ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)

ทั่วไป => สภากาแฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: public limited ที่ 23-07-2007, 18:01



หัวข้อ: สิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย ที่ต้องเริ่มจากการลิดรอน
เริ่มหัวข้อโดย: public limited ที่ 23-07-2007, 18:01
ประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ คำเหล่านี้กำลังถูกใช้กันมากในช่วงเหตุการณ์ปัจจุบัน ด้านหนึ่งก็ใช้อ้างว่า "ได้เพิ่มสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้น" อีกด้านก็อ้างว่า "ประชาชนจะถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพมากขึ้น" ตกลงแล้ว สิทธิเสรีภาพประชาชน นี่มันเพิ่มหรือลดลงกันแน่นะ?  แล้วสิทธิเสรีภาพอย่างในปัจจุบันนี้ มันมาฮิตได้อย่างไร?

ความจริงแล้ว "สิทธิเสรีภาพ" ก็หากระทำอิสระได้เสียทั้งหมดทุกเรื่อง ยังต้องมีกรอบกฏเกณฑ์เพื่อเป็นตัวควบคุมให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ไม่เกินเลย. "ประชาธิปไตย" ก็เช่นกัน คือไม่ใช่แค่เสียงข้างมากเพียงอย่างเดียวแล้วจะเหนือทุกสิ่ง มันอยู่ที่ประโยชน์และความเหมาะสมต่อคนในสังคมนั้นๆ ต่างหาก

ประเทศใดเดินออกจากประชาธิปไตย หรือกลับสู่ประชาธิปไตยช้าไม่ทันใจพระเดชพระคุณ ก็จะถูกประเทศมหาอำนาจประนาม ไม่ยอมรับ โดนกีดกันและคว่ำบาตร เพื่อบังคับให้ปฏิบัติตาม ...แต่ทว่าเราก็ยังเห็นประเทศมหาอำนาจนั้นทำการค้ากับจีน หรือมีสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารบางประเทศในตะวันออกกลาง จนบางทีอาจถึงขั้นแอบสนับสนุนเสียเอง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะ ถ้ามีอุดมการณ์ที่บริสุทธิ์จริง !!??

ความจริงแล้ว ประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ ของโลกใหม่ทุกวันนี้ มันก็ถูกสร้างขึ้นจาก การกดขี่ ข่มเหง ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ของผู้อยู่มาก่อนหน้าทั้งนั้น. ดูอย่างประเทศต้นแบบในยุโรปหรืออเมริกากลาง ล้วนเคยรุกร้ำดินแดน หรือล่าอาณานิคม โดยอ้างความอารยะ อ้างสิทธิโน้นนี่ เพื่อเข้าไปครอบครองและควบคุม จำกัดสิทธิเสรีภาพ หรือตีกรอบให้เจ้าของดินแดนเดิม ซึ่งในบางทีรวมถึงตีกรอบลดอาณาเขตให้อาศัยด้วย โดยไม่จำเป็นต้องรับฟังเสียงของประชาชนผู้อยู่ในแผ่นดินนั้น กลับไปสร้างระบบปกครองให้เขาเหล่านั้น ตามแบบที่ตนกำหนดขึ้นเอง เอื้อต่อตนเอง แล้วให้เขายอมรับว่านี่คือความถูกต้องเจริญแล้วซึ่งรูปแบบการปกครอง !!

หรือนี่คือนัยว่าประชาธิปไตยที่ดีและมั่นคงในแบบของเจ้าตำรับ ต้องถูกสร้างขึ้นจากเผด็จการ ยึดอำนาจรัฐประหาร ก่อนนะ!? ...ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า ที่มาของประชาธิปไตยในโลกใหม่ แบบประเทศมหาอำนาจเขาดำรงมา และเรียกร้องให้ผู้อื่นยึดตามนั้น ได้ถูกตัดออกไปไม่พูดถึงว่าแลกมาได้อย่างไร ในดินแดนที่เข้าไปครอบครอง  แต่กลับมุ่งเน้นพูดถึงเฉพาะตรงผลที่ประชาชนจะได้รับแทนว่า เมื่อเอากรอบนี้ครอบให้แล้ว ประชาชนภายใต้รัฐธรรมนุญนี้ จะมีหน้าที่ มีสิทธิ เสรีภาพอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างไร ตรงไหนที่ต้องยอมจำกัดหรือลดเสรีภาพลงบ้าง ก็เพื่อความสงบเรียบร้อยในการปกครองสังคมคนหมู่มาก

