ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)

ทั่วไป => สภากาแฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: NA-KORN ที่ 25-06-2008, 16:44



หัวข้อ: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: NA-KORN ที่ 25-06-2008, 16:44
องค์คณะไต่สวนของศาลฎีกากรณีเงินสด 2 ล้านสั่งจำคุกทีมทนายความ
ของ พตท.ทักษิณ  ชินวัตร  คนละ  6  เดือนฐานละเมิดอำนาจศาล
ประกอบด้วย  นายพิชิฏ  ชื่อบาน  นางสาวศุภศรี  ศรีสวัสดิ์  นายธนา
ตันศิริ  แถมแจ้งความคดีอาญาข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานต่างหาก
ที่มา..คมชัดลึก 25 มิ.ย. 2551


ก็แบ่งๆกันไป  


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: boyk ที่ 25-06-2008, 16:49
อ้างถึง
ศาลฎีกาลงโทษสถานหนัก จำคุกคนละ 6 เดือน ทนายความทักษิณ และพวก รวม 3 คน ศาลชี้เสนอสินบน 2 ล้าน เป็นการกระทำความผิดในศาล พร้อมสั่งแจ้งความดำเนินคดีฐานให้สินบน
       
       
       วันนี้ (25 มิ.ย.) ที่ศาลฎีกา เวลา 15.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 2 นายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา นายวีรพล ตั้งสุวรรณ และนายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริง นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายธนา ตันศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล กรณีนำถุงขนมสอดไส้เงินสด 2 ล้านบาท มามอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ซี 5 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา
       
       โดยผลทางไต่สวนทราบว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ซึ่งเป็นทนายความในคดี อม.1/2550 ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ตกเป็นจำเลยในคดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเสมียนทนาย และผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นผู้ประสานงาน ได้เดินทางมาที่ศาลฎีกาเพื่อรอรับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มารายงานตัวหลังจากกลับจากต่างประเทศ
       
       โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้ให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไปเรียก ม.ล.ฐิติพงศ์ ชมภูนุท นิติกร 5 ประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไปพบที่ห้องพักทนายความเพียง 2 คน พร้อมกับกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาต้องติดต่อประสานงานกันบ่อยครั้ง และทราบว่าเจ้าหน้าที่ของศาลเหน็ดเหนื่อย ในวันนี้จึงมีขนมมาฝาก หลังจากนั้นก็มอบถุงกระดาษ ซึ่งมีการติดสก๊อตเทปอย่างแน่นหนาให้กับ ม.ล.ฐิติพงษ์ หลังรับ ม.ล.ฐิติพงษ์ จึงนำไปสอบถามจากผู้บังคับบัญชาว่าจะรับสินน้ำใจจากทนายความได้หรือไม่ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นถุงขนม อย่างไรก็ดี ทางผู้บังคับบัญชาแจ้งว่าไม่สามารถรับได้ และเมื่อแกะถุงดังกล่าวดูพบว่าเป็นธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท จำนวน 2 ปึก รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท ผู้บังคับบัญชาจึงได้นำไปคืนให้กับผู้ถูกกล่าวหาที่ 3
       
       โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นำถุงเงินจำนวน 2 ล้านบาท มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ของศาล มองได้ว่าเป็นการจูงใจให้กระทำการอันเป็นการมิชอบต่อหน้าที่ โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ 3 ร่วมกันรู้เห็นเป็นตัวกลาง ข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ที่ว่าเป็นการหยิบถุงผิด โดยประสงค์จะมอบถุงช็อกโกแลตให้กับเจ้าหน้าที่ และที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และ 2 ต่อสู้ว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นไม่สามารถรับฟังได้
       
       การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) มาตรา 33 กฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมสูงสุดของประเทศ เป็นกรณีร้ายแรง จึงให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 ในสถานหนัก ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 น่าจะมีมูลความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 จึงให้เลขานุการศาลฎีกา ดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ นายพิชิฏ ชื่นบาน และนางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และ2 เดินทางมาศาล ส่วน นายธนา ตันศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไม่ได้เดินทางมาศาล โดยอ้างว่าป่วย ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องเนื่องจากเห็นว่าอาการป่วยไม่ถึงกับเดินทางมาศาลไม่ได้ จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อติดตามตัวมาลงโทษต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นคนถือกระเป๋าเงินให้กับคุญหญิงพจมาน ชินวัตร และเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับทีมทนายความทุกชุดที่ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787

พฤติกรรมส่อเจตนา...
ความหวังยังตั้งไว้ว่า ตุลาการจะเป็นหลักให้ชาติได้ต่อไป..


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: สมชายสายชม ที่ 25-06-2008, 16:52
"ขนมโก๋ กินแล้วติดคอ .. ทนายหน้าหอ ไปรอลูกความในคุก"   :slime_agreed:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 25-06-2008, 16:52
พฤติกรรมส่อเจตนา...
ความหวังยังตั้งไว้ว่า ตุลาการจะเป็นหลักให้ชาติได้ต่อไป..



เห็นด้วยครับ..... :slime_v:     :slime_v:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: เฮียสาม ที่ 25-06-2008, 16:55
งานนี้พี่เหลี่ยมจะเอาหน้าไปไว้ที่ซอกหลืบของกิ๊กคนไหนดีน้า.............

 :slime_hitted: :slime_hitted:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: The Last Emperor ที่ 25-06-2008, 16:55
ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า :slime_smile2:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: นทร์ ที่ 25-06-2008, 17:00
เฉียบ

** กำลังคอยดูอาจมีคนกำลังจะติดคุกเพิ่ม เพราะละเมิดศาล


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: คนไกลเมือง ที่ 25-06-2008, 17:01
รอดูองค(ชาต)รักษ์สมเด็จแม้วมาแถครับ
 :slime_smile2:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: สมชายสายชม ที่ 25-06-2008, 17:02
ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า :slime_smile2:

วิจารณ์ศาล เดี๋ยวก็โดนอีกคน

...


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: boyk ที่ 25-06-2008, 17:06
ทนายพิชิฏ มีกิจการคาร์แคร์ในซอยสตีวิทยา 2 เห็นว่าสินค้ามาจากอังกฤษ
คงได้ไอเดียตอนที่ต้องเดินทางไปอังกฤษบ่อยๆ
ช่วงนี้คงไม่มีเวลาดูแล ภรรยารับหน้าเสื่อแทนละมัง...


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Sth Sweet ที่ 25-06-2008, 17:07
รอดูองค(ชาต)รักษ์สมเด็จแม้วมาแถครับ
 :slime_smile2:


TLE......ถึงเค้าจะไม่เห็นด้วยกับวิถีของตะเองในบอร์ดนี้นะ

แต่เค้าสัญญา ว่าถ้าตะเองตามทนายแม้วทั้งสามไปกินขนมในคุกด้วยกัน

เค้าจะเอาข้าวผัดโอเลี้ยง แถมขนม(ไม่แพงขนาดสองล้านนะ) ไปให้น๊าาาาา
รักนะ จุ๊บๆ  :slime_bigsmile: :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 25-06-2008, 17:08
ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า :slime_smile2:
วิจารณ์ศาล เดี๋ยวก็โดนอีกคน

...


 :slime_bigsmile:    :slime_bigsmile:    :slime_bigsmile:    :slime_bigsmile:



หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: The Last Emperor ที่ 25-06-2008, 17:09
วิจารณ์ศาล เดี๋ยวก็โดนอีกคน

...


ศารเลวใช้ได้เลย หุ หุ :slime_smile2:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: boyk ที่ 25-06-2008, 17:10
ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า :slime_smile2:

คดีนี้สำคัญอย่างยิ่ง รอช้าไม่ได้เลยคับ
ไม่งั้นผลเสียจะตกอยู่กับสถาบันตุลาการเอง
ก็จะเข้าทางของอีกฝ่ายที่เป้าประสงค์น่าจะต้องการลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายตุลาการ
ถูกต้องแล้วคับที่ต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วนทันท่วงที

ลืมไปว่า ไม่ต้องรอลงอาญาใช่มั้ยคับ
ศาลฎีกานี่คับ.. เนอะ..


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Şiłąncē Mőbiuş ที่ 25-06-2008, 17:10

TLE......ถึงเค้าจะไม่เห็นด้วยกับวิถีของตะเองในบอร์ดนี้นะ

แต่เค้าสัญญา ว่าถ้าตะเองตามทนายแม้วทั้งสามไปกินขนมในคุกด้วยกัน

เค้าจะเอาข้าวผัดโอเลี้ยง แถมขนม(ไม่แพงขนาดสองล้านนะ) ไปให้น๊าาาาา
รักนะ จุ๊บๆ  :slime_bigsmile: :slime_bigsmile:

 :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Sth Sweet ที่ 25-06-2008, 17:11
ขออภัยคุณคนไกลเมืองนะคะ ที่โควทคำพูดผิด (รีบร้อนไปหน่อย)

จริงๆตั้งใจโควทของคุณคนนี้เค้าน่ะค่ะ

The Last Emperor โดดเดี่ยวผู้(ไม่)ค่อยน่ารักของพวกเราค่ะ
 :slime_v:



หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: fineday ที่ 25-06-2008, 17:12
ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า :slime_smile2:


ไม่เร็วหรอก ทำความผิดกันปลายจมูกศาล ศาลสืบเองได้เลย ไม่ต้องผ่านพวกตำรวย --- บักแม้วกับเมียคงมึน ลืมคิดประเด็นนี้ไป
งานนี้คงไม่มีใครขี้แตก แต่สงสัยจะมีคน "ขี้หด" ... ใครน๊า??? ใครหนอ??? ใครตอบได้ช่วยตอบทีนะจ๊ะ  :slime_v:  

คดีอาญา จะนำสืบไปถึงตัว "เจ้าของเงิน" ไหม?


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: totoro on a tree ที่ 25-06-2008, 17:13
ขำๆอ่ะ ตอนนี้ในราชดำเนินวิเคราะห์กันใหญ่

คนทั่วไปมีแต่คนสมน้ำหน้ามัน

ถือว่าใหญ่นัก เราว่าคงเพราะเวรกรรมที่มันก่อไว้

เริ่มออกฤทธิ์แล้ว จริงๆถ้ามันไม่ทำอะไรเลย ก็คงจะดีกว่านี้


แต่ว่าดีใจจริงๆ  :slime_fighto:

ฝากไปถึงคนที่เชียร์คนทำชั่ว ด่าคนดีด้วยนะ

เวรกรรมมันมีจริงๆค่ะ  เราพูดแค่นี้แหละ


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: The Last Emperor ที่ 25-06-2008, 17:14

TLE......ถึงเค้าจะไม่เห็นด้วยกับวิถีของตะเองในบอร์ดนี้นะ

แต่เค้าสัญญา ว่าถ้าตะเองตามทนายแม้วทั้งสามไปกินขนมในคุกด้วยกัน

เค้าจะเอาข้าวผัดโอเลี้ยง แถมขนม(ไม่แพงขนาดสองล้านนะ) ไปให้น๊าาาาา
รักนะ จุ๊บๆ  :slime_bigsmile: :slime_bigsmile:



เชอะ...เกิดเป็นชะนีย่อมหาความจริงใจได้ยากแท้ สู้เป็นกระเทียมอย่างเติ้ลดีกว่าที่ไขว่คว้าหาความจริงมานอนกอดทุกค่ำคืนย่ะ :slime_whistle:

"สัมภาษณ์ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ (2) : แล่เนื้อเถือหนัง ‘ตุลาการภิวัฒน์’ แบบไทยๆ

สัมภาษณ์โดย มุทิตา เชื้อชั่ง และชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
ที่มา ประชาไท


ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผ่านมาตลอด 2 ปี อำนาจตุลาการได้มีบทบาทสำคัญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย กระทั่งมีนักวิชาการออกมาชื่นชม และเรียกขานอำนาจตุลาการในยุคนี้ว่า ‘ตุลาการภิวัฒน์’

การที่ศาลกลายเป็นตัวแปรสำคัญในทางการเมือง การที่กฎหมายถูกกำหนดขึ้น ถูกใช้ ถูกตีความท่ามกลางคำถามและการวิพากษ์วิจารณ์ที่พุ่งตรงไปในระดับหลักการอย่างมากมาย คนใช้กฎหมายกับการเมือง แนบชิดกันอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นโดยไม่เคอะเขิน และได้รับแรงสนับสนุนจากสังคม ฯลฯ เหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อหลักนิติรัฐ และทำให้อำนาจตุลาการ ได้ หรือ เสีย อะไรไปบ้างระหว่างทาง

*****************************

ตอนที่ ๑ อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย

“เราใช้ต้นทุนต่างๆ มาเยอะในช่วงปีกว่าๆ อำนาจ พลัง บารมี ในหลายๆ เรื่อง แล้วมันสึกหรอไปหมด วันนี้ต้นทุนทางสังคมของชนชั้นนำจำนวนมากก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว แม้แต่ศาล ตั้งแต่คุณให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตั้งแต่คุณไม่ให้ประกันตัว กกต.หลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องดี เป็นตุลาการภิวัตน์ แต่ผมมองในทางกลับกันว่า อีกด้านหนึ่งมันกัดเซาะตัวระบบโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวก็ได้”


*****************************

ตอนที่ ๒ แล่เนื้อเถือหนัง ‘ตุลาการภิวัฒน์’ แบบไทยๆ
ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยเรื่องตุลาการภิวัฒน์

