม่ตายก็มี!)"

::: หมายเหตุ :::

จำลอง แปลว่า ของเก๊ ของปลอม ทำเทียม ไม่จริง


 62 
 เมื่อ: 12-10-2008, 14:24 
เริ่มโดย หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ - กระทู้ล่าสุด โดย samepong(ยุ่งแฮะ)
หน่วยนี้มีหลายหน่วย บางคนยังซื้อไม่ครบ ทำงานไม่ได้ครับ เดี๋ยวไม่เป็นกลางดวงใจ

 63 
 เมื่อ: 12-10-2008, 14:22 
เริ่มโดย Hacksecrets - กระทู้ล่าสุด โดย Hacksecrets

ภาพก่อนถูกจับ ภาพขณะจับกุม โทรไปรายงานอีแอบ



ก่อนถูกจับกุม


ขณะถูกจับกุม

ref: http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t94.htm

 64 
 เมื่อ: 12-10-2008, 14:22 
เริ่มโดย concordance democracy - กระทู้ล่าสุด โดย samepong(ยุ่งแฮะ)
ก่อนจะตั้งกระทู้ใหม่ ถามหาทางออก คุณมารับผิดชอบกระทู้นี้ก่อนดีกว่าไหมครับ คุณ ป.4

 65 
 เมื่อ: 12-10-2008, 14:21 
เริ่มโดย jerasak - กระทู้ล่าสุด โดย อังศนา
ปู่เย็น.. ท่านผู้เฒ่าที่น่ารัก น่าเคารพนับถือ
ขอให้ไปสู่สุคติ! 



 66 
 เมื่อ: 12-10-2008, 14:20 
เริ่มโดย concordance democracy - กระทู้ล่าสุด โดย samepong(ยุ่งแฮะ)
อย่างน้อยก็ไม่ใช่กระทู้หลับตาสร้างปัญหา

และช่วยรับผิดชอบกระทู้ที่โพสจากคนป.4 เรื่องสำนักข่าว Ap ผมเอาคำตอบของคนจบสูงไปบอกแล้ว ไม่ทราบได้ทางออกยังครับ ไปรับผิดชอบ รับทราบหรือไม่ยอมรับทราบด้วยนะครับ

 67 
 เมื่อ: 12-10-2008, 14:19 
เริ่มโดย jerasak - กระทู้ล่าสุด โดย (ลุง)ถึก สไลเดอร์

ไว้อาลัยปู่เย็น...ขอให้ปู่ไปสู่ที่สุขคติด้วยเทอญ

 68 
 เมื่อ: 12-10-2008, 13:41 
เริ่มโดย Hacksecrets - กระทู้ล่าสุด โดย Hacksecrets

หน่วยงานของจังหวัดได้รับการติดต่อขอเข้ามอบตัวจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่บ้านห้วยกว้าง
ตำบลแซว อำเภอเชียงแสน ทำให้เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2512 นายประหยัด สมานมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย พ.ต.อ. ศรีเดช ภูมิประหมัน ผู้กำกับตำรวจภูธรเชียงราย นายทหารจากกองทัพภาคที่3 และคณะ รวมทั้งสิ้น 8 นายได้เดินทางเพื่อเข้าไปต้อนรับการกลับตัวกลับใจของกลุ่มผู้ก่อการร้ายดังกล่าว การเดินทางไปครั้งนี้ผู้นำชาวจีนอพยพได้ทำการทักท้วงมิให้คณะของผู้ว่าเข้าไปในเขตของคอมมิวนิสต์ เพราะรู้ว่าเป็นกลลวงแต่ทางคณะไม่ฟังคำทักท้วงจึงได้เดินทางเข้าไปในบริเวณพื้นที่ที่ ผกค. ตกลงจะทำการมอบตัวแต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ทั้งคณะถูก ผกค. สังหารเกือบหมดเหลือรอดมาได้แต่เพียงนายอำเภอเมืองเชียงรายเพียงคนเดียว เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รัฐบาลไทยรู้ว่าคอมมิวนิสต์ร้ายแรงเพียงใด

เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นทางกองบัญชาการทหารสูงสุดได้มีคำสั่งให้ชาวจีนอพยพที่เคยได้รับการฝึกแบบทหาร ออกช่วยปราบปรามโดยเข้าร่วมกับกองกำลังทหารและตำรวจ ซึงการปราบปรามผู้ก่อการร้ายใช้เวลายืดเยื้อ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ไปจนถึง พ.ศ.2516 เหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายจึงได้สงบลง