ที่เหล่าประเทศมหาอำนาจเขาบีบบังคับขู่เข็ญชาติอื่นในปัจจุบัน เพราะเขาเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐาน เอาตัวเองที่ผานขั้นตอนการพัฒนากระบวนการประชาธิปไตยมาจนเต็มใบ อยู่ตัวแล้ว มาวัดคนอื่นที่เขาก็พยายามกำลังมุ่งไป แต่เพราะปัจจัยต่างๆ ความพร้อม ความรู้เท่าทันในสังคมมันยังไม่เท่ากัน สิ่งที่ประเทศมหาอำนาจทำเหมือนกับ ผู้ใหญ่ที่บังคับเด็ก โดยที่ตนเองก็ลืมวัยรุ่นในอดีตแล้วว่า ครั้งตนยังพัฒนาก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเด็กสมัยนี้. มันก็คือช่วง gap ทางประชาธิปไตยที่ยังห่างกัน. ถ้าประเทศมหาอำนาจหัดเข้าใจตรงนี้ว่าเหตุและปัจจัยคนอื่นเป็นอย่างไร เทียบในวัยของตนเสียบ้าง มันก็คงจะลดปัญหานานาลงไปได้อีกระดับหนึ่ง

ประชาธิปไตยที่ดีนั้นมีขึ้นได้ ถ้าประชาชนนั้นเข้าใจถึงแก่นแท้การปกครอง มีความรู้ทัดเทียมกัน รู้เท่าทันชนชั้นปกครอง หรือเพียงแค่ทุกคนมีจิตสำนึกดีเพื่อประเทศจริงๆ การออกเสียงแล้วชนะด้วยเสียงข้างมาก ย่อมเป็นธรรมและยังประโยชน์ต่อสังคมนั้นได้ แต่ถ้ายังมีความต่างกันในระหว่างชนชั้นปกครองกับชนชั้นผู้ออกเสียง อย่างในประเทศด้อยพัฒนา อำนาจที่ได้รับมานั่นย่อมไม่อาจแน่ใจได้ว่าคือความถูกต้องเป็นธรรมจริง เพราะเสียงข้างมากย่อมซื้อหาได้ง่าย จากประชาชนที่เห็นแก่ตัว ด้อยความรู้

ดังนั้นมามองกันที่ เนื้อหาสาระที่ประชาชนจะได้รับกันดีกว่า ดีกว่าที่จะมองว่า มีที่มาจากใคร ใครนั้นเป็นพวกไหน หรือมองเพียงแค่ จะทำตามข้างที่ตนสนับสนุนหรือศรัทธา โดยไม่ต้องใช้สติคิดไตร่ตรองด้วยตนเอง. วันนี้อย่าไปพูดถึงเลยว่า "รับ แปลว่าสนับสนุนเผด็จการโจร-ไม่รับ แปลว่ารักประชาธิปไตย" เพราะเอาเข้าจริงแล้ว มันก็มองกลับได้ว่า "รับ แปลว่ารักประชาธิปไตย-ไม่รับ แปลว่าสนับสนุนทรราช เผด็จการทุนนิยม" ได้เช่นกัน มันไม่มีประโยชน์ที่จะมาคิดตื้นๆ แค่เลือกเพราะยืนขั้วไหน. มุ่งดูสิ่งที่จะนำมาใช้เป็นกรอบของคนทั้งประเทศดีกว่า ว่าคนไทยจะได้อะไร ควรปรับแก้ไขตรงไหนให้เหมาะสมกับสังคมอย่างบ้านเรา

ประชาธิปไตย เหมือนเป็นแพ็กเกจพร้อมกับ สิทธิ เสรีภาพ ทุนนิยม การค้าเสรี ฯลฯ ที่ล้วนแล้วแต่ให้ประโยชน์ย้อนกลับแก่ผู้ใช้อำนาจนั้น น่าแปลกที่เมื่อประเทศมหาอำนาจจะเข้าหาประโยชน์จากคนอื่นจะใช้ เสรี ทุนนิยม แต่เมื่อตนเสียประโยชน์บ้าง จะใช้ประชาธิปไตยในสภายับยั้งหรือกีดกัน เรียกได้ว่าฉลาดที่จะเลือกใช้ดาบปกป้องหรือหาประโยชน์เข้าประเทศตน   แต่ในประเทศไทยกลับใช้ดาบที่ลอกแบบเขามานั้นเพื่อฟันกันเอง แล้วเบี่ยงเอาตัวเปล่าๆ ไปรับคมดาบต่างชาติที่พุ่งเข้ามาอย่างอิสระเสรี !!!