*** ทุกวันนี้ เนื้อหาของกฎหมายเป็นยังไง โดยเฉพาะกฎหมายสูงสุด
ผมว่าเนื้อความของกฎหมายมีปัญหาแล้วในหลายเรื่อง ก็เหลือแต่คนใช้ คุณจะใช้กฎหมายในลักษณะที่เป็นธรรมไหม ที่ผ่านมา เราใช้ต้นทุนต่างๆ มาเยอะในช่วงปีกว่าๆ อำนาจ พลัง บารมี ในหลายๆ เรื่องเข้ามาแล้วมันสึกหรอไปหมด วันนี้ต้นทุนทางสังคมของชนชั้นนำจำนวนมากก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว แม้แต่ศาล ตั้งแต่คุณให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตั้งแต่คุณไม่ให้ประกันตัว กกต.หลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องดี เป็นตุลาการภิวัตน์ แต่ผมมองในทางกลับกันว่าอีกด้านหนึ่งมันกัดเซาะตัวระบบโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวก็ได้ แต่ผมตอบไม่ได้ว่าการกัดเซาะแบบนี้มันจะนานเท่าไรถึงจะทำลายตัวโครงกฎหมายทั้งโครง

*** ที่ผ่านมา นักกฎหมายก็ไม่เห็นทำอะไรในการพยายามตรวจสอบการใช้อำนาจศาล นักวิชาการด้านอื่นๆ ยิ่งไปกันใหญ่ เรียกขานกันเลยว่า ‘ตุลาการภิวัตน์’
ก็จริง อำนาจตุลาการถือเป็นอำนาจที่ 3 ในระบอบประชาธิปไตย เขาบอกว่ามันเป็นอำนาจที่อันตรายน้อยที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอำนาจที่ active ศาลเริ่มการเองไม่ได้ ที่ไหนไม่มีการฟ้องคดีที่นั่นไม่มีการพิพากษา แต่เราก็รับรู้เหมือนกันในมุมหนึ่งว่าอำนาจที่อันตรายน้อยที่สุดอาจเป็นอันตรายมากที่สุดได้ถ้ามันเริ่ม active หรือขยายหรือก้าวล่วงไปสู่อำนาจอื่น

ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เราอาจไม่ได้ไปมองศาล วงการกฎหมายเองก็คงไม่ได้มองระบบต่างๆ มองในแง่ดีมันทำให้เราเห็นอะไรมากขึ้น วิพากษ์วิจารณ์อะไรได้มากขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่าน ในช่วงที่มีปัญหา มันจะเสียอะไรไปบ้าง

ปัญหาคือโดยพลังที่อำนาจตุลาการมีแต่เดิม มันทำให้คนจำนวนหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ และในบ้านเราก็มีกฎหมายบังคับอยู่ จริงๆ การมีกฎหมายคุ้มครองอำนาจรัฐไม่ใช่เรื่องแปลก มันต้องมีความคุ้มครองคนทำงาน แต่ปัญหาคือความพอดีซึ่งขาดมากในบ้านเรา เมื่อไม่พอเหมาะพอประมาณ มันก็คือการกดขี่ในอีกด้านหนึ่ง ทำให้พูดไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี่แหละที่ยุ่งยาก ใครจะเอากระดิ่งไปผูกคอแมว

แต่เอาเข้าจริง มันก็มีความเปลี่ยนแปลง สังคมมีวิวัฒนาการ อะไรที่ถูกตั้งคำถามมันก็จะถูกถามมากขึ้น ผมเชื่อในดุลยภาพของสังคม อะไรที่เกินเลยไปจะต้องถูกดึงกลับมา แต่จะใช้เวลาแค่ไหนเท่านั้นเอง

*** ‘ตุลาการภิวัฒน์’
ตุลาภิวัฒน์ ถ้าไปดูรากฐานที่มาในภาษาอังกฤษ เรียกว่า judicial review คือการที่ฝ่ายศาลหรือฝ่ายตุลาการ ใช้อำนาจในทางตุลาการไปทบทวน ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติ และทางบริหารหรือทางปกครอง

มันคือการเข้าตรวจสอบว่าการใช้อำนาจในทางนิติบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เช่น กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปตรวจสอบการตรากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภาว่าอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญไหม ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานอันหนึ่งของนิติรัฐ หรือรัฐที่ปกครองโดยกฎหมายเป็นใหญ่ที่ถือรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ....

ในอเมริกาซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ judicial review เขาจะมองว่า หลักประชาธิปไตยต้องถูกกำกับโดยนิติรัฐด้วย สองเสาหลักนี้เป็นเสาหลักในการค้ำยันประเทศเอาไว้ เพราะถ้าคุณปล่อยให้ผู้แทนราษฎรออกกฎหมายยังไงก็ได้ โดยไม่มีใครเหนี่ยวรั้งเลย อันตรายก็จะเกิด ประเทศที่เจอกับปัญหานี้ชัดเจนคือ เยอรมนี เยอรมนีจึงเกิดศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา แล้วเขาก็ใช้อำนาจในทางตุลาการไปทบทวน

อีกกรณีคือการทบทวนการใช้อำนาจในทางปกครอง คือกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองออกกฎ สั่งการไปกระทบสิทธิประชาชน หลักนิติรัฐก็เรียกร้องว่าเวลาที่พวกนี้ใช้อำนาจต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย เมื่อเขาใช้อำนาจล่วงกรอบของกฎหมาย ต้องมีองค์กรที่เป็นกลางเข้ามาตรวจสอบว่าการใช้อำนาจนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก็คือศาลปกครองนั่นเอง หรือในประเทศที่ไม่มีศาลปกครองก็ใช้ศาลยุติธรรมแทน

*** หมายความว่าต้องสำรวมในการใช้อำนาจด้วย
ใช่ เพราะมันมีหลักอยู่ว่า การที่เราใช้อำนาจตุลาการเข้าไปควบคุม ตรวจสอบอำนาจพวกนี้ ฝ่ายศาลเองต้องระวังและสำรวมการใช้อำนาจ หมายความว่า ศาลต้องเห็นประเด็นกฎหมายที่อยู่ในบรรดาปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นกฎหมายในปัญหาทางการเมือง ซึ่งมันยุ่งยากซับซ้อนมาก ศาลจะต้องดึงเอาประเด็นทางกฎหมายออกมาแล้วทำให้เป็นประเด็นที่มันชัด แล้วมีเหตุผลในทางกฎหมายเวลาที่ตัดสิน แล้วตัดสินบนพื้นฐานของหลักกฎหมาย

ศาลต้องระวังไม่ไปแสดงออกซึ่งเจตจำนงของการเมืองแทนองค์กรอื่น เช่น ถ้าจะไปวินิจฉัยว่า กฎหมายที่สภาตราขึ้นขัดกับรัฐธรรมนูญ ศาลต้องชี้ให้ได้ว่ามันขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างไร แล้วมีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ศาลเห็นว่า ศาลไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ หรือเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่เหมาะ แม้ว่าศาลเห็นเช่นนั้นจริงก็เอาเจตจำนงของตัวเองไปแทนที่เจตจำนงของฝ่ายนิติบัญญัติไม่ได้ ศาลไม่มีอำนาจ ถ้าศาลทำอย่างนั้นเท่ากับว่าศาลทำลายหลักการแบ่งแยกอำนาจ...

คำพิพากษาที่ดีต้อง educate หรือให้การศึกษากับทั้งคู่ความและสาธารณะ การให้เหตุผลอย่างที่ผมพูดไปตั้งแต่ตอนต้นว่า คุณให้เหตุผลสั้นๆ ไม่ได้ เรื่องที่มันยิ่งสำคัญคุณต้องให้เหตุผลยาว และต้องชั่งน้ำหนักทุกด้าน

คุณยอมบอกว่า การเลือกตั้งโมฆะ เพราะเหตุว่า กกต. จัดคูหาเลือกตั้งถูกหรือผิด หันคูหาเข้าผนัง เท่านี้ไม่ได้ แต่คุณต้องให้เหตุผลต่อไปว่า มันทำลายเจตจำนงประชาชนอย่างไร แล้วคะแนนเสียงที่ออกมามันไม่นับเป็นเจตจำนงของประชาชนด้วยเหตุอะไร การที่ศาลจะไปตัดสินแบบนี้ ศาลไปทำลายอำนาจของปวงชนหรือไม่ อำนาจอธิปไตยของปวงชนคืออะไร คุณต้องให้เหตุผลในเชิงหลักการทั้งหมด แล้วคุณถึงจะบอกว่าคุณจะตัดสิน...

ผู้พิพากษาของศาลออกมาจากกระบวนยุติธรรม คุณเข้าไปทำงานในทางบริหาร ภายใต้การนำของรัฐบาลที่เกิดขึ้นจากการยึดอำนาจ ส่งคนออกไปในหน่วยงานอื่น โดยเชื่อว่า คนที่มาจากศาลนั้นเป็นคนดีกว่าคนที่อยู่ในหน่วยงานอื่น ทำไมเราถึงคิดอย่างนั้น ทำไมไม่คิดว่าคนที่อยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เป็นคนดีมีคุณธรรมเหมือนกับคนในตุลาการ คนของกรมสรรพากรที่เขาเก่งทำไมไม่คิดว่าเขาเป็นคนดี ผมไม่ได้บอกว่าศาลไม่ดี ผมรู้จักผู้พิพากษาหลายคน มีเพื่อนเป็นผู้พิพากษา มีลูกศิษย์เป็นผู้พิพากษา หลายคนเป็นคนดี มีคนมีความสามารถเยอะ

แต่ในทุกวงการมีทั้งคนดีและคนไม่ดี เราต้องยอมรับตรงนี้ก่อน แล้วคนดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรที่ถูกต้องเสมอ คนดีกับความถูกต้องมันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน มันอาจจะเป็นคนละเรื่องก็ได้ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องในทางการเมืองที่มีความสลับซับซ้อน แล้วท่านผู้พิพากษาที่อยู่ระบบอย่างนี้ไม่คุ้นเคยหรอกกับไอ้ระบบการเมืองที่มันซับซ้อน

*** แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือ เขาอ้างศาสตร์ของอาจารย์ไปแล้วเรียบร้อย แล้วก็เคลือบด้วยเรื่องของคุณธรรม ศีลธรรม เรื่องนี้จะแยกแยะยังไง เพราะมันถูกผูกโยงกันไป แล้วความดีก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ตัวคุณธรรมนั้นดี มนุษย์ต้องมีคุณธรรม เราก็ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ดี แต่เราต้องแยกระหว่างตัวคุณธรรมกับตัวคนซึ่งอ้างคุณธรรมซึ่งเป็นคนละส่วนกัน เหมือนกับที่ผมพยายามจะแยกว่า คุณต้องแยกระหว่างพระเจ้าในศาสนาคริสต์กับศาสนจักรซึ่งอ้างพระเจ้ามาดำเนินการต่างๆ ในนามของพระเจ้า เพราะทั้งศาสนจักรในยุคสมัยกลางที่อ้างพระเจ้า และคนที่อ้างว่าตัวเองมีคุณธรรมในยุคสมัยแห่งเรา ก็ต่างจะอ้างเอาพระเจ้าหรือคุณธรรม มาใช้ในทางซึ่งเป็นประโยชน์กับตัว

แน่นอน คนบางคนเป็นคนดีมีคุณธรรมก็ได้ แต่ถามว่าคนดีมีคุณธรรมทำอะไรไม่ผิดเลยเหรอ มันผิดกันได้ ปัญหาคือ เมื่อคุณอ้างว่าคุณเป็นคนดีมีคุณธรรมแล้ว ในด้านหนึ่งคุณก็มีความคิด ความฝัน ความเชื่อของคุณ แต่มันมีคนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งมีความคิด ความเชื่อ ความฝันไม่ตรงกับคุณ อย่างผมอาจมีความคิด ความฝัน ความเชื่อ ไม่ตรงกับคนซึ่งเป็นคนดีมีคุณธรรม หรืออ้างตัวเองเป็นคนดีมีคุณธรรม ถามว่าถ้าอย่างนั้น ผมเป็นเลวใช่ไหมครับ ที่สุดแล้วหลักแบบนี้มันใช้ไม่ได้

เหมือนเวลาที่บอกให้ประชาชนเลือกคนดีเวลาที่มีการเลือกตั้ง มันเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นเรื่องการเมือง การเมืองคือเรื่องผลประโยชน์ คนชั้นล่างก็ต้องเลือกคนที่มีผลประโยชน์ให้เขา ชนชั้นกลาง ชนชั้นสูงก็เหมือนกัน คุณเลือกคนที่คุณใกล้ชิด คุณมีผลประโยชน์เกี่ยวพัน มันก็เป็นอย่างนี้ แล้วถามว่าทำไมคุณไม่ตำหนิชนชั้นสูงบ้าง แค่เพียงคุณอ้างว่าด้านนี้มีคุณธรรมเท่านั้นหรือ พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าผมจะเข้าข้างอีกด้านหนึ่ง แต่ผมกำลังจะบอกว่า มันคือกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองทั้งหมดเหมือนกัน ผมยังไม่เคยเห็นสถาบันไหนไม่มีผลประโยชน์ทางการเมือง"


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: The Last Emperor ที่ 25-06-2008, 17:17


ไม่เร็วหรอก ทำความผิดกันปลายจมูกศาล ศาลสืบเองได้เลย ไม่ต้องผ่านพวกตำรวย --- บักแม้วกับเมียคงมึน ลืมคิดประเด็นนี้ไป
งานนี้คงไม่มีใครขี้แตก แต่สงสัยจะมีคน "ขี้หด" ... ใครน๊า??? ใครหนอ??? ใครตอบได้ช่วยตอบทีนะจ๊ะ  :slime_v:  

คดีอาญา จะนำสืบไปถึงตัว "เจ้าของเงิน" ไหม?