เมื่อสิ้นสุดการปราบปรามผู้ก่อการร้ายสงบลงแล้ว รัฐบาลไทยก็ได้ให้กองกำลังจีนอพยพ(กองพล93)จัดตั้งเป็นหมู่บ้านยุทธการได้แก่ หมู่บ้านผาตั้ง หมู่บ้านแม่แอบ สำหรับ หมู่บ้านแม่สลอง เดิมที่เรียกว่า หมู่บ้านหินแตก จึงให้เปลี่ยนชื่อเป็น หมู่บ้านสันติคีรี โดย พล.อ.อ. ทวี จุลละทรัพย์ เป็นผู้กำหนดชื่อหมู่บ้าน


ปี พ.ศ. 2524 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ให้ชาวจีนอพยพจัดตั้งเป็นกองกำลังอาสาสมัครไทย จำนวน 4 กองร้อย ร่วมกับกองกำลังกองทัพภาคที่ 3 เพื่อออกกวาดล้างผู้ก่อการร้ายที่เขาค้อ และที่เขาหญ้า จังหวัดเพชรบูรณ์ ผลการกวาดล้างได้รับชัยชนะตามเป้าหมายที่รัฐบาลไทยกำหนด

ทางรัฐบาลไทยมองเห็นความสำคัญและผลงานที่ได้กระทำต่อบ้านเมืองของกลุ่มชาวจีนอพยพหรือที่รู้จักในนามของกองพล 93 กองบัญชาการทหารสูงสุดจึงตั้งคณะกรรมการเพื่อแปลงสัญชาติให้เป็นคนไทย ในพ.ศ. 2514 , 2518 , 2520 สิ้นสุดในปี พ.ศ. 2521 โดยทางราชการจะออกบัตรประจำตัวชัวคราวให้กับนายทหารจีน(กองพล93) ใช้ในการออกจากเขตกำหนด(ดอยแม่สลอง) โดยใช้บัตร(ตามภาพ)แสดงแทนบัตรประชาชนไทย


หลังจากนั้นอีก 8 ปี จึงได้อนุมัติให้ทำบัตรประชาชนไทยถาวร แก่ชาวจีนอพยพ(กองพล93) เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2529

โดยออกให้กับครอบครัวของนายทหารก่อน จากนั้นจึงออกให้ประชาชนจีนที่ติดตามกองทัพมานั้นเป็นลำดับไป

สำหรับบัตรประจำตัวนายทหารจีน(กองพล93) ที่ทางราชการออกให้ก่อนหน้านั้น(ตามภาพ) ทางราชการได้เรียกกลับคืน โดยเปลี่ยนกับบัตรประชาชนไทยถาวรในเวลาเดียวกันนั้น



เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ กองทัพภาคที่ 3 จึงได้มอบอำนาจการปกครองหมู่บ้านอดีตทหารจีน(กองพล93)บางหมู่บ้านให้กับกระทรวงมหาดไทย ตามนโยบายของรัฐบาล เช่น หมู่บ้านสันติคีรี ( ดอยแม่สลอง ) เป็นหมู่ที่ 18 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

ตามข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า ชาวจีนอพยพ(กองพล 93) เพิ่งจะได้รับอนุญาตให้มีบัตรประชาชนไทยถาวรได้ในปี พ.ศ.2529 (2514-2521 เป็นช่วงของการอนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทย)


โรงเรียนนายร้อยหว่างฟู่ ไม่ใช่มีแต่นักเรียนที่เป็นชาวจีนเท่านั้น แต่มีคนไทยเข้ารับการศึกษาด้วย(ตามภาพ เป็นคนไทยแท้ ๆ บ้านอยู่บางกอกน้อย ธนบุรี) จึงเป็นการสะดวกในสืบค้นข้อมูลกรณีของบิดานายสนธิ ลิ้มทองกุล


ดังนั้น เราสามารถที่จะพิจารณา วิเคราะห์จากหลักฐาน ข้างต้น จึงสามารถสรุปได้ดังนี้ ว่า

1. กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่อ้างว่าบิดาเป็นนายทหารกองร้อยหว่างฟู่ สังกัดกองพล93

