ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด (รุ่นแรก)

ทั่วไป => สภากาแฟ => ข้อความที่เริ่มโดย: 55555 ที่ 17-06-2007, 10:13



หัวข้อ: บทเรียนมรดกการเมือง'ทักษิณ'
เริ่มหัวข้อโดย: 55555 ที่ 17-06-2007, 10:13
16 มิถุนายน พ.ศ. 2550 00:01:00
 
บทบรรณาธิการ

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :      ภายหลังคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัว ได้เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณขึ้นมาทันที ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อกดดันต่อแรงบีบทางการเมืองและทางคดี ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การเคลื่อนไหวหลังอายัดถือว่าเป็นความพยายามอย่างมากในการต่อสู้ทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่กำลังถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอร์รัปชัน และสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง

อันที่จริง ก่อนหน้านี้ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวมาบ้างแล้ว แต่เริ่มมีมากขึ้นหลังจากพรรคไทยรักไทยถูกตัดสินให้ยุบพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง 111 คน และดูเหมือนฝ่ายรัฐบาลและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ก็ประเมินตรงกันว่า เป็นความเคลื่อนไหวเพื่อตัวพ.ต.ท.ทักษิณเอง เนื่องจากตัวเองอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีหลายกรณี แต่อาจจะประเมินต่ำไปว่าขนาดพ.ต.ท.ทักษิณอยู่นอกประเทศ จะมีความสามารถในการขับเคลื่อนกลุ่มการเมืองได้ถึงเพียงนี้ จนสร้างปัญหาที่จะเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ

หากเราย้อนกลับไปในสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในอำนาจ เราอาจจะไม่แปลกใจนักที่เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมาจนตัวเองไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีเสียงเตือนจากนักวิชาการนักวิเคราะห์การเมืองหลายคนว่า การบริหารประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณคือตัวปัญหา เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และเขาพร้อมจะจัดการกับทุกคนเมื่อมีโอกาส ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าแปลกอย่างมากที่เป็นผู้นำการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แต่เขากลับไม่ยอมรับความคิดความเห็นที่แตกต่างใดๆ เลย

ดังนั้น วิกฤติชีวิตของพ.ต.ท.ทักษิณในครั้งนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญ และหากเป็นวิกฤติที่ไม่มีโอกาสแก้ไขจริงๆ เขาอาจต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเหน็ดเหนื่อยมาทั้งชีวิต ผลที่สุดแล้วก็แทบไม่เหลืออะไรเลย อีกทั้งอาจเผชิญกับตราบาปจากสังคมอย่างที่ไม่มีผู้นำไทยคนใดเจอมาก่อน แต่ทั้งหมดก็เนื่องมาจากการใช้อำนาจทางการเมืองของเขานั่นเอง ซึ่งมีทั้งการใช้อำนาจทางการเมืองในทางที่ผิดนับครั้งไม่ถ้วน มีทั้งการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งการใช้อำนาจเช่นนี้เองที่ทำให้สังคมแตกแยก

หากมีใครสักคนกล่าวว่าความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นมรดกตกทอดของยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่ผิดจากความจริงเท่าใดนัก ซึ่งจะเห็นว่าความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ ก็มีเรื่องราวของพ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น แต่สิ่งที่น่ากลัวขณะนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มถึงทางตันและไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากการแตกหัก หากไม่มีวิธีการที่ดีมาจัดการปัญหาความขัดแย้ง และสังคมไทยก็เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเกิดความสูญชีวิตผู้คนและทรัพย์สินอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

แต่ไม่ว่าทางออกสังคมไทยจะออกมาอย่างไร เราเห็นว่าสังคมไทยในช่วงนี้ได้รับบทเรียนสำคัญ หากเราเห็นว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อจะก้าวสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต เพราะอย่างน้อยมรดกการเมืองจากยุคพ.ต.ท.ทักษิณก็สอนให้คนไทยรู้ว่า คนที่มาจากการเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องมีความชอบธรรมบริหารประเทศเสมอไป หากเขาฉ้อฉลและประพฤติมิชอบ และยังสอนให้ประชาชนรู้สิทธิและพลังอำนาจของตัวเองในการเลือกพรรคการเมืองที่เข้ามาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ถือเป็นมุมสว่างจากด้านมืดในยุคปัจจุบัน
 
http://www.bangkokbiznews.com/2007/06/16/WW12_1237_news.php?newsid=79232


หัวข้อ: Re: บทเรียนมรดกการเมือง'ทักษิณ'
เริ่มหัวข้อโดย: Cherub Rock ที่ 17-06-2007, 12:00
มันเป็น "กรรม" ของคนไทยเองด้วย
ที่ยอมอุ้มให้คนพรรค์นี้มาบริหารประเทศ
ตั้งแต่คดีซุกหุ้น 1 แล้ว