"บทความ: ตุลาการภิวัฒน์ 2 คือรัฐประหารโดยตุลาการ


โดย ฤทธิ์ วิษณุ
ที่มา ชมรมฟ้าใหม่
28 มีนาคม 2551

นับแต่การเปลี่ยนแปลงพ.ศ.2475 โดยคณะราษฎร ซึ่งได้ตัดสินใจนำเอารูปแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขเข้ามาใช้ในการพัฒนาทางการเมืองของประเทศไทย แม้จะมีการแบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 อำนาจคือ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ แต่อำนาจหลังสุดนี้ ดูเหมือนจะทำหน้าที่เป็นเพียงแค่อำนาจในระบบตรวจสอบและรองรับอำนาจอื่นมาโดยตลอด ไม่มีอำนาจในการถ่วงดุลแต่อย่างใด

ผู้คนในวงการตุลาการต้องเคยชินกับการถูกเก็บกด ตกเป็นเบี้ยล่างทางอำนาจมาโดยตลอดหลายทศวรรษ เพราะมีบทบาทเป็นเพียงแค่ผู้ใช้ หรือ แสดงอำนาจภายใต้กรอบของกฎหมายที่ถูกกำหนดหรือขีดเส้นให้ตีความได้ตามตัวบทจากอีกสองอำนาจมาโดยตลอด ไม่สามารถเป็นตัวกระทำเพื่อสร้างความยุติธรรมทางสังคมขึ้นมาได้ สถาบันตุลาการกลายเป็นสถาบันที่คร่ำครึ แม้จะดูศักดิ์สิทธิ์จากภายนอกก็เป็นเพียงแค่พิธีการเท่านั้น

แล้ววันหนึ่ง ฟ้าก็เปิดให้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ซึ่งอยู่ในจังหวะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วิกฤตทางการเมือง เพราะอำนาจบริหารและนิติบัญญัติไม่สามารถทำงานต่อไปได้ โดยพระราชดำรัสซึ่งพระราชทานให้แก่ศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกา เพื่อนำประเทศให้พ้นจากวิกฤต “....ที่จะทำให้บ้านเมืองล่มจม บ้านเมืองไม่สามารถที่จะรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง” ซึ่งถือว่า เป็นการใช้อำนาจตุลาการในฐานะอำนาจอธิปไตยโดยองค์พระประมุขเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญของไทย

ปรากฏการณ์ดังกล่าว มีคนพยายามให้คำอธิบายว่าเป็น ตุลาการภิวัฒน์ เพื่อขยายพื้นที่แห่งความยุติธรรมให้กว้างขวางขึ้นในระหว่างที่เกิดสุญญากาศทางอำนาจในห้วงระหว่างยุบสภาของรัฐบาลทักษิณ

ปรากฏการณ์ที่ติดตามมา ได้แก่ หัวขบวนกลุ่มหนึ่งของสถาบันตุลาการได้กระจายตัวกันเข้าสู่วังวนเกลือกกลั้วกับอำนาจทางการเมืองในหลายองค์กร เข้ายึดกุมหรือร่วมสมคบคิดในองคาพยพอย่างจริงจัง เสมือนหนึ่งปีศาจ 108 แห่งเขาเกาเล่งซัว(ในพงศาวดารจีนเรื่อง ซ้องกั๋ง)ที่หลุดออกจากที่คุมขังมาเป็นเวลานาน โดยไม่ใส่ใจหรือแยแสกับคำเตือนของผู้ที่ปรารถนาดีต่อวงการตุลาการว่า การกระทำนั้นอาจเปิดช่องให้นำไปสู่การล้ำเส้นของ “ตุลาการธิปไตย” หรือการปกครองโดยฝ่ายตุลาการ(Judicial Rule) ซึ่งล้ำเกินกรอบของการตรวจสอบเชิงหลักกฎหมายของฝ่ายตุลาการและสุ่มเสี่ยงต่อการที่บุคคลซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะเข้าแทนที่เสียงข้างมากในฐานะกลไกตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อใช้อำนาจแบบเลยเถิดตามกระแสอารมณ์วูบไหวชั่วครู่ชั่วยามของการต่อสู้ทางการเมือง

ผลจากการเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจของตุลาการ ทำให้เราได้เห็นชัดเจนมากขึ้นว่า พวกเขาได้กลายเป็นผู้สมคบคิดกับอำนาจเผด็จการ ใช้โมหาคติแสดงพฤติกรรมอย่างชัดเจนต่างกรรมต่างวาระว่า นอกจากไม่ได้นำความรู้และปัญญามาทำให้ประเทศชาติรอดพ้นจากวิกฤตทางการเมืองชั่วขณะแล้ว พวกเขายังสมอ้างใช้อำนาจเข้าแย่งยึดอำนาจรัฐมาเป็นของตนเองอย่างน่าละอาย

หัวขบวนตุลาการเหล่านี้ที่เคยถูกจำกัดการมีส่วนร่วมใช้อำนาจอย่างขาดตกหกหล่น สมอ้างเอาหลักการเรื่อง ตุลาการตีความก้าวหน้า (Judicial Activism) เพื่อขยายอัตตาและอำนาจของกลุ่มตนเองอย่างเป็นระบบ ทั้งลงมือร่วมสร้างกฎหมายและตีความกฎหมายตามกรอบวิธีคิดของตนเองอย่างเกินเลยด้วยการก้าวข้ามหลักกฎหมายเพื่อการตรวจสอบมาสู่การใช้อำนาจรัฐโดยตรง

สิ่งที่คนเหล่านี้เคยกล่าวหาว่า รัฐบาลทักษิณได้กระทำการหลอมรวมอำนาจ(Fusion of powers) เพื่อสร้างอำนาจเผด็จการรูปแบบใหม่นั้น บัดนี้ กลับกลายเป็นสิ่งที่พวกเขากำลังลงมือกระทำเสียเองอย่างทุศีลและไร้นิติธรรมอย่างเต็มที่

กลุ่มตุลาการกระหายอำนาจที่เคยถูกกำหนดให้ใช้กฎหมายซึ่งคนอื่นเขียนให้เกิดกิเลสแห่งอำนาจตรวจสอบเกินพอดี มาสู่การกำหนดตัวรัฐฐาธิปัตย์เสียเอง และได้ลงมือร่วมกระทำ นับแต่กรณีหักดิบหลักกฎหมายในกรณีใช้กฎหมายย้อนหลังเป็นโทษในการยุบพรรคไทยรักไทย มาถึงการทำหูหนวกตาบอด มองไม่เห็นว่า วีซีดี.ของนายพลจากกองทัพที่สั่งกำลังพลใต้บังคับบัญชาไปลงคะแนนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ หรือเอกสารลับคมช.เป็นความผิด ในขณะที่ตั้งหน้าตั้งตาเอาเป็นเอาตายกับการกระทำผิดเล็กๆ น้อยๆ ของนักการเมืองจากพรรคพลังประชาชนและพรรคอื่นๆ

จนท้ายที่สุด เมื่อพรรคดังกล่าว ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ตามหลักประชาธิปไตยของปวงชน และตั้งรัฐบาลผสมขึ้นมาได้ พวกตุลาการก็ร่วมสมคมคิดหาสาเหตุยุบพรรคกันไปเลย

การแสดงพฤติกรรมในลักษณะของการตรากฎหมายประหนึ่งอำนาจนิติบัญญัติหรือมีลักษณะของการกำหนดนโยบายทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ฯลฯ ประหนึ่งอำนาจบริหารของกลุ่มตุลาการกระหายอำนาจในยามที่บ้านเมืองกำลังเดินออกจากภาวะวิกฤต และสถานการณ์ทางการเมืองกลับเข้าสู่ปกติ ขณะที่ทหารในกองทัพได้ทิ้งอำนาจรัฐประหารเพื่อกลับเข้าสู่กรมกอง เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า แสดงตัวโดยเปิดเผยว่า บัดนี้พวกเขาได้เคลื่อนพลเข้ายึดกุมกลไกรัฐแทนที่กองทัพเป็นที่เรียบร้อย โดยการละเมิดหลักการเรื่อง จิตวิญญาณของกฎหมาย(Spirit of law)อย่างไร้ยางอาย

ตุลาการภิวัฒน์ ได้เปลี่ยนสีแปรธาตุเป็นการรัฐประหารรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ครั้งแรกของโลกไปเสียแล้ว นั่นหมายถึงพวกเขาได้สร้างวิกฤตทางการเมืองขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เพื่อแก้วิกฤตที่จบลงไปแล้ว

พฤติกรรมแหกคอกของตุลาการกระหายอำนาจจำนวนน้อยเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันตุลาการเท่านั้น พวกเขายังกระทำการละเมิดพระราชดำรัสที่พระราชทานมาเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2549 อย่างไม่มีชิ้นดี ถือเป็นการจัดการงานนอกสั่งที่สุดบังอาจ

เราจะต้องเปิดโปงและหาทางหยุดยั้งพฤติกรรมกระหายอำนาจ และสมอ้างจัดการงานนอกสั่งของตุลาการเหล่านี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่ประชาธิปไตยจะถูกย่ำยีมากกว่านี้"


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 25-06-2008, 17:17
โคดซวยเลย....

แต่ก็สมน้ำหน้าละ
ถูกใช้ให้ไปทำงานบ้า ๆ บอ ๆ
ยังเสรือกทำ
ค่าจ้างขนขนม(เงิน)คงได้ไม่กี่บาทหรอก

แต่....ว่าแต่ว่า
จะจำคุกแค่พวกตีนโรงตีนศาลไร้ราคาพวกนี้เหรอ
ก็แค่ลิ่วล้อรับจ้าง
ไหนเลย คนพวกนี้ จะมีเงิน 2 ล้าน หิ้วไปฝากศาลได้

เงินใคร?
ใครใช้มา?
ต้องสืบสาว เอาความนะ


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: room5 ที่ 25-06-2008, 17:20
ธนาไม่มาศาลอ้างปวดหัว ตอนนี้ออกหมายจับละ


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Şiłąncē Mőbiuş ที่ 25-06-2008, 17:21
โคดซวยเลย....

แต่ก็สมน้ำหน้าละ
ถูกใช้ให้ไปทำงานบ้า ๆ บอ ๆ
ยังเสรือกทำ
ค่าจ้างขนขนม(เงิน)คงได้ไม่กี่บาทหรอก

แต่....ว่าแต่ว่า
จะจำคุกแค่พวกตีนโรงตีนศาลไร้ราคาพวกนี้เหรอ
ก็แค่ลิ่วล้อรับจ้าง
ไหนเลย คนพวกนี้ จะมีเงิน 2 ล้าน หิ้วไปฝากศาลได้

เงินใคร?
ใครใช้มา?
ต้องสืบสาว เอาความนะ


ระวัง มันอาจะโดนเงินฟาดหัวจนสมองเสื่อมไปชั่วขณะ  :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: คนไกลเมือง ที่ 25-06-2008, 17:25
ข่าวแว่วมาว่า หนีแล้วครับนายธนา ตอนนี้ออกหมายจับแล้ว
 :slime_agreed:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: hitman ที่ 25-06-2008, 17:31
แผ่นดินนี้ไม่เหมาะกับขี้ข้าแม้วเสียแล้ว   


แต่คนอน่างขี้ข้าปลายแถวในเวปนี้มันจะได้ทันหนีไปเกากรงกับไอ้แม้วหรือเปล่า




สงสัยอยู่อย่างเดียว   หลังจากที่ไอ้แม้วทิ้งมันไปแล้ว      มันกล้าจะ   ไม่ยืนอีกไหม


            สมน้ำหน้า


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: fineday ที่ 25-06-2008, 17:35
เอามาฝากเติ้ลคนเดียว...นะจ๊ะ

หลักฐาน คงจะชัด
สมควรแล้ว 
 :slime_smile:

เพื่อนเลิฟชิ่งแล้วน๊า เติ้ลควรเตรียมทางหนีทีไล่ไว้บ้าง
พ่อแม้วติดคุกตามทนายไป จะได้ไม่ตรอมใจ
เป็นห่วง กลัวเติ้ลผอมง่ะ  :slime_shy:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: ปุถุชน ที่ 25-06-2008, 17:36
ทำไมตัดสินกันเร็วยิ่งกว่าขี้แตกอีกหล่ะ!?!  เหม็นน๊า :slime_smile2:

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นคนถือกระเป๋าเงินให้กับคุญหญิงพจมาน ชินวัตร และเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับทีมทนายความทุกชุดที่ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787



หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: คนไทยคนหนึ่ง ที่ 25-06-2008, 17:37
เงินถ้าเบิกมาจากธนาคาร สามารถสาวไปถึงคนที่เบิกออกมาได้และก็จะรู้ด้วยว่าเบิกมาจากบัญชีไหน ครับ

นอกจากจะใช้ ธนบัตรใช้แล้วจากท้องตลาดก้จะยากหน่อย แต่ที่ดูจากรูปถ่ายแล้วรู้สึกว่าเป็นธนบัตรใหม่

ดังนั้นก็น่าจะมีสืทธิ์ที่จะสาวไปถึงเจ้าของเงินได้ครับ



หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: KILL...ER ที่ 25-06-2008, 17:40
อย่าเพิ่งด่วนสรุป

เกมส์นี้ยังไม่จบ

เมื่อเล่นกันสกปรก ใส่ร้ายใส่ความกันขนาดนี้

อย่าได้ฝันว่าจะเกิดความปรองดองกันในชาติ

งานนี้ยาวเสียแล้ว

เตรียมตัวตุนไวไว (ไม่แดกบะหมี่ศักดินามาม่า) ไว้ได้เลยพี่น้อง



หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: *bonny ที่ 25-06-2008, 17:41
ในพันทิป ประชาไท ยอมรับคำตัดสินนี้ไหมล่ะครับ?