จากรายงานพบว่า บิดาของนายสนธิ ได้ " หลบหนีจากกองพล93(หนีทหาร)" ก่อน พ.ศ.2514 ซึ่งเป็นระยะก่อนที่รัฐบาลไทย จะมีคำสั่งอนุญาตให้กองพล93 แปลงสัญชาติเป็นไทยได้ นั่นหมายถึง ซึ่งบิดาของนายสนธิ จึงเป็นเพียงคนจีนหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย จึงไม่ได้รับสิทธิในการแปลงสัญชาติเป็นไทย เช่นบุคคลที่อยู่ในกองพล93 ตามคำสั่งของกองบัญชาการทหารสูงสุด (เพราะหนีทหารไปก่อนหน้านั้น จึงไม่ปรากฏหลักฐานการได้สัญชาติ เช่นผู้อื่นที่สังกัดกองพล93 ในระยะเวลาดังกล่าวโดยสิ้นเชิง)
ดังนั้น

2. เมื่อบิดาของนายสนธิ ไม่ได้สัญชาติไทย มีฐานะทางกฏหมายเป็นผู้กระทำความผิด ฐานเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง แต่เหตุใดนายสนธิ ซึ่งเป็นบุตร จึงมีสัญชาติไทยได้ ?

3. ตามบัตรประชาชน ซึ่งหลักฐานปรากฏตามหมายจับ(ดูภาพในวงกลมสีแดง) ระบุว่า นายสนธิ " เชื้อชาติไทย" คำว่า " เชื้อชาติ " หมายถึง " ผู้ที่เกิดในประเทศ " แต่เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่า " นายสนธิ เกิดปี พ.ศ.2490 " ซึ่งเป็นระยะเวลาก่อนที่กองพล 93 จะรบกับกองทัพปลดแอกของเหมาเจอตุง และก่อนที่กองพล93 จะพ่ายแพ้และหลบหนีเข้ามายังเมืองเชียงตุงของพม่า และก่อนเวลาที่รัฐบาลไทยจะรับกองพล93 เข้ามาตั้งหมู่บ้านเป็นกันชนคอมมิวนิสต์

ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า " นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ใช่เชื้อชาติไทย " แน่นอน

4. ในระยะช่วงเวลาดังกล่าว (พ.ศ.2514-2520) ผู้ที่อยู่ฐานชายแดนแถบพม่า จะทราบดีว่าการเดินทางระหว่างเชียงราย มาลำปาง ก็กินเวลาเป็นวัน ๆ เพราะถนนไม่ดี(สายเอเซียยังไม่สร้าง...นั่งรถกันงี้ขี้เป็นเลือด..เรื่องจริง เพราะไม่มีเบาะมีแต่กระดานไม้) ไม่ต้องกล่าวถึงจังหวัดสุโขทัย ซึ่งอยู่ห่างไกลกับพื้นที่ตั้งของจังหวัดเชียงรายซึ่งกองพล93อยู่(คิดในด้านดีไว้ก่อน) จึงมีคำถามว่า นายวิเชียร บิดาของนายสนธิ มามีภรรยาที่สุโขทัยได้อย่างไร ?
ฉะนั้น

เมื่อเทียบตามระยะเวลาจากบัตรประชาชนของนายสนธิ ลิ้มทองกุล กับ วันเวลาที่ทางราชการ อนุมัติให้ผู้ที่อยู่ในปกครองของกองพล93 แปลงสัญชาติได้นั้น(2514) นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะบรรลุนิติภาวะแล้ว และมีอายุ 24 ปี

หากอนุมานว่าเป็นเช่นนั้น จุดที่เป็นสิ่งสังเกตุสำคัญคือ " จะเป็นได้เพียงแค่ สัญชาติไทย ไม่ใช่ เชื้อชาติไทย "

:::: ข้อพิรุธ ::::
นายสนธิ เกิดก่อนที่นายวิเชียรบิดาของตนซึ่งอยู่ที่เมืองจีน จะพบกับแม่ของตน ซึ่งอยู่ที่ประเทศไทยจังหวัดสุโขทัย(กรณีหากว่าแม่มีสัญชาติไทย) เพราะกองพล 93 เข้าประเทศไทยปี 2504 นั่นหมายถึงบิดาของนายสนธิ มาพบและแต่งงานกับมารดานายสนธิ จึงจะตั้งท้องและคลอดเป็นนายสนธิได้ ก็ต้องเป็นปี 2505 (ตามหลักฐานปรากฏว่าปี2504...นายสนธิอายุได้ 14 ปีแล้ว ...จึงเป็นไปไม่ได้ว่า นายสนธิ จะเกิดก่อนพ่อแม่แต่งงานกัน) ตกลง นายสนธิ เกิดจากใคร ...รูกระบอกไม้..???!!