เพราะ 14 ล้านเสียงอยู่ตรงนั้น


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: KILL...ER ที่ 25-06-2008, 17:42
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นคนถือกระเป๋าเงินให้กับคุญหญิงพจมาน ชินวัตร และเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับทีมทนายความทุกชุดที่ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787



เป็นแค่เสมียนทนาย ก็พอแล้ว 5555


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: คนไกลเมือง ที่ 25-06-2008, 17:43
อย่าเพิ่งด่วนสรุป

เกมส์นี้ยังไม่จบ

เมื่อเล่นกันสกปรก ใส่ร้ายใส่ความกันขนาดนี้

อย่าได้ฝันว่าจะเกิดความปรองดองกันในชาติ

งานนี้ยาวเสียแล้ว

เตรียมตัวตุนไวไว (ไม่แดกบะหมี่ศักดินามาม่า) ไว้ได้เลยพี่น้อง



โถๆๆๆ ถ้าไอ้สมเด็จแม้ว มันแน่จริงมันออกตัวนานแล้ว วันก่อนเป็นไง ไปยืนไหว้ปะหลกๆ กับป๋าเปรม คนจริงเขาไม่ทำกันครับ อย่าหลอกตัวเองอีกเลย ออกมาดูความจริงเหอะ
 :slime_agreed:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: 西施无情 ที่ 25-06-2008, 17:44
ศาลตัดสินก็หาว่าเล่นสกปรก

ทีคดีของทักษิณก็ท้าให้ศาลตัดสิน



หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: justy ที่ 25-06-2008, 17:59

NBT จะเสนอข่าวนี้ยังไง  :roll:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: chaidan ที่ 25-06-2008, 17:59
สงสัยได้เงินมาเยอะ เลยกล้าเสี่ยง ทำมาหากินทางคดีความไม่ได้แล้วทั้งชาติ สม


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: portegasdace ที่ 25-06-2008, 18:09
ทำใจไว้ได้เลยต้องมีคนมาเหน็บศาลแหงๆ

เพราะว่าใครทำอะไรขัดแย้ง กับ อดีตท่านนายก

หรืออาชญากรประเทศ คนนี้ ต้องเป็นอันผิดเสียหมด

เพราะว่า ท่านผู้นี้ทำอะไรถูกไปเสียหมด

เรื่องแดงขนาดนี้ แถได้อีกตามเรื่อง


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: เพื่อนร่วมชาติ ที่ 25-06-2008, 18:13
เห็นอาการทุรนทุรายของสาวกพันธุ์ขี้ข้าของลัทธิศาสดาหน้าเหลี่ยมในกระทู้นี้แล้ว

สะใจหวะ

 :slime_smile2:  :slime_smile2:



หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: ผมเองครับ ที่ 25-06-2008, 18:14
คิดถึงเอียชูนะครับที่เอาโอเลี้ยงไปให้3 หนา แต่เฮียคงไม่กล้าแล้วถ้าขืนทำอีกสงสัยศาลเอาติดคุก  :slime_hmm:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 25-06-2008, 18:15
NBT จะเสนอข่าวนี้ยังไง  :roll:

เสนอข่าว ม็อบพันธมิตร สร้างความเดือดร้อนให้คนแถวนั้น ต่อไป
เหมียนเดิมมมมมมม
 :slime_dizzy:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: อมพระมาพูด ที่ 25-06-2008, 18:21
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม......  สงสัยได้กะตังแยะแฮะ หลังไอคุกๆๆๆๆ  :slime_doubt:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: jerasak ที่ 25-06-2008, 18:24
เงินถ้าเบิกมาจากธนาคาร สามารถสาวไปถึงคนที่เบิกออกมาได้และก็จะรู้ด้วยว่าเบิกมาจากบัญชีไหน ครับ

นอกจากจะใช้ ธนบัตรใช้แล้วจากท้องตลาดก้จะยากหน่อย แต่ที่ดูจากรูปถ่ายแล้วรู้สึกว่าเป็นธนบัตรใหม่

ดังนั้นก็น่าจะมีสืทธิ์ที่จะสาวไปถึงเจ้าของเงินได้ครับ



น่าเสียดายที่ไม่ได้ยึดเงินของกลางเอาไว้ก่อนนะครับ

ถ้าเป็นธนบัตรใหม่เีรียงเลขอาจค้นได้ถึงธนาคารต้นทาง
แม้จะไม่แน่ว่าอาจเบิกมาใส่เซฟไว้นานแล้วก็ตาม

ตอนนี้ถ้าจนแต้มจริงๆ ทนายอาจจะบอกว่าเก็บเงินได้
โดยไม่ได้เบิกมาจากธนาคารที่ไหน
ขนาดมุกตื้นๆ อย่าง "หยิบถุงผิด" ก็ยังใช้มาแล้ว  :slime_smile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: พรรณชมพู ที่ 25-06-2008, 18:28
ที่มาของเงิน จะเป็นสำนวนในคดีที่ตำรวจจะต้องทำเสนอฟ้องผ่านอัยการ เพราะศาลท่านจะส่งเจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีติดสินบนอีกคดีหนึ่ง นอกเหนือจากการสั่งจุคุกในกรณีประพฤติตนไม่เรียบร้อยบนศาลหรือละเมิดอำนาจศาล  :slime_whistle:

ตำรวจจะต้องไปสืบสวนว่าเงินนั้นมาจากที่ใด ซึ่งคำให้การเบื้องต้นของทนายที่ถูกจำคุก อ้างว่าได้มาจากการขายนาฬิกา ซึ่งก็ต้องไปหาพยานที่ซื้อนาฬิกานั้นไป และนำนาฬิกาดังกล่าวมาเป็นวัตถุพยานด้วย อีกทั้งทนายที่ตกเป็นจำเลยก็ต้องนำสืบว่า ซื้อนาฬิกามาจากที่ใด มีหลักฐานการซื้ออย่างไร อาจจะลามไปถึงต้องนำสืบว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ และพยานที่ซื้อไปก็ต้องถูกตรวจสอบว่า เอสเงินที่ไหนมาซื้อ เบิกมาจากที่ใด ซื้อขายกันวันใด อีกทั้งยังมีคำให้การว่า เตรียมเงินที่ขายนาฬิกาไว้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม ก็ต้องไปนำสืบอีกว่าจะไปซื้อที่ใด  :slime_doubt:

คือ โกหกนั้นนอกจากจะตายตกนรกแล้ว  :slime_smile2: การโกหกนั้นย่อมมีความขัดแย้งกับข้อมูลจริงมากมาย ยิ่งโกหกจะยิ่งถลำลึก หลักฐานเท็จยิ่งมากยิ่งถูกตรวจสอบง่าย พยานเท็จยิ่งมาก ยิ่งซวยกันไปทั้งโขยง

ด้วยคำพิพากษาครั้งนี้ จะสะกดให้พยานเท็จลังเลที่จะมาเสี่ยงคกเสี่ยงตาราง และผู้ที่สรางหลักฐานเท็จ ย่อมสยองที่จะเข้าปิ้งไปด้วย คดีนี้ในที่สุด จำเลยทั้งสาม อาจจะยอมรับว่าตนคิดเองที่จะติดสินบนศาล เพื่อตัดตอนเจ้านายให้พ้นผิด

ยอมติดคุกแทนกันจนขนาดนี้แล้ว เจ้านายย่อมเอ็นดูเป็นธรรมดา ขี้ข้าไปตายแทน นายที่ดีย่อมเลี้ยงคู่สมรสและบุตรธิดาเป็นการตอบแทน  ทั้งนี้ยกเว้นที่นายก็ไปตายด้วย จบกันไป  :slime_smile2:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: พรรณชมพู ที่ 25-06-2008, 18:29
เงินถ้าเบิกมาจากธนาคาร สามารถสาวไปถึงคนที่เบิกออกมาได้และก็จะรู้ด้วยว่าเบิกมาจากบัญชีไหน ครับ

นอกจากจะใช้ ธนบัตรใช้แล้วจากท้องตลาดก้จะยากหน่อย แต่ที่ดูจากรูปถ่ายแล้วรู้สึกว่าเป็นธนบัตรใหม่

ดังนั้นก็น่าจะมีสืทธิ์ที่จะสาวไปถึงเจ้าของเงินได้ครับ

ยังไม่เคยเห็นรูปถ่ายเงินที่ว่าเลยค่ะ ถ้ามีกรุณานำมาแปะได้ไหมคะ  :slime_worship:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: สมชายสายชม ที่ 25-06-2008, 18:37
ประกาศ รับสมัครงาน ด่วนนนนนนนนนนนนนน

ตำแหน่ง : คนถือกระเป๋าเงิน

ให้สมัครด้วยตนเองที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า   :slime_v:



http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787

อ้างถึง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับ นางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นคนถือกระเป๋าเงินให้คุญหญิงพจมาน ชินวัตร และเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับทีมทนายความทุกชุดที่ว่าความให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน



หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 25-06-2008, 18:47
ยังไม่เคยเห็นรูปถ่ายเงินที่ว่าเลยค่ะ ถ้ามีกรุณานำมาแปะได้ไหมคะ  :slime_worship:

เคยเห็นแต่ตอนเงินวางเรียงกันอยู่ในกล่องขนม

ไม่แน่ใจว่า เห็นในข่าวทีวี หรือใน นสพ.

แต่ยังไม่เคยเห็นตอน นำมาแบ-คลี่ ให้เห็นกันจะ ๆ นอกกล่อง

(ใครมีรูป เอามาให้ดูด้วยจ้า อยากเห็นเหมือนกัน)


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: jerasak ที่ 25-06-2008, 18:47
ที่มาของเงิน จะเป็นสำนวนในคดีที่ตำรวจจะต้องทำเสนอฟ้องผ่านอัยการ เพราะศาลท่านจะส่งเจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีติดสินบนอีกคดีหนึ่ง นอกเหนือจากการสั่งจุคุกในกรณีประพฤติตนไม่เรียบร้อยบนศาลหรือละเมิดอำนาจศาล  :slime_whistle:

ตำรวจจะต้องไปสืบสวนว่าเงินนั้นมาจากที่ใด ซึ่งคำให้การเบื้องต้นของทนายที่ถูกจำคุก อ้างว่าได้มาจากการขายนาฬิกา ซึ่งก็ต้องไปหาพยานที่ซื้อนาฬิกานั้นไป และนำนาฬิกาดังกล่าวมาเป็นวัตถุพยานด้วย อีกทั้งทนายที่ตกเป็นจำเลยก็ต้องนำสืบว่า ซื้อนาฬิกามาจากที่ใด มีหลักฐานการซื้ออย่างไร อาจจะลามไปถึงต้องนำสืบว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อ และพยานที่ซื้อไปก็ต้องถูกตรวจสอบว่า เอสเงินที่ไหนมาซื้อ เบิกมาจากที่ใด ซื้อขายกันวันใด อีกทั้งยังมีคำให้การว่า เตรียมเงินที่ขายนาฬิกาไว้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม ก็ต้องไปนำสืบอีกว่าจะไปซื้อที่ใด  :slime_doubt:

คือ โกหกนั้นนอกจากจะตายตกนรกแล้ว  :slime_smile2: การโกหกนั้นย่อมมีความขัดแย้งกับข้อมูลจริงมากมาย ยิ่งโกหกจะยิ่งถลำลึก หลักฐานเท็จยิ่งมากยิ่งถูกตรวจสอบง่าย พยานเท็จยิ่งมาก ยิ่งซวยกันไปทั้งโขยง

ด้วยคำพิพากษาครั้งนี้ จะสะกดให้พยานเท็จลังเลที่จะมาเสี่ยงคกเสี่ยงตาราง และผู้ที่สรางหลักฐานเท็จ ย่อมสยองที่จะเข้าปิ้งไปด้วย คดีนี้ในที่สุด จำเลยทั้งสาม อาจจะยอมรับว่าตนคิดเองที่จะติดสินบนศาล เพื่อตัดตอนเจ้านายให้พ้นผิด

ยอมติดคุกแทนกันจนขนาดนี้แล้ว เจ้านายย่อมเอ็นดูเป็นธรรมดา ขี้ข้าไปตายแทน นายที่ดีย่อมเลี้ยงคู่สมรสและบุตรธิดาเป็นการตอบแทน  ทั้งนี้ยกเว้นที่นายก็ไปตายด้วย จบกันไป  :slime_smile2:

เป็นเจ้าของนาฬิการาคา 2 ล้านถือว่าไม่ธรรมดาด้วยนะครับ
ต้องสอบด้วยว่าไปได้นาฬิกามาได้อย่างไร เอาเงินที่ไหนซื้อ

ผมว่าคราวหน้าควรใช้มุกขายพระเครื่อง เพราะราคาไม่แน่นอน
อ้างได้ด้วยว่าเป็นของเก่าเก็บจากปู่ของปู่ ซึ่งหาที่มาไม่ได้
และพระเครื่องเก่าเก็บฝุ่นจับขายได้เป็นล้านเป็นเรื่องธรรมดา

หรือจะใช้พระเครื่องติดสินบนแทนเงินสดก็ยังได้แบบเนียนๆ
คิดได้ยังไงหอบเงินไปตรงๆ รนหาที่แท้ๆ  :slime_smile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: cameronDZ ที่ 25-06-2008, 18:58

คิดได้ยังไงหอบเงินไปตรงๆ รนหาที่แท้ๆ

อ่า...คุณจี สงสัยแบบเดียวกับที่คุณพงษ์เทพ อดีตผู้พิพากษาที่ลดตัวลงไปเป็นเลขาฯส่วนตัวนายใหญ่ สงสัยเลยนะครับ
 :slime_bigsmile: :slime_bigsmile:
ฝ่ายคนรักเหลี่ยม เขาก็เอาประเด็นนี่ล่ะ มาต่อสู้


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: บักหัวเถิก ที่ 25-06-2008, 19:02
                [size=15อ้าวไม่รอลงอาญาอีก แบบนี้ได้ไปว่าความในคุกดิไอ่ทนายไร้จรรยาบรร เสียชื่อทนายหมดpt][/size]




                                                     เรียนมาแล้วโง่น่าจะออกไปเลี้ยงควายนานละ


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 25-06-2008, 21:00
เป็นเจ้าของนาฬิการาคา 2 ล้านถือว่าไม่ธรรมดาด้วยนะครับ
ต้องสอบด้วยว่าไปได้นาฬิกามาได้อย่างไร เอาเงินที่ไหนซื้อ

ผมว่าคราวหน้าควรใช้มุกขายพระเครื่อง เพราะราคาไม่แน่นอน
อ้างได้ด้วยว่าเป็นของเก่าเก็บจากปู่ของปู่ ซึ่งหาที่มาไม่ได้
และพระเครื่องเก่าเก็บฝุ่นจับขายได้เป็นล้านเป็นเรื่องธรรมดา

หรือจะใช้พระเครื่องติดสินบนแทนเงินสดก็ยังได้แบบเนียนๆ
คิดได้ยังไงหอบเงินไปตรงๆ รนหาที่แท้ๆ  :slime_smile:


คุณ jerasak ครับ ผมเคยว่าจะเน้นเรื่องพระเครื่องอยู่เชียวครับ

เพิ่งได้แต่เกริ่นๆไว้ พระเครื่ององค์ ราคา 10-20 ล้านบาท

อันนี้เขาไม่ต้องว่ารับมรดกหรอกครับ ที่ผมคิดเห็นหนทางหลบเลี่ยง

รวยผิดปกติ ง่ายนิดเดียว ผมซื้อมาสมมุติ 1 ล้าน จากนาย ก.

แล้วผมขายให้ นาย ข. 10 ล้านบาท โดยคนเลี่ยงรู้กับ คนซื้อ-ฃาย


รับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมีมา  ผมก็คิดว่าจบเอาง่ายๆนะครับ...
:slime_bigsmile:






หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: พรรณชมพู ที่ 25-06-2008, 21:14

คุณ jerasak ครับ ผมเคยว่าจะเน้นเรื่องพระเครื่องอยู่เชียวครับ

เพิ่งได้แต่เกริ่นๆไว้ พระเครื่ององค์ ราคา 10-20 ล้านบาท

อันนี้เขาไม่ต้องว่ารับมรดกหรอกครับ ที่ผมคิดเห็นหนทางหลบเลี่ยง

รวยผิดปกติ ง่ายนิดเดียว ผมซื้อมาสมมุติ 1 ล้าน จากนาย ก.

แล้วผมขายให้ นาย ข. 10 ล้านบาท โดยคนเลี่ยงรู้กับ คนซื้อ-ฃาย


รับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมีมา  ผมก็คิดว่าจบเอาง่ายๆนะครับ...
:slime_bigsmile:


ตอนถูกจับได้ คิดไม่ทันค่ะ ออกมุขนาฬิกาไว้

เขาบอกว่า ไม่มีอาชญากรรมใดสมบูรณ์แบบ

ก็แบบนี้ล่ะค่ะเป็นตัวอย่าง  :slime_v:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: A-NOY ที่ 25-06-2008, 22:21
ไอ้พวกทนายเหลี่ยมมันบอกว่าหยิบถุงผิด ทุเรศ  แล้วมันพกเงินไปศาลตั้ง 2 ล้านทำไมมันเอาไปซื้อข้าวแกงกินกันหรือ โธ่ ทำผิดทะลึ่งอาฆาตนะอ้าย kill...er


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: irq5 ที่ 25-06-2008, 22:22
 :slime_sentimental:

มุกแก้ตัวเบื้องต้นได้โง่ขนาดนี้

มุกต่อไปคงเป็น



ก็ผีมันสิงผม  ผีมันสิงผมอยู่  ผีมันสิงหนู ผีมันสิงหนูอยู่  ..................  อ่อนเปลีย


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: BeastGuy ที่ 25-06-2008, 22:24
ผมสงสัยนะว่ามันรนหาที่ทำไม
ทำไมต้องให้กันต่อหน้า
ไม่ให้กันลับหลังหรือว่าข้างนอก
มีแผนการอะไรหรือเปล่า
เป็นการพลีชีพเพื่ออะไรหรือไม่


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: KILL...ER ที่ 25-06-2008, 22:26
มันเล่นกันหลังข่าวเรื่อง แบลุสโคนี่ ยัดตังค์กระบวนการยุติธรรมอิตาลี พอดี๊ พอดี

งานนี้มันส์สะแด่วแห้ว


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: มารุจัง ที่ 25-06-2008, 22:42
โ่ง่จริง ๆ เลย เอาเงินไปให้ศาลซึ่ง ๆ หน้า คงนึกว่าซื้อศาลได้
เหมือนเอาเศษเงินให้พวกเชลียร์ล่ะมั้ง
(ปกติให้ลับหลัง ศาลท่านก็ไม่รับอยู่แล้ว ยังไงก็ผิดแต่เจือกเอาไปให้ถึงหน้าเลย)
ลืมตัวไปจริง ๆ
ฮ้าาาาา วันนี้รู้สึกดีจัง
 :slime_v: :slime_v:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: สมชายสายชม ที่ 25-06-2008, 22:46
ทำจนเคยตัว ทำจนได้ใจ

คนนี้ บอกว่า "ติ๊กผิด"

http://www.darknews.net/2006/02/02/newsp1_245.php

(http://www.darknews.net/2006/02/02/images/vol54.1_copy.jpg)

(http://www.stonekid.com/uploads/smartkids3.jpg)


แล้วต่อมา ก็บอกว่า "พิมพ์ผิด"

เฉไฉไปเรื่อย “ทนายแม้ว” แจงแทน “หญิงอ้อ” อ้างทำตั๋วสัญญาใช้เงินหาย เลยต้องแจ้งยกเลิกใบเก่าเพื่อทำใบใหม่แทน มาฟอร์มเดิม โทษเจ้าหน้าที่ทำเอกสารเกิดความพลั้งเผลอ พิมพ์คำว่า “คุณหญิง” ในตั๋วใบใหม่

http://thaiinsider.info/portal/content/view/7426/57/

(http://www.seclub.com/forum/images/avatars/22567454dfcc833ed8.jpg)


คราวนี้ ก็อ้างว่า "หยิบผิด"

(http://66.113.194.85/bpics19/tdt.jpg)

(http://66.113.194.85/bpics19/ttdd.jpg)

 :slime_agreed:   :slime_agreed:   :slime_agreed:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: irq5 ที่ 25-06-2008, 22:53
มันเล่นกันหลังข่าวเรื่อง แบลุสโคนี่ ยัดตังค์กระบวนการยุติธรรมอิตาลี พอดี๊ พอดี

งานนี้มันส์สะแด่วแห้ว

ผมสงสัยนะว่ามันรนหาที่ทำไม
ทำไมต้องให้กันต่อหน้า
ไม่ให้กันลับหลังหรือว่าข้างนอก
มีแผนการอะไรหรือเปล่า
เป็นการพลีชีพเพื่ออะไรหรือไม่



ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ การจัดฉากนี้

มีความเป็นไปได้ 2 กรณีให้คิด

1  ใช้หน่วยคนสับเปลี่ยนของหลังรถ ทนายนั่น  โดยทนายไม่รู้ตัว

     วิธีการไม่ยากครับ  จ้างนักย่องเบามา
     ระหว่าทนายขายนาฬิกา หรือ ตั้งแต่ออกจากบ้าน ตอนเปิดประตูรถ
     เข้าไปซ่อนที่หลังเบาะหน้า นอนลงแนบพื้นรถ 
     ถึงจังหวะ ก็สลับถุง  จากนั้น ทนาย ก็จะถือถุงเงิน แทนถุงขนมออกไป

2  ทำพิธีปลุกผีมาสิงทนาย

     วิธีการ เตรียม ตะปูโลงศพ 7 ป่าช้า  ดิน 7 ป่าช้า
     เถ้าธุป 8 โบสถ์  ข้าวสารค้างปี    หมอผี 1 คน
     ปลุกผีมาสามตัว ให้ไปสิง ทนาย และผู้ติดตาม
     ให้เดินดุ่มๆ เอาเงิน 2 ล้าน ไปให้


     


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: mebeam ที่ 26-06-2008, 00:53
มองในแง่ดี ต่อไปนี้ถ้าคูณทักษิณรอดมาได้ ทุกศาล คงบริสุทธิ์ ผุดผ่องจริง
คงไม่มี กรณี ยกผลประโยชน์ให้จำเลย มาจากผู้พิพากษาอีกแล้ว
งานนี้ ริบหรี่เหลือเกิน
แต่ก็ดี ที่ทีมทนายโง่ๆติดคุกไปหมดแล้ว



หรือไม่แน่ คุณทักษิณ กับ คุณสนธิ อาจไปดีกันในคุก ก็ได้   :slime_smile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: ปุถุชน ที่ 26-06-2008, 01:34
อย่าเพิ่งด่วนสรุป

เกมส์นี้ยังไม่จบ

เมื่อเล่นกันสกปรก ใส่ร้ายใส่ความกันขนาดนี้

อย่าได้ฝันว่าจะเกิดความปรองดองกันในชาติ

งานนี้ยาวเสียแล้ว

เตรียมตัวตุนไวไว (ไม่แดกบะหมี่ศักดินามาม่า) ไว้ได้เลยพี่น้อง




จะอุทธรณ์ ฏีกา อีกเหรอ......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: (ลุง)ถึก สไลเดอร์ ที่ 26-06-2008, 01:48
ทำไปเพราะความเคยชิน แต่คราวนี้พลาด......เอิ้กกกกก
 :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile: :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: May The Force Be With You ที่ 26-06-2008, 02:01
ผิดขนาดนี้ลิ่วล้อยังกล้ามาแถ่อีก หน้าด้านจริงจริง  สมกับเป็นล่วล้อไอ้แม้ว :slime_surrender:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: May The Force Be With You ที่ 26-06-2008, 02:11
มารอดูไอ้พวกหน้าด้านมาเเถ   :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Pig.Army ที่ 26-06-2008, 02:15
ถึงเวลา ศาลตัดสิน คดี ของ ทักษิณ กรุณา ยอมรับกันแบบนี้ด้วยน่ะครับ  หวังว่า คงไม่ ก่อม๊อบ อีก... :slime_worship:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: mebeam ที่ 26-06-2008, 02:38
มีใครทันเห็นมั๊ยเนี่ย   :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: so what? ที่ 26-06-2008, 02:47
มองในแง่ดี ต่อไปนี้ถ้าคูณทักษิณรอดมาได้ ทุกศาล คงบริสุทธิ์ ผุดผ่องจริง
คงไม่มี กรณี ยกผลประโยชน์ให้จำเลย มาจากผู้พิพากษาอีกแล้ว
งานนี้ ริบหรี่เหลือเกิน
แต่ก็ดี ที่ทีมทนายโง่ๆติดคุกไปหมดแล้ว



หรือไม่แน่ คุณทักษิณ กับ คุณสนธิ อาจไปดีกันในคุก ก็ได้   :slime_smile:


ตอบคุณด้วยเหตุผลที่คุณเป็นกองเชียร์ทักษิณที่ดูว่ามีเหตุผลกว่ากองชียร์คนอื่นๆก็แล้วกัน  :slime_agreed:

ถ้าเมื่อสองปีที่แล้ว ทักษิณกล้าออกมาตอบคำถามหรือข้อกล่าวหาสี่สิบข้อของสนธิลิ้มให้ชัดๆได้ซักครึ่งนึง ผมก็คงไม่สนับสนุนให้ใครมาประท้วงไล่ทักษิณอยู่จนทุกวันนี้หรอกครับ


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Whistend ที่ 26-06-2008, 02:48
มีใครทันเห็นมั๊ยเนี่ย   :slime_bigsmile:
ผมเห็นครับ  :slime_bigsmile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: ดอกฟ้ากับหมาวัด ที่ 26-06-2008, 02:54
ถึงเวลา ศาลตัดสิน คดี ของ ทักษิณ กรุณา ยอมรับกันแบบนี้ด้วยน่ะครับ  หวังว่า คงไม่ ก่อม๊อบ อีก... :slime_worship:



อำนาจตุลาการ....ถือเป็นที่สิ้นสุด


หวังว่าพวกลิ่วล้อ......คงไม่ชักดิ้นชักงอตายตามเจ้านายไป เพราะ "สีทนด้ายฮ้า"


แบบที่เค้าโคสะนา สียี่ห้อนึงไง


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Caocao ที่ 26-06-2008, 02:56
บางคนมันยังคิดว่าถ้าไอ้เหลี่ยมขึ้นศาลจะรอดกลับมา ขนาดตัวไอ้เหลี่ยมมันยังไม่แน่ใจเลย ไม่งั้นจะชักดิ้นชักงอตีโพยตีพายให้แก้รัฐะรรมนูญทำไม อย่าลืมผลประโยชน์การติดสินนศาลไม่ได้ตกแก่ตัวทนาย เพราะทนายเป็นแค่ม้าใช้ ยังต้องนำสืบถึงตัวผู้จ้างวานต่อไป ตอนนี้ต่อให้ศาลยังไม่ตัดสินหรือระบุตัวผู้จ้างวาน แต่กลิ่นคาวมันก็เหม็นคุ้งไปทั่วประเทศแล้ว รีบๆออกมาดิ้นพวกขี้ข้าแม้วทั้งหลาย แนะนำให้ดิ้นเพลงฝนเดือนหก และทำท่ากบร้องงิมงำประกอบเพลงไปด้วย :slime_inlove:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: ลูกหินฮะ๛ ที่ 26-06-2008, 04:00
ถึงเวลา ศาลตัดสิน คดี ของ คุณพ่อทักษิณ กรุณา ยอมรับกันแบบนี้ด้วยน่ะครับ  หวังว่า คงไม่ ก่อม๊อบ อีก... :slime_worship:

  :slime_whistle:
 :slime_agreed: เห็นด๊วยกะ น๊องหมูฮะ...