ภาพ นายพลเจียงไคเชค เป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยหว่างฟู่ (ไม่ใช่พ่อนายสนธิ)
_________________________


เมื่อคำนวณนับจากปีเกิดนายสนธิ (พ.ศ.2490) ก็ยังเป็นระยะเวลาก่อนที่เจียงไคเชค จะตั้งกองพล93 รบกับกองทัพเหมาเซตุง ซึ่งเป็น พ.ศ.2492 นั่นหมายถึง นายสนธิมีอายุได้ 2 ขวบแล้ว

...... คำถาม ณ เวลานี้คือ มารดาของนายสนธิ เป็นใคร ? นายสนธิ เกิดที่ไหน ? เมื่อไร ? และได้ " เชื้อชาติไทย" และ " สัญชาติไทย " มาได้อย่างไร ?

ในชั้นต้นสรุปได้ว่า เอกสารบัตรประจำตัวประชาชน เป็นของปลอมแน่นอน


ดังนั้น การเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ปลุกระดมชาวไทยออกไปก่อการชุมนุม ยึด ทำลายทรัพย์สิน จนถึงขั้นใช้กำลังอาวุธปะทะกัน โดยอ้างว่า " กู้ชาติ " จึงเป็นไปไม่ได้

เพราะ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ได้มีสัญชาติไทย หรือ เชื้อชาติไทย โดยสถานะทางกฏหมาย ปรากฏตามหลักฐานหมายจับ(ซึ่งเป็นเอกสารทางราชการ รับรองแล้ว)

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ณ เวลาปัจจุบัน สถานะทางกฏหมาย เท่ากับเป็น " บุคคลไร้สัญชาติ "

.... การกระทำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล จึงมีลักษณะไม่ผิดกับว่า " นายสนธิฯ เป็นนักท่องเที่ยว เข้ามาในประเทศไทย หรือ กะเหรี่ยงหลบหนีเข้าเมือง แล้วมาปลุกระดมให้ประชาชนเจ้าของประเทศเกิดความแตกแยกทางความคิด แบ่งฝ่ายใช้อาวุธเข้าประหัตประหารกัน โดยอ้างคำว่า " กู้ชาติ " ...!! เป็นเครื่องบังหน้าเพื่อก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง


เมื่อเทียบลักษณะความผิดที่ปรากฏทั้งหลักฐานและพยานเชิงประจักษ์แล้ว การกระทำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เข้าข่าย " จารชน " ซึ่งประชาชนไทยมีสิทธิ " ยิงทิ้ง " หรือ " จับตาย " ได้โดยไม่ผิดกฏหมาย (ตามระเบียบรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๑๗) ทั้งยังเป็นการช่วยทางราชการอีกด้วย

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ เจ้าพนักงานตำรวจ สามารถจับกุมได้โดยไม่ต้องใช้หมายจับ โทษของ " จารชน " มีสถานเดียวคือ " ประหาร " โดยไม่ต้องขึ้นศาลอีกด้วย(เป็นกฏหมายสากล International Law )


:::: หมายเหตุ :::
ข้อมูลเชิงลึก ในกรณีอาชีพของบิดานายสนธิซึ่งหนีราชการทหาร แต่กลับมีเงินตั้งโรงพิมพ์(เขาเอาเงินมาจากไหน...ประกอบอาชีพอะไรจึงร่ำรวย และเหตุใดจึงถูกฆ่าล้างครัวที่กรุงเทพฯ) ที่เหลือ จะนำมาเสนอให้ทราบต่อไปในโอกาสหน้า

 69 
 เมื่อ: 12-10-2008, 13:41 
เริ่มโดย หาเพื่อนหยิงคุยแก้เหงาครับ - กระทู้ล่าสุด โดย s38593
http://www.dsi.go.th/dsi/executiveDSI.htm

http://forum.serithai.net/index.php?topic=22366.msg268254 

 70 
 เมื่อ: 12-10-2008, 13:39 
เริ่มโดย เช็คบิล - กระทู้ล่าสุด โดย ...นึกว่าใคร ?
....ขอคารวะด้วยใจคร๊าบบบ

หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8 9 10