หวังว่า..เจ้าพวกอาแป๊ะกะทิ มันคงไม่..แอบอ้าง..มาก่อม๊อบ
อ้างว่าเป็นเพราะ ผี น.ช.ประหาร หัวขาดสี่เหลี่ยม..
มันติดสินบน..ขายที่นรก..มาก่อม๊อบอีก ...สาธุ
 :slime_worship:  :slime_dizzy: :slime_worship:




หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: jnaj1 ที่ 26-06-2008, 04:08
แนวโน้มมันเห็นชัดๆ

1. สปอนเซอร์แมนซิ เรียก      โทมัส   คุก

2. ประธานบริหารคนใหม่ชื่อ    แกรรี่  คุก

3. ทักษิณไปลงทุน                เกาะ  ก(ร)ง   

4. ทนายไปรออยู่แล้วใน         คุก



ชอบเหลือเกิน ไปพัวพันกับ คุกๆ กรงๆ เนี่ย

คุกเหลี่ยมๆ   เหลี่ยมๆ คุกๆ  อีกไม่นานเกินรอ   


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: moon ที่ 26-06-2008, 04:23
กาลครั้งหนึ่ง เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วภายในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง
เลขาของท่านประธานมีอาการอารมณ์เสียมาก เมื่อได้ยินข่าวที่ตำรวจบอกว่าพันธมิตรทำให้รถติด

เลขา         : "เนี่ย ถ้าไอ้เหลี่ยมมันถูกยึดทรัพย์ ถูกจับติดคุกซักคนนะ บ้านเมืองจะสงบขึ้นอีกเยอะเลย" หล่อนบ่นกับแม่บ้านและผู้ช่วยเลขา
ผู้ช่วยเลขา  : "ใช่พี่ มันคนเดียวเลย โกงแล้วยังปากแข็ง ดูนายกฯ สิ คนอย่างนี้ไม่น่าจะได้เป็นเล้ย ถ้าไม่โกงก็ยอมขึ้นศาลดีๆ ก็หมดเรื่อง" เธอสนับสนุน
แม่บ้าน      : "เขาก็ไม่ได้เล่นการเมืองแล้วไม่ใช่เหรอพี่ แล้วทำไมยังไปด่าเขาอีก เห็นหนังสือพิมพ์บอกว่าโกง หนูก็สงสัยเหมือนกัน"
เลขา         : "โกงสิ ที่ดินรัชดาเอย ซีทีเอ็กซ์เอย โอ้ย เยอะ พี่เล่าไม่ไหวหรอก อยากให้ศาลสั่งยึดทรัพย์มันซะให้หมดเลย"

ท่านประธาน : "จะยึดได้ยังไง เงินของเขา เขาวางตัวคนไว้หมดแล้วหละ ยึดเขาไม่ได้หรอก คอยดูสิ"

แล้วบรรยากาศก็เงียบโดยพลัน


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: see - u ที่ 26-06-2008, 10:05
* ภาพประกอบ กระทู้  ( จำเลยในคดีนี้ )  .................

  ~:  นายพิชิฏ  ชื่อบาน .......... ทนายความของ แม้ว และ  หญิงอ้อ   

  (http://img98.imageshack.us/img98/1390/44264138ws1.jpg) (http://imageshack.us)

  ~:  นางสาวศุภศรี  ศรีสวัสดิ์  .......  เสมียนทนายความ  

  (http://img247.imageshack.us/img247/2527/46695865dk3.jpg) (http://imageshack.us)

  ส่วนอีกคน  " ธนา  ตันศิริ  "  ผู้ประสานงานคดี แม้ว และเป็นญาติของหญิงอ้อ รวมถึงป็นคนที่หยิบถุงเงิน 2 ล้านยังไม่มามอบตัว

  ฟังข่าวช่วงเช้า..... คาดว่าจะมีท่าทีของ แม้ว จะออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ภายในวันนี้น่ะ  !!

 


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: fineday ที่ 26-06-2008, 10:34
เงินสองล้านนั่น ไม่ใช่ขายนาฬิกานะ เค้าเปลี่ยนใหม่แล้ว..
ไม่ใช่ขายพระเครื่องตามแผนคุณจีฯด้วย

จากมติชน

---------------------------

เปิดคำให้การ 'ธนา ตันศิริ' เครือญาติ 'คุณหญิงอ้อ' - คนหิ้ว 2 ล้านติดสินบน จนท.ศาลฎีกา
     วันที่ 25 มิถุนายน 2551 - เวลา 22:56:22 น. 
 
 
 

คลิกอ่าน ... คำพิพากษาศาลฏีกา ฉบับเต็ม (อย่างเป็นทางการ)

หมายเหตุ'มติชนออนไลน์'- เป็นคำให้การต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของนายธนา ตันศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นผู้นำเงิน 2 ล้านบาทใส่ถุงขนมไปให้แก่เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งศาลมีคำสั่งลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คนคือ นายพิชิฎ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียทนาย และนายธนา คนละ 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล

จากคำให้การพบว่า นายธนา 'เป็นดอง' กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยที่ 2 ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก

สำหรับคำให้การของนายธนาดังกล่าวมาจากคำสั่งศาลฎีกาที่ 4599/2551
--------------------------
ทางไต่สวนได้ความจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 3(นายธนา ตันศิริ) ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นผู้ประสานงานของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจนมาน ชินวัตร (จำเลย)เกี่ยวกับคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2550(คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก) เนื่องจากภริยาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร

ในวันที่ 9 มิถุนายน 2551 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา นายบุญชาญ อักษรสุวรรณ นำเงินค่าซื้อบ้านของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 บางส่วนมาชำระตามสำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย  ซึ่งต่อมาได้มีการจ่ายเงินที่เหลือและโอนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2551 ปรากฏตามสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน  สำเนาโฉนดที่ดิน  และภาพถ่ายบ้านตามเอกสาร

ในตอนเช้าของวันเกิดเหตุ(วันที่ 10 มิถุนายน 2551) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาตามปกติเนื่องจากเป็นวันที่ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานต้องมารายงานตัวหลังจากกลับจากต่างประเทศ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ให้ภริยาเตรียมของฝากไปให้เจ้าหน้าที่ด้วยเนื่องจากประสานงานกันได้ราบรื่นไม่มีข้อติดขัด  ภริยาผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซื้อช็อกโกแลตใส่ถุงเตรียมไว้ให้แล้วนำไปวางไว้ในรถบริเวณที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นั่ง

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นำถุงกระดาษใส่เงินจำนวน 2,000,000 บาท ไปใส่ไว้ท้ายรถเพื่อจะนำไปฝากธนาคาร

เมื่อผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไปถึงศาลฎีกาได้พบกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายพิชิฎ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ)จึงพากันไปเดินดูความเรียบร้อยและให้คนขับรถไปหยิบถุงที่เบาะหลังรถตามขึ้นไปให้ที่ชั้น 4

ระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เดินไปที่ห้องพักทนายความได้พบกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2(น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียทนาย) จึงให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไปตามเจ้าหน้าที่ศาลชื่อหม่อมหลวงฐิติพงศ์  ชมพูนุทมาพบที่ห้องพักทนายความแล้ว  ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ก็เข้าไปในห้องพักทนายความคุยกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1

สักครู่คนขับรถก็ถือถุงกระดาษเข้ามาในห้องแล้ววางไว้บนโต๊ะ หลังจากนั้นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เดินออกไป ซึ่งพอดีกับหม่อมหลวงฐิติพงศ์  เดินเข้ามาจึงนั่งคุยกัน

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ขอบคุณหม่อมหลวงฐิติพงศ์ที่การประสานงานในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการนัดหมายราบรื่นตลอดมาและบอกว่า มีของฝากเล็กน้อยมาให้หม่อมหลวงฐิติพงศ์และน้องๆ
 
หม่อมหลวงฐิติพงศ์ถามว่า เอาอะไรมาฝาก

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ตอบว่า เป็นขนมเล็กน้อยไปแบ่งกันรับประทาน

จากนั้นหม่อมหลวงฐิติพงศ์ลุกขึ้นแล้วหิ้วถุงกระดาษออกไป

เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณมาถึงได้มานั่งรอที่ห้องพักทนายความพร้อมกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ที่ 3 และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์

สักครู่มีคนมาตามผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไปพบเจ้าหน้าที่ธุรการที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์แผนกรับฟ้อง เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ชายเปิดประตูเลื่อนออกแล้วยื่นถุงกระดาษให้พร้อมกับบอกว่า หม่อมหลวงฐิติพงศ์ให้เอาของมาคืน

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 รับถุงกระดาษคืนมาแล้วให้ พ.ต.ท.วทัญญู วิทยภโลทัย นายตำรวจติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ นำไปเก็บไว้ที่รถ หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณรายงานตัวเสร็จก็เดินทางกลับ

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 อยู่รอคุณหญิงพจมานมารายงานตัว เมื่อคุณหญิงพจมานรายงานตัวเสร็จก็เดินทางกลับ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 กลับไปที่รถและถามคนขับรถว่า พ.ต.ท.วทัญญูเอาของมาคืนหรือไม่

คนขับรถตอบว่า เอามาคืนแล้วและเอาเก็บไว้ท้ายรถ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เอะใจจึงไปเปิดกระโปรงท้ายรถและแกะถุงดังกล่าวดูปรากฏว่า เป็นเงินจำนวน 2,000,000 บาท ที่จะเอาไปฝากธนาคาร

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จึงเปิดประตูรถข้างหลังด้านขวาแล้วแกะถุงอีกถุงหนึ่งซึ่งอยู่ที่เดิมและถามคนขับรถว่า หยิบของจากตรงไหนไปเมื่อเช้า

คนขับรถตอบว่า หยิบถุงไปจากกระโปรงท้ายรถ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เกรงจะเกิดเรื่องยุ่งจึงเดินไปเล่าให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ฟังว่า หยิบถุงผิดไป อยากให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ช่วยนัดหมายหม่อมหลวงฐิติพงศ์เพื่อทำความเข้าใจกัน แล้วผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เดินทางไปทำธุระที่อื่น

ต่อมาเวลาประมาณ 13 นาฬิกา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 แจ้งว่า หม่อมหลวงฐิติพงศ์ได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว
-------------------------------------
 
   
อยากอ่าน คำให้การ ทั้งหมด ท่าทางจะหนุกหนานกว่านิทาน NWO นะเนี่ย


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: chaidan ที่ 26-06-2008, 10:35
นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ประธานกรรมการมารยาท สภาทนายความ กล่าวว่า หลังจากได้คำสั่งจากศาลฎีกาแล้ว ก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมารยาทสภาทนายความ เพื่อพิจารณาโทษของทั้งสาม โดยโทษคดีละเมิดอำนาจศาลมีสถานเดียวคือ การลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ

รับใช้กันเข้าไป เอิ้กๆ :mrgreen:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: fineday ที่ 26-06-2008, 10:42
คำให้การ(กับนักข่าว) ของธนา อีกคน

------------------------------------------------------------   
ผมยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ มีแต่คนโง่และบ้าเท่านั้นที่จะทำอย่างนี้ ผมจะไปทำทำไม คุกเปล่าๆ แต่ถ้าสมมุติว่าเป็นเรื่องจริง ถามว่าแล้วเขาจะทำกันอย่างนี้หรือเปล่า ก็ไม่ชัดว่าเป็นอย่างไร อาจจะไม่ใช่ติดสินบน อาจเป็นสินน้ำใจ ค่าน้ำร้อนน้ำชา


 
ที่มา - ธนา เบญจาธิกุล ทนายความคนดัง อดีตเลขาธิการสภาทนายความ ปัจจุบันเป็น "ทนายความส่วนตัว" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลคดีความ "หมิ่นประมาท" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณฟ้องร้องบุคคลที่ออกมาพูดพาดพิงทั้งหมด เปิดใจ "มติชน" ถึง ชื่อ ธ.ธง. ที่ถูกกล่าวหาว่าหิ้วกล่องขนม 2 ล้านขึ้นไปให้เจ้าหน้าที่ศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จนเป็นข่าวครึกโครม

- เวลานี้ยังมีคดีที่ทำให้คุณทักษิณ และครอบครัวชินวัตร คดีใดบ้าง

ผมทำคดีเฉพาะหมิ่นประมาท ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร) ฟ้องทั้งอาญาและแพ่งกับคนที่ออกมาพูดทำให้ท่านเสียหาย ผมจะรับผิดชอบคดีที่เกี่ยวกับตัว พ.ต.ท.ทักษิณโดยตรง ส่วนคดีเกี่ยวกับครอบครัวชินวัตรนั้น หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ผมไปหมิ่นศาล และการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผมไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับคดีของครอบครัวท่าน รวมทั้งคดีที่ คตส.ฟ้องร้องรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ดินรัชดาฯ ทุจริตกล้ายาง ซีทีเอ็กซ์ และหวยบนดิน แต่ถ้าจะปรึกษาปัญหาทางข้อกฎหมายก็พร้อมที่จะทำ เพียงแต่ผมไม่ได้เข้าไปรับผิดชอบในคดีโดยตรง

- กับเหตุการณ์ถุงขนม 2 ล้านที่เกิดขึ้น ทำไมกระแสที่พุ่งเป้ามาที่คุณธนา

บอกตามตรง ในวันที่เกิดเหตุ (10 มิถุนายน) ตอนเช้าผมมีนัดไปที่ธนาคารกสิกรไทย ตอน 10.30 น. จากนั้นก็ไปธนาคารนครหลวงไทยสำนักงานใหญ่ ตอนเที่ยงก็ไปทานข้าวกับคุณแม่ ผมไม่ได้ไปศาลแล้ว รู้ว่ามีการพิจารณาคดีของนักการเมืองอยู่ แต่ผมไม่ได้ไป ตกบ่ายผมก็ไปตัดผม บ่ายแก่ๆ ถึงกลับมาออฟฟิศ เสร็จแล้วเช้าวันรุ่งขึ้น (11 มิถุนายน) ก็มีพรรคพวกโทร.มา ทั้งทนายความ และศาล ถามว่า ธนา หิ้วเงินไปให้ศาลเหรอ ผมก็ตกใจ เลยหาข่าวมาดู ถึงรู้ว่ามีการพูดกันบนเวทีม็อบพันธมิตร ประมาณตีหนึ่ง พูดประมาณว่า คนที่เอาเงินใส่ถุงขนมไปให้ ตัวอักษรย่อว่า ธ.ธง ธนะ ธนา ธนบัติ เป็นคนที่โดนคดีหมิ่นศาล อ้าว..ก็ชี้เป้ามาที่ผมเลย เลยไปหาเทปมาฟัง ถ้าหมิ่นประมาทก็ต้องฟ้อง เพราะผมยืนยันในความบริสุทธิ์ของผมได้ วันนั้นไม่ได้ไปศาล ความจริงก็เป็นเรื่องโชคดีที่ผมไม่ได้ไป เพราะปกติผมก็ไปเวลาท่าน (พ.ต.ท.ทักษิณ) ไปขึ้นศาล ผมมักจะไปให้กำลังใจ แต่คราวนี้ผมไม่ได้ไป

- เท่าที่ประกอบอาชีพทนายความมา เคยพบเห็นหรือได้ยินถึงยุทธวิธี ของทนายความที่ไปดำเนินการในทำนองนี้หรือเปล่า

การติดสินบนเป็นเรื่องใหญ่ของกระบวนการยุติธรรมนะ เรื่องประเภทนี้ทนายไม่กล้าทำหรอก ถ้าถามว่ามีหรือไม่ ผมคงตอบไม่ได้ ศาลยุติธรรมเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน ผมเชื่อว่าศาลก็ต้องระมัดระวังตัว ก็เคยได้ยินมีคนอยู่แถวๆ ศาล เรียกว่าตีนโรงตีนศาลอ้างว่ารู้จักคนนั้นคนนี้ไปเที่ยวหลอกเงินชาวบ้านโดยที่ศาลไม่รู้เรื่องด้วย พวกกินตามน้ำพวกนี้ก็เคยมี แต่ศาลก็มีวิธีการป้องปราม ติดประกาศที่ศาลเลยว่าอย่าไปเสียรู้คนที่มาหลอก เพราะศาลไม่ได้มีนโยบายอย่างนั้น ก็อย่างว่า ใครที่เป็นคดีความแล้ว ต่างไม่อยากจะแพ้ทั้งนั้น ทุกคนอยากชนะ พอมีคนมาพูดว่ามีวิธีที่จะช่วยได้ ที่สุดก็ตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้ จากกรณีขนม 2 ล้านนี้ ผมว่าการกระทำอย่างนี้ไม่น่าเชื่อ ไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในสังคมข้อมูลข่าวสารแบบนี้ ที่ไหนๆ คนก็รู้ทันกันหมด ไม่น่าจะเป็นไปได้

- แต่เรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ

ใช่..มันเกิดขึ้น ซึ่งผมมองเรื่องนี้ได้ 3-4 ประเด็นคือ อาจมีการกลั่นแกล้งกัน สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหวังผลต่อจำเลย เพราะงานนี้คนที่ซวยที่สุดคือจำเลย คงไม่มีใครมองว่าฝ่ายอัยการไปทำ สังคมก็มองว่าฝ่ายวิ่งเต้นคือคนเป็นจำเลย ทำให้จำเลยตกที่นั่งลำบาก เป็นแพะ 2.อาจเอาไปให้ศาลเพื่ออำนวยความสะดวก เป็นเรื่องสินน้ำใจ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารต่างๆ 3.อาจจะมีการเข้าใจผิดกัน หยิบผิดจริงๆ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น และ 4.อาจจะเป็นเรื่องจริงที่จะเอาไปให้ศาลก็ได้ แล้วแต่คนจะมอง

- เป็นไปได้หรือไม่ ที่เป็นฝีมือของกลุ่มการเมืองที่ต้องการดิสเครดิตศาล หรือไม่ก็เป็นฝ่ายตรงข้ามเพื่อกดดันไม่ให้ศาลพิจารณาลักษณะเป็นคุณต่อนักการเมือง

อาจจะเป็นได้ มีการหวังผลทางคดี เป็นการดิสเครดิต เป็นจิตวิทยาที่คุ้มมาก

- แต่สังคมสงสัยว่าทำไมเมื่อรู้ว่าเป็นเงิน ทำไมไม่ริบเงินของกลางเอาไว้ และทำไมวันเกิดเหตุกล้องวงจรปิดไม่ทำงาน

เป็นสิ่งที่มีพิรุธทั้งนั้น การคืนเงิน ผมมองว่าถ้าเป็นเงินติดสินบน ก็ไม่ควรจะมีการคืนเงินไป เงินที่ใช้ในการกระทำความผิดต้องริบ ประเด็นเงินนี้ดูไม่เหมาะไม่ควร ส่วนจะถ่ายรูป หรือจดเลขที่เงินไว้ก็ต้องมีการดำเนินการ

- มีการตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏการณ์ครั้งนี้ผู้ให้และผู้รับรู้เห็นเป็นใจกัน

ก็อาจจะเป็นไปได้ กรณีถ้ามีการให้กันจริงนะ ไม่น่าจะทำการแบบเปิดเผย เพราะในทางกฎหมายมันผิด ผู้ที่สัญญาว่าจะให้ หรือผู้ใดรับ ก็ผิดนะ คุกทั้งคู่

- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสังคมมองว่ามาตรการศาลหละหลวม

การวิ่งศาล วิ่งได้หรือไม่นั้น ผมไม่รู้ว่าทำได้จริงหรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีใครมาพูดในที่สาธารณะหรอก มันผิดกฎหมาย คิดง่ายๆ ก็แล้วกัน แค่พูดว่าจะไปวิ่งศาลก็หนาวแล้ว (ส่ายหน้า) เรื่องติดสินบนศาล ยืนยันว่าไม่มีประเทศไหนยอมรับได้ เพราะทนายความมีจรรยาบรรณอยู่ ถ้าให้สินบนศาลผิดกฎหมายแล้ว ยังผิดจรรยาบรรณทนายด้วย

- แต่การเป็นทนาย หลักก็คือต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกความชนะ แม้ว่าจะรู้ว่าลูกความกระทำผิดจริงๆ ก็ตาม

เรื่องอย่างนี้พูดยากนะ การทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกความชนะน่ะ มันก็อาจจะไม่ถูกต้องทุกอย่าง แต่ว่าทำทุกอย่างต้องมี 2 อย่างที่ต้องทำ คือทำในสิ่งที่กฎหมายเปิดโอกาสให้ทำ และอีกทางหนึ่ง คือทำทุกอย่างทั้งถูกและไม่ถูกต้อง เช่นสร้างหลักฐานเท็จ หรือใช้วิธีที่เรียกว่าทำให้ทุกคนเป็นพวกเรา

- ติดสินบนด้วยใช่ไหม

ไม่รู้...(ส่ายหน้า) เอาเป็นว่าเป็นการทำให้ทุกคนเป็นพวกเรา

- ชื่อย่อ ธ.ธง ยืนยันว่าไม่ใช่ "ธนา"

ครับ ผมยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ มีแต่คนโง่และบ้าเท่านั้นที่จะทำอย่างนี้ ผมจะไปทำทำไม คุกเปล่าๆ แต่ถ้าสมมุติว่าเป็นเรื่องจริง ถามว่าแล้วเขาจะทำกันอย่างนี้หรือเปล่า ก็ไม่ชัดว่าเป็นอย่างไร อาจจะไม่ใช่ติดสินบน อาจเป็นสินน้ำใจ ค่าน้ำร้อนน้ำชา เพียงแต่ว่า จำนวนเงินมันสูง เรื่องนี้มันพิสดารเกินไป ที่จะไปทำอะไรกันง่ายๆ อย่างนี้

ที่มา หน้า 11 หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551
 


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: พรรณชมพู ที่ 26-06-2008, 11:01
เงินสองล้านนั่น ไม่ใช่ขายนาฬิกานะ เค้าเปลี่ยนใหม่แล้ว..
ไม่ใช่ขายพระเครื่องตามแผนคุณจีฯด้วย

จากมติชน

---------------------------

เปิดคำให้การ 'ธนา ตันศิริ' เครือญาติ 'คุณหญิงอ้อ' - คนหิ้ว 2 ล้านติดสินบน จนท.ศาลฎีกา
     วันที่ 25 มิถุนายน 2551 - เวลา 22:56:22 น. 
 
 
 

คลิกอ่าน ... คำพิพากษาศาลฏีกา ฉบับเต็ม (อย่างเป็นทางการ)

หมายเหตุ'มติชนออนไลน์'- เป็นคำให้การต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ของนายธนา ตันศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นผู้นำเงิน 2 ล้านบาทใส่ถุงขนมไปให้แก่เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งศาลมีคำสั่งลงโทษผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คนคือ นายพิชิฎ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียทนาย และนายธนา คนละ 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล

จากคำให้การพบว่า นายธนา 'เป็นดอง' กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยที่ 2 ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก

สำหรับคำให้การของนายธนาดังกล่าวมาจากคำสั่งศาลฎีกาที่ 4599/2551
--------------------------
ทางไต่สวนได้ความจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 3(นายธนา ตันศิริ) ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นผู้ประสานงานของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจนมาน ชินวัตร (จำเลย)เกี่ยวกับคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2550(คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก) เนื่องจากภริยาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร

ในวันที่ 9 มิถุนายน 2551 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา นายบุญชาญ อักษรสุวรรณ นำเงินค่าซื้อบ้านของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 บางส่วนมาชำระตามสำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย  ซึ่งต่อมาได้มีการจ่ายเงินที่เหลือและโอนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2551 ปรากฏตามสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน  สำเนาโฉนดที่ดิน  และภาพถ่ายบ้านตามเอกสาร

ในตอนเช้าของวันเกิดเหตุ(วันที่ 10 มิถุนายน 2551) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไปประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศาลฎีกาตามปกติเนื่องจากเป็นวันที่ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานต้องมารายงานตัวหลังจากกลับจากต่างประเทศ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ให้ภริยาเตรียมของฝากไปให้เจ้าหน้าที่ด้วยเนื่องจากประสานงานกันได้ราบรื่นไม่มีข้อติดขัด  ภริยาผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซื้อช็อกโกแลตใส่ถุงเตรียมไว้ให้แล้วนำไปวางไว้ในรถบริเวณที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นั่ง

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นำถุงกระดาษใส่เงินจำนวน 2,000,000 บาท ไปใส่ไว้ท้ายรถเพื่อจะนำไปฝากธนาคาร

เมื่อผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไปถึงศาลฎีกาได้พบกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายพิชิฎ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ)จึงพากันไปเดินดูความเรียบร้อยและให้คนขับรถไปหยิบถุงที่เบาะหลังรถตามขึ้นไปให้ที่ชั้น 4

ระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เดินไปที่ห้องพักทนายความได้พบกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2(น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียทนาย) จึงให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไปตามเจ้าหน้าที่ศาลชื่อหม่อมหลวงฐิติพงศ์  ชมพูนุทมาพบที่ห้องพักทนายความแล้ว  ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ก็เข้าไปในห้องพักทนายความคุยกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1

สักครู่คนขับรถก็ถือถุงกระดาษเข้ามาในห้องแล้ววางไว้บนโต๊ะ หลังจากนั้นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เดินออกไป ซึ่งพอดีกับหม่อมหลวงฐิติพงศ์  เดินเข้ามาจึงนั่งคุยกัน

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ขอบคุณหม่อมหลวงฐิติพงศ์ที่การประสานงานในเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการนัดหมายราบรื่นตลอดมาและบอกว่า มีของฝากเล็กน้อยมาให้หม่อมหลวงฐิติพงศ์และน้องๆ
 
หม่อมหลวงฐิติพงศ์ถามว่า เอาอะไรมาฝาก

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ตอบว่า เป็นขนมเล็กน้อยไปแบ่งกันรับประทาน

จากนั้นหม่อมหลวงฐิติพงศ์ลุกขึ้นแล้วหิ้วถุงกระดาษออกไป

เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณมาถึงได้มานั่งรอที่ห้องพักทนายความพร้อมกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ที่ 3 และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์

สักครู่มีคนมาตามผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไปพบเจ้าหน้าที่ธุรการที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์แผนกรับฟ้อง เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ชายเปิดประตูเลื่อนออกแล้วยื่นถุงกระดาษให้พร้อมกับบอกว่า หม่อมหลวงฐิติพงศ์ให้เอาของมาคืน

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 รับถุงกระดาษคืนมาแล้วให้ พ.ต.ท.วทัญญู วิทยภโลทัย นายตำรวจติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ นำไปเก็บไว้ที่รถ หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณรายงานตัวเสร็จก็เดินทางกลับ

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 อยู่รอคุณหญิงพจมานมารายงานตัว เมื่อคุณหญิงพจมานรายงานตัวเสร็จก็เดินทางกลับ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 กลับไปที่รถและถามคนขับรถว่า พ.ต.ท.วทัญญูเอาของมาคืนหรือไม่

คนขับรถตอบว่า เอามาคืนแล้วและเอาเก็บไว้ท้ายรถ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เอะใจจึงไปเปิดกระโปรงท้ายรถและแกะถุงดังกล่าวดูปรากฏว่า เป็นเงินจำนวน 2,000,000 บาท ที่จะเอาไปฝากธนาคาร

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จึงเปิดประตูรถข้างหลังด้านขวาแล้วแกะถุงอีกถุงหนึ่งซึ่งอยู่ที่เดิมและถามคนขับรถว่า หยิบของจากตรงไหนไปเมื่อเช้า

คนขับรถตอบว่า หยิบถุงไปจากกระโปรงท้ายรถ

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เกรงจะเกิดเรื่องยุ่งจึงเดินไปเล่าให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ฟังว่า หยิบถุงผิดไป อยากให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ช่วยนัดหมายหม่อมหลวงฐิติพงศ์เพื่อทำความเข้าใจกัน แล้วผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เดินทางไปทำธุระที่อื่น

ต่อมาเวลาประมาณ 13 นาฬิกา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 แจ้งว่า หม่อมหลวงฐิติพงศ์ได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว
-------------------------------------
 
   
อยากอ่าน คำให้การ ทั้งหมด ท่าทางจะหนุกหนานกว่านิทาน NWO นะเนี่ย


ยิ่งให้การยิ่งยุ่ง  สัญญาซื้อขายที่ดินที่นำมาอ้างที่มาของเงิน เป้นสัญญาที่ทำขึ้นกันเอง ดังนั้นนำมาอ้างว่าได้สัญญาก่อนจะมีการให้ถุงขนมผิด ฟังไม่ขึ้นแน่นอน เพราะมีข้อโต้แย้งได้ การโอนที่ดินหลังวันเกิดเหตุ สามารถมองได้ว่ารีบทำเพื่อเป็นที่อ้างแหล่งเงินสองล้านนั่น น้ำหนักพยานสองกรณีนี้ยากรับฟัง

เงินสองล้าน นำใส่ถุงกระดาษ ไม่นำใส่กระเป๋าเอกสารหรือกระเป๋าอื่นใด ที่มั่นคงแข็งแรงกว่า ก็เป็นที่น่าเคลือบแคลง

อีกทั้งคำให้การพาดพิงถึงจำเลยในคดีสองคน ที่เดินทางมารายงานตัว และอยู่ในห้องทนายด้วย แสดงถึงการนัดล่วงหน้าแล้ว แสดงว่ามีการติดต่อระหว่างจำเลยและทีมทนายก่อนเดินทางมาศาลแน่นอน

อีกทั้งในขณธไปรับของคืน ผู้ที่นำกลับไปใส่รถ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามจำเลยคนหนึ่ง

พันพัวกันยุ่งเหยิง ยิ่งอ้าง จะยิ่งแย่ค่ะ  :slime_v:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 26-06-2008, 11:05
นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ประธานกรรมการมารยาท สภาทนายความ กล่าวว่า หลังจากได้คำสั่งจากศาลฎีกาแล้ว ก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมารยาทสภาทนายความ เพื่อพิจารณาโทษของทั้งสาม โดยโทษคดีละเมิดอำนาจศาลมีสถานเดียวคือ การลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ

รับใช้กันเข้าไป เอิ้กๆ :mrgreen:


เห็นด้วยครับ ลบชื่อออกไปเลย.... :slime_v:     :slime_v:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: jerasak ที่ 26-06-2008, 13:31
ยิ่งให้การยิ่งยุ่ง  สัญญาซื้อขายที่ดินที่นำมาอ้างที่มาของเงิน เป้นสัญญาที่ทำขึ้นกันเอง ดังนั้นนำมาอ้างว่าได้สัญญาก่อนจะมีการให้ถุงขนมผิด ฟังไม่ขึ้นแน่นอน เพราะมีข้อโต้แย้งได้ การโอนที่ดินหลังวันเกิดเหตุ สามารถมองได้ว่ารีบทำเพื่อเป็นที่อ้างแหล่งเงินสองล้านนั่น น้ำหนักพยานสองกรณีนี้ยากรับฟัง

เงินสองล้าน นำใส่ถุงกระดาษ ไม่นำใส่กระเป๋าเอกสารหรือกระเป๋าอื่นใด ที่มั่นคงแข็งแรงกว่า ก็เป็นที่น่าเคลือบแคลง

อีกทั้งคำให้การพาดพิงถึงจำเลยในคดีสองคน ที่เดินทางมารายงานตัว และอยู่ในห้องทนายด้วย แสดงถึงการนัดล่วงหน้าแล้ว แสดงว่ามีการติดต่อระหว่างจำเลยและทีมทนายก่อนเดินทางมาศาลแน่นอน

อีกทั้งในขณธไปรับของคืน ผู้ที่นำกลับไปใส่รถ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามจำเลยคนหนึ่ง

พันพัวกันยุ่งเหยิง ยิ่งอ้าง จะยิ่งแย่ค่ะ  :slime_v:

อ้างขายพระเครื่อง ก็ยังดีกว่าขายบ้านขายที่ดินอยู่ดีครับ..  :slime_bigsmile:

เพราะบ้าน+ที่ดินมันมีหลักฐานพัวพันวุ่นวาย ไหนจะที่มาของบ้านและที่ดิน
ไหนจะราคาประเมิน แล้วยังเพิ่งโอนกัน 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุเงินถุงขนม
ส่วนสัญญาจะืซื้อจะขายทำย้อนหลังได้อยู่แล้ว
ถ้่าถูกจับได้ก็อ้างเหมือนกรณี "คุณหญิงบ่าวตั้ง" คือต้นฉบับหายต้องทำใหม่  :slime_smile2:

ต่อให้มีหลักฐานซื้อขายกันจริง ก็ยังปฏิเสธพฤติกรรมติดสินบนไม่ได้อีก
และไม่สมเหตุสมผลที่จะติดสินบนให้กับตัวเอง แต่พัวพันคดีัทักษิณชัดๆ

เรื่องนี้ต้องถูกทุกฝ่ายนำไปขยายผลอย่างแน่นอน เพราะเป็นหลักฐาน
แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนที่สุด ในหลายครั้งที่เคยมีมา  :slime_smile:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: วาโย ที่ 26-06-2008, 14:10
                               ปุถุชนเสพบาปให้                เห็นหวาน
                               ผลกรรมยังบ่ราญ                 ไป่ซึ้ง
                               ยามใดบาปเบียนบาน            ใจเบิก
                               ร้อนยิ่งร้ายกว่าเชื้อ               ไฟนรก  นรกานต์

                                                                                            :slime_worship:

ปล.ให้ไว้เป็นข้อเตือนใจผู้หลงผิดนะครับ(กรุณาดูภาพคนทั้งสองประกอบอีกครั้ง :slime_smile:)


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: คนไกลเมือง ที่ 26-06-2008, 17:38
จับธนา ตันสิริ ผู้ต้องหาที่ 3 และมีศักดิ์เป็นหลานคุณหญิงพจมาร ชินวัตร ได้แล้วครับ ประกาศจากรายการ News Hour ของคุณเติม กับคุณอัญ
 :slime_fighto: :slime_fighto: :slime_fighto:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: ริวเซย์ ที่ 26-06-2008, 17:42
ถึงเวลา ศาลตัดสิน คดี ของ ทักษิณ กรุณา ยอมรับกันแบบนี้ด้วยน่ะครับ  หวังว่า คงไม่ ก่อม๊อบ อีก... :slime_worship:

ใช่ครับ อย่าลืมย้อนมองคำพูดตัวเองด้วยละกันนะ ถ้าศาลตัดสินออกมายังไง กรุณายอมรับคำตัดสินด้วย อย่าเอาพวกนรกป่วนกรุงมาก่อม็อบทำลายสถานที่ราชการ ทำร้ายผู้คนอีกก็แล้วกัน


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: NA-KORN ที่ 26-06-2008, 18:43

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมให้ข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็น

คดีนี้นับว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ของไทยก็ว่าได้  เป็นคดี
ที่ท้าทายกระบวนการศาล  สมควรแล้วที่ศาลจะลงโทษ
อย่างเด็ดขาด  และดำเนินการหาที่มาของเงินให้ได้และ
ลงโทษเจ้าของเงินให้เด็ดขาด  จะได้รู้กันว่า 

   เงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้เสมอไป  นะจ๊ะ น้องหมู พี่KILL


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: เล่าปี๋ ที่ 26-06-2008, 20:50
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมให้ข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็น

คดีนี้นับว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ของไทยก็ว่าได้  เป็นคดี
ที่ท้าทายกระบวนการศาล  สมควรแล้วที่ศาลจะลงโทษ
อย่างเด็ดขาด  และดำเนินการหาที่มาของเงินให้ได้และ
ลงโทษเจ้าของเงินให้เด็ดขาด  จะได้รู้กันว่า 

   เงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้เสมอไป  นะจ๊ะ น้องหมู พี่KILL



ผมคิดว่าถึงเป็นถุงขนมจริง

อิอิ มันก็ติดสินบนด้วยขนมไงครับ....
:slime_bigsmile:




หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: fineday ที่ 26-06-2008, 22:20

ถ้าเป็นขนมจริงๆ ก็ไม่มีใครติดคุก -- ขนมถุงเดียวไม่ถึงกับเป็นสินบน  แค่สินน้ำใจ ที่พออนุโลมได้

จากที่อ่านๆมาทั้ง ค่อนข้างเชื่อข่าวช่วงแรกๆ ว่าศาลอนุญาตให้ จนท แบ่งกันกินได้
หากสั่งให้คืน "ขนม" โดยเจตนาไม่รับขนมสินน้ำใจ  อาจจะไม่มีการเปิดถุง 


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: fineday ที่ 27-06-2008, 12:10
มีข่าวเพิ่มเติม...
ขอบอกว่า ใครที่สะใจ ใครที่สมน้ำหน้าคุณทนาย นั้น... โปรดคิดใหม่   :slime_fighto:
------------------------------------------

"พิชิฎ" วอนสื่อเสนอข่าวตามความจริง โวย เหตุร้องไห้ เพราะตื้นตันใจ ไม่ใช่กดดันหรือเครียดที่ติดคุก ขณะที่น้องสาว ลั่น ถ้าเป็นไปได้ขอเข้าคุกแทนพี่ชาย บอก จะลาออกจากราชการเพื่อมาดูแลพี่ชายอย่างเต็มที่
       
       จากกรณีที่ศาลฎีกาตัดสินจำคุก นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร, น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดี พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เป็นเวลา 6 เดือนในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ทำให้นายพิชิฏต้องถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นั้น
       
       วันนี้(27 มิ.ย.)ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีญาติ พี่น้อง และเพื่อนทนายของนายพิชิฎ ได้เดินทางมาเยี่ยมนายพิชิฏอย่างไม่ขาดสาย โดยมีเวลาเยี่ยมและพูดคุยกันประมาณ 15 นาที ซึ่งทางด้านเพื่อนทนายของนายพิชิฎ ได้พูดคุยกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันอย่างหนาตาในเชิงขอร้องไม่ให้สื่อนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆเกี่ยวกับตัวนายพิชิฎไปในทางคลาดเคลื่อน เพราะจะทำให้กระทบต่อจิตใจของญาติ พี่น้อง และตัวนายพิชิฎเอง
       
       ซึ่งเพื่อนทนายความคนดังกล่าวยังได้บอกอีกว่าตนเองได้พูดคุยกับนายพิชิฎ ซึ่งนายพิชิฎก็ได้ฝากขอบคุณบรรดาสื่อมวลชนที่คอยติดตามเสนอข่าวและขอบคุณทุกคนที่มีความเป็นห่วง และขอร้องให้ทุกคนสบายใจได้ ไม่ต้องเป็นห่วงตนแล้ว เพราะสภาพร่างกายจิตใจดีขึ้นและเริ่มปรับตัวกับสภาพความเป็นอยู่ได้มากแล้ว และที่ร้องไห้เมื่อวานนี้( 26 มิ.ย.)เพราะตื้นตันใจไม่ใช่เครียด
       
       ทางด้าน นางจิติมา ฟักสะอาด เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นน้องสาวนายพิชิฎ กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจที่พี่ชายต้องติดคุกโดยไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ และไม่มีโอกาสได้โต้แย้งใด ๆส่วนตัวถ้าเป็นไปได้ตนอยากเข้าไปอยู่ในคุกแทนพี่ชาย ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนตัดสินใจจะลาออกจากราชการในวันที่ 1 ก.ค.นี้เพื่อที่จะได้เดินทางมาดูแลพี่ชายได้ทุกวัน
       
       อย่างไรก็ตามอยากขอร้องสื่อไม่ควรมาเยี่ยมนายพิชิฎ จำนวนมาก และอยากขอร้องให้เสนอข่าวเป็นไปในทางที่เป็นกลาง ดั่งเช่นวานนี้ (26 มิ.ย.) สาเหตุที่นายพิชิฎ ร้องไห้เป็นเพราะตื้นตันใจที่มีญาติ พี่น้อง และเพื่อนทนายมาเยี่ยมกันจำนวนมาก แต่ไม่ใช้เพราะกดดันอะไร
       
       สำหรับ นายธนา ตันศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และถูกศาลตัดสินจำคุก 6 เดือน และขณะนี้ถูกอายัดตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์นั้น ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ต.ปิโยรส กัณหะสิริ สารวัตรสืบสวน สน.ลุมพินี ว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เข้าไปพูดคุยกับนายธนา ภายในห้องรักษาตัวของโรงพยาบาล โดยนายธนา ให้การว่า จะต้องรักษาตัวให้ครบตามใบแพทย์ที่แจ้งไว้ คือ 7 วัน โดยจะออกจากโรงพยาบาลได้ในวันอังคารที่ 2 กรกฎาคม นี้ ซึ่งหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการคุมตัวนายธนา เพื่อนำส่งศาลฎีกาดำเนินการออกหมายขังตามคำพิพากษาต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม พ.ต.ต.ปิโยรส กล่าวว่า เพื่อความไม่ประมาท และป้องกัน นายธนา หลบหนี ทางชุดสืบสวนของ สน.ลุมพินี ได้จัดตำรวจเฝ้าอยู่ที่บริเวณหน้าห้องพัก 2 นาย รวม 3 ผลัด ตลอด 24 ชั่วโมง

 ------------------------------------------------------------------

คุณน้องสาวจะลาออกทำตะบวยอะไร? พี่ชายคุณ ตื้นตัน นะ ตื้นตัน ไม่ได้เครียด --- เข้าใจไหม?  :slime_sentimental:


หัวข้อ: Re: จำคุกทีมทนายเหลี่ยมคนละ 6 เดือน กรณีเงิน 2 ล้าน
เริ่มหัวข้อโดย: ฟ้าเข้ม ที่ 27-06-2008, 12:23
คุณน้องสาวจะลาออกทำตะบวยอะไร? พี่ชายคุณ ตื้นตัน นะ ตื้นตัน ไม่ได้เครียด --- เข้าใจไหม?




อันนี้ถ้าให้เดา น้องสาวลาออกมาเพราะตอนนี้มีเงินโอนเข้าบัญชีมา และมากพอที่จะไม่ต้องทำงานแล้วด้วย

ส่วนพี่ชายน่าจะตื่นตันเพราะได้ไปถั่วดำเสี่ยอู๊ดรึปล่า  :slime_v: