|
komyen
|
 |
« เมื่อ: 07-06-2006, 22:55 » |
|
"ร้อย"อักษรกลอนกานท์ให้หวานหยด เชลงพจน์รจนาภาษาศิลป์ ฝากเพลงฝันบรรโลมหล้าฝากฟ้าดิน ให้ยุพินยินเพลงบรรเลงรมย์
"รักษ์"อักษรกลอนกวีที่ไพเราะ แต่งให้เหมาะเจาะลงตรงใจสม ทั้งหวานซึ้งตรึงไว้ใจนิยม ทั้งเศร้าตรมขมใจไม่แน่นอน
"กวี"วากย์ฝากฝันบรรโลมหล้า เก็บดาราเรียงสลักเก็บรักซ้อน ก่อนลาจากฝากฝันกับจันทร ช่วยวิงวอนอ้อนคำก่อนอำลา
"วรรณ"ศิลป์ถิ่นไทยวิไลลักษณ์ ร่างจำหลักร้อยเรียงไว้เคียงหล้า ทั้งสาระสุขเศร้าเคล้าน้ำตา ทั้งบอบ้าฮาเฮ"เสรีไทย"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ทิมมี่
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: 07-06-2006, 23:25 » |
|
 ห้องร้อยรักษ์ กวีวรรณ เสกสรรกลอน มีทั้งอ่อน ทั้งแข็ง ตามแรงฝัน แตะการเมือง เรื่องยุ่ง มุ่งตามวัน หรือผกผัน แซวเรื่องรัก มักเฮฮา แหล่งฝึกซ้อม ภาษา พาคล่องมือ กลัวจะทื่อ สนิมเกาะ เลาะมาหา เขียนโน่นนิด นี่หน่อย ปล่อยวาจา กลั่นออกมา บอกเล่า เท่าที่มีอาจถูกใจ หรือไม่ ใช่รู้แจ้ง ก็เขียนแต่ง เติมไป ให้เร็วจี๋ หวังสนุก ปลุกทำ คำวจี สำนวนพี่ น้องลุง มุ่งต่อเติม.....สวัสดีครับ ลุงคมเย็น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
เลิศภพจบพสุธา
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: 07-06-2006, 23:37 » |
|
ร่ายอักษรกลอนกานท์มาสาน"ร้อย" บรรเลงรมย์ตามรอยวรรณศรี สร้างบทเพลงแห่งสวรรค์ชั้นวาที บันทึกถ้อยพจนีย์ที่ทาบทา
บนเส้นทางบากบั่นฉันทะ"รักษ์" วิถีไทยประจักษ์สลักภาษา เขียนกลอนกล่อมโลกโศกอุรา รำพันรักร่วมฟ้าสีอำพัน
ร้อยกรองกรองคำลำนำ"กวี" วางใจใส่วจีที่เลือกสรร หมายจากถ้อยคำจึงจำนรรจ์ เป็นวจนะประพันธ์ดังบันดาล
จากสิบเป็นร้อย รักษ์ กวี "วรรณ" จากร้อยเป็นหมื่นพันมหาศาล จากแสนล้านแทนค่าจักรวาล จากสูงสุดผันผ่านสู่สามัญ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
อำพัน
น้องใหม่
ออฟไลน์
กระทู้: 3
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: 08-06-2006, 01:30 » |
|
"ร้อย"อักษรกลอนกานท์กังวานจิต ร่ายลิขิตบรรเลงเพลงสวรรค์ บันทึกถ้อยพจนีย์ที่รำพัน ร้อยรวมกันเป็นบันไดไต่ฟากฟ้า
"รักษ์"ภาษาเส้นทางวางอักขระ ไม่ลดละความเพียรแวะเวียนหา จากศูนย์พูนเต็มร้อยคอยสอยมา ดังทาบทาแสงทองของตะวัน
"กวี"ความหมายไม่ตายจากโลกนี้ รอยวรรณศรีย่างไปด้วยใจฝัน รำพันรักร่วมฟ้าสีอำพัน ก้าวพร้อมกันด้วยหวังกำลังใจ
"วรรณ"กวียอมพลีแม้ชีวาตน์ ไม่ถึงฆาตเข่นฆ่าได้ฤาไฉน บรรจงจารกานท์รักสลักไว้ เพื่อเตือนใครยามไหลลู่สู่สามัญ
สวัสดีครับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-06-2006, 02:36 โดย Aumpan »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: 08-06-2006, 18:51 » |
|
คุณทิมมี่นี่ว่องไว.................อ่านที่ใดมักเจอะเจอ สรรคำนำเสนอ...................ช่วยบำเรอกล่อมอารมณ์ คารวะคุณเลิศภพ................ผู้เจนจบลือชื่อสม คุณอ้อมพันสรรคารม............น่านิยมชมชื่นเอย ไม่รู้อ่านชื่อคุณอ้อมพันถูกไหม บทท้ายคุณเลิศภพโดนใจจริงๆ สวัสดีทุกคนครับ......คมเย็น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: 08-06-2006, 22:43 » |
|
"ร้อย"ดาวเดือนเกลื่อนฟ้า............ทอฝัน หวัง"รักษ์จักผูกพัน..................พจน์สร้อย ขีดเขียน"กวี"สรร....................สรรพสิ่ง จำหลักเรียง"วรรณ"ร้อย............ร่วมไว้รอยสมัย
ใจรักจำหลัก"ร้อย"...............รจนา ฉันทลักษณ์"รักษ์"ภาษา............สืบไว้ หวัง"กวี"รุ่งเรืองตรา..................ตราบชั่ว กัลป์นา "วรรณ"วากย์ฝากโลกไซร้...........บ่สิ้นสุดเลย
ร้อย....พันสรรเสกร้อย................รจนา รักษ์...สิ่งศิลป์ภาษา..................สืบสร้าง กวี.....วากย์บ่โรยรา..................เรืองรุ่ง วรรณ..ศิลป์บ่โรยร้าง.................รุ่งเรื้องนิรันดร
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2006, 18:16 โดย komyen »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
เลิศภพจบพสุธา
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: 09-06-2006, 01:20 » |
|
"ร้อย" คำเคียงร่วมเข้า.........เรียงความ "รักษ์" อักษราราม..............เรื่อไว้ "กวี" เขียนขีดตาม..............ตรองตรึก "วรรณ" ศิลป์สืบไซร้...........สลักสร้อยภาษา
"วรรณ" กรรมกล่าวถ้วน.......ทวนแถลง "กวี" เปลี่ยนร้อยแก้วแปลง....ปรับถ้อย "รักษ์" อักขระแสดง............ดังสดับ "ร้อย" บทร้อยกรองร้อย.......รักร้อยเรืองสมัย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
อำพัน
น้องใหม่
ออฟไลน์
กระทู้: 3
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: 09-06-2006, 06:06 » |
|
ร้อย...มะลิใส่ไว้..............ในพาน รักษ์..ร่ายรำนำหวาน........ส่งให้ กวี....แก้วร่วมจดจาร........ประดิษฐ์ คำเอย วรรณ.สืบสานศิลป์ไซร้.....รักแล้วยากถอน
สวัสดีครับ ผมอำพันครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
พริกขี้หนู
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: 09-06-2006, 14:18 » |
|
ยินดีค่ะที่เป็นกระทู้ติดหมุด
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
morning star
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: 09-06-2006, 20:30 » |
|
ร้อยพันหมื่นแสนล้านคำรำพัน รักษ์กลอนไทยร่วมกันไม่พลันหาย กวีกลอนอักษรภาษาไทย วรรณ ชนชาวไทย ภูมิใจจัง 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
 อย่าเดินตามใคร เพราะเรามีจุดมุ่งหมายของเราเอง
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: 10-06-2006, 00:48 » |
|
ร้อย.....เรียงเละตุ้มเป๊ะ.............ปวดหมอง รัก.......สุรายาดอง.................เบียร์เหล้า กวี.......แกร่วแก้วหนี่งสอง........สามสี่ ชักเซ วัน.......ตื่นคืนดื่มเข้า...............ค่ำแล้วเฮฮา
วัน.......ยังค่ำดื่มเหล้า..............เมามาย กวี.......ตื่นตอนสาย.................สว่างซ้ำ รัก.......เพื่อนพวกมากมาย..........เมาบ่อย บ่ดี ร้อย.....รักมักชอกช้ำ................ดื่มเช้าดื่มเย็น ขอบคุณ คุณอังศนาที่แนะนำ สวัสดีทุกท่านครับ.....คมเย็น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: 27-06-2006, 20:49 » |
|
ยี่สิบหกมิถุนามาบรรจบ เป็นวันครบชาตะกาลของท่าน"ภู่" คารวะมือประนมบรมครู ได้เรียนรู้รักกลอนแต่อ่อนเยาว์
"พระอภัยมณี"เพลงปี่เพราะ กลอนเสนาะทั้งสนุกสุขทุกข์เศร้า "พระไชยสุริยา"เคยเรียนเพียรท่องเอา ทั้งก.กา ก.เกาเราชอบจัง
(พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง ว่าจากเรือนเหมือนนกที่จากรัง อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย
เมื่อยามค่ำย่ำฆ้องจะร้องไห้ ร่ำพิไรรัญจวนหวนละห้อย โอ้ยามดึกดาวเคลื่อนเดือนก็คล้อย น้ำค้างย้อยเย็นฉ่ำที่อัมพร)
สองบทขานอ่านเพียงครั้งยังจำได้ จับหัวใจให้สุโขสโมสร บันดาลใจไฝ่รักเป็นนักกลอน ท่าน"สุนทร"สอนถ้อยถักร้อยเรียง
นิราศร้างนิราศร่ำ"รำพันพิลาป" ยังกำซาบกาพย์กลอนฉะอ้อนเสียง เคยอ่านไปให้ย่าฟังข้างตั่งเตียง มิเคยเกี่ยงเลี่ยงการงานที่ทำ
น้อมเคารพนบพระคุณ"สุนทรภู่" สร้างศิลป์ชูคู่ชาติให้ชื่นฉ่ำ กาพย์กลอนโคลงจรรโลงหล้าพ้นอาธรรม ขอน้อมนำสำนึกคุณ"สุนทร"เอย (.....)จาก พระอภัยมณี เมื่อวานครบรอบวันเกิดสุนทรภู่ สวัสดีครับคุณ river
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
banana_dot
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: 28-06-2006, 20:29 » |
|
ลองเล่นโคลงดูไม่รู้ใช้ได้รึปล่าว ถ้าผิดตรงไหนขออภัยเด๊อ.. ร้อย...รักโลภโกรธหลง...ฤหาญ รักษ์...กาลวิเวกหว่าง.....ดาวไว้ กวี....กล่อมบทพิกุล......ชรเกตุเกล้า วรรณ...กรรมสุดไร้แดน.....กั้นกำบังไว้
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-06-2006, 06:52 โดย banana_dot »
|
บันทึกการเข้า
|
-"ภาพแห่งความทรงจำ แม้จะเลือนรางไปตามการเวลา หากแต่เป็นเรื่องที่มีคุณค่าทางจิตใจ ย่อมจะย้อนกลับมาทำให้มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงเสมอ "
|
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #16 เมื่อ: 29-06-2006, 19:10 » |
|
ขอบคุณ คุณอังศนา ทำให้ได้ศึกษาไปด้วย ผมเองอยากแนะนำแต่ไม่มีปัญญา
ร้อย....รักโลภอีกทั้ง..........โกรธหลง รักษ์...จิตควรจักปลง.........ปล่อยหว้าง กวี......เขียนยากยังงง.......งกเงิ่น วรรณ...ช่วยย้อมใจว้าง.......ฝึกไว้ตามวิสัย
ขออิงของคุณอังตามวิสัย คุณด็อทลองดูบ่อยๆนะครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #17 เมื่อ: 30-06-2006, 21:18 » |
|
.....ช่วงหนึ่งในชีวิต เคยไปตรากตรำ ลุยน้ำ นอนแพ.... .....อยู่ที่ทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์.....
เรือนแพ... ริมกระแสธารใสไหลล้นฝั่ง คลื่นกระฉอกระลอกพัดซัดเสียงดัง เฉาะแฉะฟังเป็นจังหวะประทะแพ
ริมเรือนแพแลปลามาเวียนว่าย สลาดสวายกรายกดกระดี่กระแห นกโผผินบินไปไกลตาแล เหนือกระแสสายชลค้นหาปลา
ลมพัดเฉื่อยเรื่อยมาพาชื่นฉ่ำ เห็นเรือน้อยลอยลำน้ำจรดฟ้า ใบไม้ร่วงหล่นธารลอยผ่านมา เอาเท้าราเล่นทำน้ำกระเซ็น
น้ำกระเพื่อมแพเขยื้อนเหมือนโยกเยก เอกเขนกอิงเขนยเคยนั่งเล่น ฟังเพลงรักเรือเร่เวลาเย็น สุขดังเป็นเช่นวิมานในธารทอง
จวนโพล้เพล้เวลาเย็นเห็นแดดอ่อน ตะวันรอนสท้อนแสงรังสีส่อง ตะวันทาบฉาบธารางามน่ามอง ตะวันล่องลานทีสีเรื่อแดง
นั่งล้อมวงตรงแพลานอาหารพร้อม มีแกงอ่อมหอมเหลือกลิ่นเนื้อแห้ง ข้าวสวยพร้อมน้ำพริกผักตักน้ำแกง ต่างจัดแจงแบ่งสรรช่วยกันกิน
กินพออิ่มพอดีมีอดบ้าง หากินกลางแก่งแควกระแสสินธุ์ สุขพอเพียงเคียงฝันมั่นดวงจินต์ รักไม่สิ้นถิ่นธาร"บ้านเรือนแพ"
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #18 เมื่อ: 06-07-2006, 22:44 » |
|
เรือนแพแลฝั่งฟ้า...................ฝากฝัน หลับตื่นทุกคืนวัน..................คลื่นเพ้อ ดังเพลงกล่อมสุขสันต์.............กระซิบสั่ง รอรักเราฤาเก้อ.....................อยู่ไร้แรมศรี
เรือน้อยลอยล่องน้ำ................เหน็บหนาว สายหมอกบังแสงดาว.............รุ่งเช้า ตะวันเจือเรื่อแสงขาว..............ไขม่าน ฟ้านา นกร่อนเวหาเร้า.....................เร่งร้องเรียกกัน
เรือ......น้อยลอยล่องน้ำ...........กลางชล เปล่า...เปลี่ยวเหลียวหาคน........คู่เคล้า เรา......เราพายล่องลอยวน........หาฝั่ง เปลี่ยว..เปล่าเงียบเหงาเศร้า......โศกช้ำเดียวดาย
เขาสูงยอดเสียดฟ้า..................ผาหิน เงาสท้อนวาริน.......................วาดน้ำ พายเรือล่องชลสินธุ์..................กระแสส่ง ตรงมุ่งหมายพายจ้ำ..................จ่อคุ้งแควธาร
เรือนแพแลฝั่งโพ้น....................พฤกษ์ไพร ชื่นชุ่มชอุ่มใบ.........................โบกฟ้า ลมโบกโยกโยนไหว..................วาดกิ่ง นกผินบินจากหล้า.....................แหล่งพื้นโผไป
เรือนแพแลฝั่งน้ำ.......................นองชล มีหมู่ปลาเวียนวน......................ว่ายเคล้า ริมหาดกรวดทรายปน.................น้ำเปี่ยม สงบสุขปลดทุกข์เศร้า.................โศกร้างกลางฝัน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #19 เมื่อ: 13-07-2006, 23:12 » |
|
ร้อย..อักษรสลับแกล้ง.........กลกวี กล....หลากมากแบบมี........บทอ้าง บท...บาทวาดวรรณศรี........กวีวากย์ กวี....จักมิจางร้าง..............จากหล้าแหล่งสยาม
กลบท นาคบริพัตธ์ แอบเรียนมาจาก อ.อังศนา
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #20 เมื่อ: 14-07-2006, 20:35 » |
|
ภูเขาเขาป่ายขึ้น..........ปีนลง สุดยอดยอดเขาตรง........สู่ฟ้า ใจมุ่งมุ่งเจตน์จง.............จักป่าย ปีนนา พลัดตกตกเขาล้า..............เหนื่อยแล้วลงเขา
อันนี้เรียก บุษบารักร้อย
นึกคำนึงคู่น้อง...........เนาว์เคียง รักอย่าร้างอยู่เรียง........ร่วมเหย้า สองฟากสู่ฟังเสียง..........เฝ้าสั่ง หวังรักเวียนร่วมเว้า..........ร่ายไว้รอยหวาน
อันนี้เรียก อักษรสลับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-07-2006, 20:45 โดย komyen »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #21 เมื่อ: 17-07-2006, 19:06 » |
|
จันทร์เพ็ญเห็นแจ่มหล้า...........ลอยหาว ดึกดื่นหมื่นพันดาว..................เด่นฟ้า น้ำค้างพร่างพรมพราว..............ไพรพฤกษ์ เย็นฉ่ำน้ำชุ่มหล้า...................โลกล้วนหลับไหล
เรไรหรีดหริ่งร้อง.........ระงมเสียง ฟังนั่งวังเวงเพียง.........พรากน้อง เคยแนบแอบอกเคียง....เคล้าคู่ ฟังแผ่วเพลงรักพ้อง.......ร่ำร้องเรียกขวัญ
ลมหยุดพัดพฤกษ์ล้วน........หลับฝัน ป่าเปลี่ยวร้างห่างหัน.........ร่ำไห้ ในอ้อมกอดแสงจันทร์........จักห่ม หนาวเฮย อ้อมกอดพี่ร้างไร้..............รักน้องนอนหนาว
ดาวตกแสงวูบแล้ว.........ลับสลาย เสน่หาฤาจักวาย............ว่างร้าง ยิ่งดึกนึกใจหาย.............หวนโศก ใจเปลี่ยวเหลียวอ้างว้าง...ว่างแล้งรักหาย
ลำธารไหลชะล้าง...........กรวดทราย กระซิบเล่าหลากหลาย......เรื่องเศร้า กรวดนิ่งมิติงกาย.............ทรายโศก เรานั่งฟังยังเฝ้า...............โศกเศร้าสุดฝืน
ฝากสายธารกระซิบถ้อย.........ฝากคำ ฝากโศกฝากเศร้าระกำ..........สุดร้าว ฝากดาวฝากเดือนนำ............คำรัก ไปรา ฝากนุชฝากโน้มน้าว............เรียกน้องกลับคืน
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #22 เมื่อ: 19-07-2006, 20:35 » |
|
ล้วนเล่ห์ลิ้นลวงหลอกบอกให้หลง เจ็บจิตจงใจจำถลำเชื่อ คนคิดคดแค้นคลั่งยังเศร้าเจือ น้องนิ่มเนื้อนงนุชดุจกากี
สุดโศกเศร้าแสบแสนแค้นใจนัก เรืองร้าวรานร้างรักหักอกพี่ เมื่อไม่มองหมองหม่นเชิญคนดี พี่พร้อมพลีเพราะแพ้แก่รักเธอ
กลบทเบญจวรรณ๕สี
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #23 เมื่อ: 20-07-2006, 20:32 » |
|
หมั่นหมั่นเขียนเพียรตรองให้ต้องจิต ค่อยค่อยคิดลิขิตกลอนให้อ่อนหวาน หวังหวังไว้ให้น้องใจต้องการ รอรอนานผ่านมาพากังวล
นับนับดูรู้ดีพี่คอยเจ้า ทุกทุกเช้าเฝ้าคอยอยู่บ่อยหน นานนานทีที่เธอยิ้มอิ่มกมล หวั่นหวั่นจนเธอพ้นไปไม่กล้ามอง
แอบแอบส่งบรรจงใส่กลอนให้อ่าน คอยคอยนานผ่านไปใจยิ่งหมอง นึกนึกหัดตัดสินใจให้กล้าลอง แบ๊ะแบ๊ะร้องแบ๊ะแบ๊ะพลันฉันรักเธอ
กลบท ธงนำริ้ว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #24 เมื่อ: 21-07-2006, 20:50 » |
|
หมั่นหมั่นเรียนเพียรใส่ใจไว้บ่อยบ่อย วันวันคอยค่อยฝึกนึกซ้ำซ้ำ เหมือนเหมือนเพื่อนเหมือนพี่ที่ทำทำ ค่อยค่อยจำคำครูรู้จริงจริง
ดูดูท่าอย่าถลำทำโง่โง่ กล้ากล้าโวอย่าโม้ป่วนควรนิ่งนิ่ง เฉยเฉยช้าอย่าลุกลนอย่างลิงลิง เลิกเลิกสิ่งเสียหายให้ดีดี
กลบท มยุราฟ้อนหาง
ฝึกสมองลองแต่งดูรู้ดีชั่ว แต่งมั่วมั่วมันมันอย่าขันขำ ฝึกให้คล่องลองให้รู้ดูให้จำ ลองลองทำลองลองนึกลองฝึกดู
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #25 เมื่อ: 25-07-2006, 22:05 » |
|
ชีวิตเรา เราสร้าง ทางชีวิต บางครั้งคิด คิดถอย บ่อยบางครั้ง ใจยังสู้ สู้ไม่ไหว แต่ใจยัง คงใจหวัง หวังนั้น มั่นคงใจ
มั่นรักเธอ เธอรู้ไหม ใจมั่นรัก คนไหนจัก จักไฝ่ ใครคนไหน ดั่งไฟสุม สุมขอน ร้อนดั่งไฟ ในทรวงไหม้ ไหม้รักรุม สุมในทรวง
กลบท พระจันทร์ทรงกลด
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ธ.ส.
|
 |
« ตอบ #26 เมื่อ: 26-07-2006, 19:13 » |
|
คำกวีรีร่ายระยับจับ ฟังสดับขับขานกังวานใส คำไพเราะเพราะพริ้งกว่าสิ่งใด หาเปรียบไม่คำกวีที่นี่เอย
กวีการเมืองเรื่องคอขาด ถ้อยคำบาดขยาดหูดูเสียวไส้ นักการเมืองกินเมืองเรื่องจานไร ขอละไว้ไม่กล่าวถึงหนึ่งเพลา
ใจอยากร่ายระยับให้จับจิต ในใจคิดคำหวานได้ปานไหน อ่านกวีบทกลอนแล้วนอนใจ เราหนึ่งไซร้ก็กวีมีอารมณ์
อันการเมืองเรื่องรกหูดูอุบาทว์ เรื่องของชาติเอามาเล่นเป็นอิเหนา มีคนดูมีคนติดคิดแล้วเมา โถอิเหนาประโลมโลกย์โศกระทม
ขออภัยถ้ากลอนนี้มันไม่นิ่ง เพราะทุกสิ่งยามนี้น่าชวนหัว เดี๋ยวก็รักเดี๋ยวก็หวาดเดี๋ยวก็กลัว ดูมั่วๆในอามรมณ์ระทมจริง
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-07-2006, 18:34 โดย ธ.ส. »
|
บันทึกการเข้า
|
ปีนี้เราจะได้ Triple Champ
คุณพนันกับผมไม๊ แต่ผมไม่พนันกับคุณนะ
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #27 เมื่อ: 27-07-2006, 17:28 » |
|
ยิน......ยลงานท่านค้น..........ขีด..............เขียน ดี........ยิ่งสิ่งพากเพียร..........พจน์............ได้ ต้อน.....คำร่ำวนเวียน............วาด.............แต่ง รับ.......ว่าแววกวีใกล้............แต่งได้เขียน...ดี
สวัสดีครับคุณ ธ.ส.
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ธ.ส.
|
 |
« ตอบ #28 เมื่อ: 27-07-2006, 20:04 » |
|
ยามนี้มืดครึ้มอึมครึมนัก ใจจะพักสักงีบก็น่าสน ลมเย็นๆใกล้จะบ่ายดูน่ายล แสนสับสนงานไม่ล่วงง่วงจริงๆ
มือหนึ่งพิมพ์มือหนึ่งคลิกยิกๆสู้ เหลือบมาดูเกือบจะบ่ายแล้วนี่เหวย ตายละหวาข้าวปลายังไม่เชย โอ้อกเอ๋ยอดข้าวเที่ยงเดี้ยงเลยตู
ฟังท้องไส้ให้ปั่นป่วนรัญจวนจิต ใจก็คิดจิตก็เห็นเป็นอาหาร ว่าจานข้าวอาหารปลามากันบาน บอร์ดเป็นจานเมาส์เป็นหมูดูน่ากิน
คิดแล้วซึ้งซึ่งก็เห็นเป็นเช่นธรรม พระมานำทำให้จิตนิ่งสิเหวย พุทโธพุทโธโอ้ท้องเอย หิวแล้วเว้ยไปกินข้าวดีกว่าตู
สวัสดีหลังเพลคุณ Komyen หวข้าวแล้วไปก่อนนะ เดี๋ยวมาใหม่
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-07-2006, 20:07 โดย ธ.ส. »
|
บันทึกการเข้า
|
ปีนี้เราจะได้ Triple Champ
คุณพนันกับผมไม๊ แต่ผมไม่พนันกับคุณนะ
|
|
|
|
THE THIRD WAY
|
 |
« ตอบ #29 เมื่อ: 27-07-2006, 20:44 » |
|
****"100"..อย่าว่า แต่หนึ่งร้อย บางแห่งน้อย ห้าสิบบาท มันแจกแหลก ไม่สนว่า จะเป็น เบี้ยหัวแตก ขอให้ได้ เสียงแลก ก็พอใจ ***"รัก"..แต่ปาก บอกว่า กติกา ที่ทำมา ล้วนหลีกเลี่ยง น้ำใสใส วิธีการ มันมหา โคตรจั*** มันทำไป เพราะต้องการ ครองแผ่นดิน **"กวี"..ร้อย กวี ตีข่าวกล่าว พูดเรื่องราว ก็ไม่ฟัง ช่างใจหิน คนที่มี แต่รอยบาป คราบมลทิน ฟ้าดินคง ลงโทษ เข้าสักวัน *"วรรณ-"..กรรม ของประเทศ ต้องบันทึก ว่ามันนึก ยังไง? สมานฉันท์ แต่พวกพ้อง ล้วนแต่ ปากเป็นมัน วันหนึ่งกรรมตามทัน......นู่นตราง ----------------------------------------------------- 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ความรักนั้นหวาน ไม่ว่าจะรับหรือให้ ************************ การขับไล่ทรราช เป็นภารกิจของเจ้าของประเทศ
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #30 เมื่อ: 28-07-2006, 18:31 » |
|
สอบอ...สบาย...ยิ่งแล้ว............ลุง................ขอ มอ.......มาก.....อยากหยุดยอ.....ยก...............ให้ ยอ.......อย่า.....ปล่อยสัตว์"หอ"...นำ..............โชค หอ.......ห่วง.....กลัวคุกใกล้........อยากให้โชค...ดี
จากลุงคม เย็นใจ สวัสดีครับคุณธ.ส. คุณ3rd way ช่วยมาแก้คำที่ถูกดาวกาๆหน่อย อยากอ่านเต็มๆ ใช้คำใกล้เคียง จะได้ไม่โดนกา
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ดอกฟ้ากับหมาวัด
|
 |
« ตอบ #31 เมื่อ: 31-07-2006, 03:10 » |
|
ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้ ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา ทั้งคนมีคนจนแต่ต้นมา ใช้ภาษาไทยทั่วทุกตัวตน
เด็กตะโกนกึกก้องร้องเรียกแม่ เริ่มใช้คำไทยแท้มาแต่ต้น ไม่มีต่างภาษามาปะปน ทุกทุกคนก็สุขกายสบายใจ
แม่อยากให้ลูกรักได้พักผ่อน ก็ไกวเปลให้นอนจนหลับใหล สำเนียงกล่อมร่ายร้องทำนองไทย ติดหูแต่สมัยโบราณมา
พอโตขึ้นส่งเจ้าเข้าโรงเรียน ได้เริ่มอ่านเริ่มเขียนเรียนภาษา ภาษาไทยนั้นได้พัฒนา เป็นภาษาขีดเขียนได้เรียนกัน
บ้างชอบอ่านถ้อยคำทำนองเสนาะ ภาษาไทยไพเราะไม่แปรผัน มีเสียงวรรณยุกต์ทุกทุกชั้น ขับร้องกันง่ายดายคล้ายดนตรี
ฉะนั้นหรือจะไม่ให้รักเจ้า ภาษาไทยของเรามีศักดิ์ศรี เกิดเป็นไทยคนหนึ่งเราจึงมี ของดีดีชื่อว่า ''ภาษาไทย''
''ภาษาไทย'' ม.ล. ปิ่น มาลากุล
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-07-2006, 03:12 โดย ดอกฟ้ากับหมาวัด »
|
บันทึกการเข้า
|
***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ
น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
|
|
|
|
999
|
 |
« ตอบ #32 เมื่อ: 31-07-2006, 03:37 » |
|
อาลัยรัก รักอะไร ไม่ทราบได้ แต่ก็คล้าย คล้ายรักเธอ เสมอนี่ หากเป็นรัก รักแล้ว แม้วคนดี ขอสักที ที่เว้นวรรค ไม่ทักเลย...
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ดอกฟ้ากับหมาวัด
|
 |
« ตอบ #33 เมื่อ: 31-07-2006, 07:15 » |
|
มาครวญคร่ำร่ำหา''อาลัยรัก'' สุดใจหักลาแล้วพ่อแม้วนี่ พวกเหาเห็บหนีกระจายไม่ใยดี หากเว้นวรรคสักทีคงดีแท้
ไปครวญคิดให้ดีมีเหตุผล หากตั้งหน้าฝ่าประจญคงพ่ายแพ้ ที่ผ่านมาร้าวลึกถูกลอยแพ เว้นวรรคทีคงดีแน่เลียแผลใจ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-07-2006, 08:03 โดย ดอกฟ้ากับหมาวัด »
|
บันทึกการเข้า
|
***ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินเปรียบเสมือนเรือ ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำ
น้ำพยุงเรือให้แล่นไปได้ และน้ำก็จมเรือได้เช่นกัน***
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #34 เมื่อ: 31-07-2006, 18:22 » |
|
วันนี้วุ่นนักเว้น.................หนึ่งวรรค เรื่องป่วนราษฎร์ไป่รัก........ปวดร้าว ใจโก่งจิตกินจัก...............โกงโจ่ง แจ้งนา ในพรรคเน่าเพียรน้าว..........เพื่อโน้มพรางนัย
เสียดายโคลงอักษรสลับ มาใช้กับคนขี้โกง สวัสดีคุณดอกฟ้า คุณ๙๙๙
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #35 เมื่อ: 01-08-2006, 19:01 » |
|
อยากจะเป็นเช่นกวีมีใจฝัน ทุกคืนวันสรรวจีที่เหมาะเจาะ จะเรียงถ้อยร้อยอักษรกลอนไพเราะ เขียนโคลงเพราะเสนาะฉันท์บรรโลมจินต์
อยากฝากฝันบรรเลงเพลงกล่อมหล้า เชลงพจน์รจนาภาษาศิลป์ เชลงกานท์หวานล้ำฉ่ำฟ้าดิน จนกายสิ้นวิญญาณลาญแหลกไป
สรรอักษรกลอนโคลงจรรโลงโลก ให้คลายโศกกล่อมสุขทุกสมัย ให้ใจรักอักษราภาษาไทย ให้คงไว้ในแผ่นดินจนสิ้นกาล
เขียนเมื่อวันภาษาไทย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ประกายดาว
|
 |
« ตอบ #36 เมื่อ: 01-08-2006, 19:35 » |
|
ร้อยคำความผูกเคียงคือเรียงถ้อย ฤาชะรอยใจหมายในภาษา บรรเลงต่างบทเพลงเจรจา ส่งผ่านมาละมียดละไมซึ้งในการ
ประสานความประสาใจเพื่อให้รู้ ใคร่ครวญดูจะเห็นความตามขับขาน ความลึกล้ำจึงดำดิ่งถึงวิญญาณ ณ วันวาร ถึงวันนี้ ที่มีใจ/color]
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #37 เมื่อ: 01-08-2006, 20:10 » |
|
จำเรียงถ้อยร้อยความวาบหวามจิต ร่างลิขิตเขียนกลอนได้อ่อนหวาน อ่านแล้วซึ้งตรึงจิตติดวิญญาณ ช่างขับขานกานท์เสนาะเพราะจับใจ
จากวันวานถึงวันนี้ไมตรีจิต เคยมอบมิตรสนิทมั่นมิหวั่นไหว ความรู้สึกลึกซึ้งละเมียดละไม ยังคงไว้ไม่เปลี่ยนผันทุกวันคืน
สวัสดีครับ หนูดาว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ประกายดาว
|
 |
« ตอบ #38 เมื่อ: 01-08-2006, 20:31 » |
|
ร้อยคำความผูกเคียงคือเรียงถ้อย ฤาชะรอยใจหมายในภาษา บรรเลงต่างบทเพลงเจรจา ส่งผ่านมาละมียดละไมซึ้งในการ
ประสานความประสาใจเพื่อให้รู้ ใคร่ครวญดูจะเห็นความตามขับขาน ความลึกล้ำจึงดำดิ่งถึงวิญญาณ ณ วันวาร ถึงวันนี้ ที่มีใจ/color]
ฤา จะหวั่นไหวหวามตามภาษา ใช่ร่ำหารำพันถึงซึ่งใครไหน หนึ่งเดียวนั้นหนักแน่นในฤทัย ครองใจไว้หวานหนึ่งซึ้งนานเนาว์
ไม่อาจเปรียบดาริกากล้าแสงวิบ ซึ่งระยิบฝากฟากฟ้าไปหาเขา ในล้ำลึกซึ้งประสานผ่านสองเรา ฤาความเขลาชั่วราตรีที่ปลงใจปล. ประเดี่ยวจะหาคำสุดท้ายมาแทนคำว่า "ใจ " นะคะ สวัสดีค่ะ ลุงคมเย็น
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #39 เมื่อ: 01-08-2006, 22:15 » |
|
เปรียบเธอเป็นเช่นดาวสกาวฟ้า ทุกคืนคราราตรีมีแขไข ยังมีดาวพรางพร่างกลางฟ้าไกล เป็นธงชัยนำชีวิตจิตผูกพัน
หวังสักวันฝันเป็นจริงได้อิงแอบ สนิทแนบน้องได้ดังใจฝัน เธอคือดาวเราคือดินถวิลกัน เพียงแค่นั้นรำพันไปใจเศร้าตรม
เขียนยังงี้รู้สึกหนุ่มขึ้นอีก๔๐ปี
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ThailandReport
|
 |
« ตอบ #40 เมื่อ: 02-08-2006, 02:00 » |
|
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-09-2006, 00:56 โดย ThailandReport »
|
บันทึกการเข้า
|
The only thing necessary for the triump of evil is for good men to do nothing !! สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย !
|
|
|
|
ประกายดาว
|
 |
« ตอบ #41 เมื่อ: 02-08-2006, 20:33 » |
|
เปรียบเธอเป็นเช่นดาวสกาวฟ้า ทุกคืนคราราตรีมีแขไข ยังมีดาวพรางพร่างกลางฟ้าไกล เป็นธงชัยนำชีวิตจิตผูกพัน
หวังสักวันฝันเป็นจริงได้อิงแอบ สนิทแนบน้องได้ดังใจฝัน เธอคือดาวเราคือดินถวิลกัน เพียงแค่นั้นรำพันไปใจเศร้าตรม
เขียนยังงี้รู้สึกหนุ่มขึ้นอีก๔๐ปี
หนูเป็นเพียงแค่ดาวดวงเล็กเล็ก เป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืนช่างสงสัย ลุงคมเย็นรำพึงหวานไปถึงใคร แม่ไอ้หนูคนไหนกันคะลุง 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ThailandReport
|
 |
« ตอบ #42 เมื่อ: 02-08-2006, 20:43 » |
|
เปรียบเธอเป็นเช่นดาวสกาวฟ้า ทุกคืนคราราตรีมีแขไข ยังมีดาวพรางพร่างกลางฟ้าไกล เป็นธงชัยนำชีวิตจิตผูกพัน
หวังสักวันฝันเป็นจริงได้อิงแอบ สนิทแนบน้องได้ดังใจฝัน เธอคือดาวเราคือดินถวิลกัน เพียงแค่นั้นรำพันไปใจเศร้าตรม
เขียนยังงี้รู้สึกหนุ่มขึ้นอีก๔๐ปี
หนูเป็นเพียงแค่ดาวดวงเล็กเล็ก เป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืนช่างสงสัย ลุงคมเย็นรำพึงหวานไปถึงใคร แม่ไอ้หนูคนไหนกันคะลุง  ไม่กลัวลุงเขาตอบว่า...ไปส่องกระจกเอาสิหลาน !! เหรอ?
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
The only thing necessary for the triump of evil is for good men to do nothing !! สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย !
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #43 เมื่อ: 02-08-2006, 22:06 » |
|
เธอดุจเป็นเช่นดาวสกาวแสง ส่องฟ้าแจ้งแข่งจันทร์เฝ้าฝันถึง ถนอมรักปักใจไฝ่รำพึง รำพันซึ้งคนึงหาทุกราตรี
ตรองใจคิดติดใจครวญคอยหวนหา เห็นท้องฟ้าคราใดตรึงใจพี่ พราวประกายดาวพร่างกระจ่างฤดี ดลชีวีชี้ทางสว่างเอย
ยังงี้ต้องบอกว่า กลอนพาไปอภัยด้วยช่วยเกื้อหนุน สวัสดีครับคุณดาว คุณไทยแลนด์ ข้างบนเป็นกลบท งูกระหวัดหาง คำสุดท้ายวรรคต้นกับคำแรกวรรคต่อไป จะเป็นอักษรเดียวกันไปเรื่อยๆ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-08-2006, 23:02 โดย komyen »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
999
|
 |
« ตอบ #44 เมื่อ: 02-08-2006, 22:19 » |
|
จะแต่งกลอนเนิบนาบกลัวนานนม น้องหนูดมชมแล้วก็ผลักไส สอนให้รักไม่ยักจะทอดใจ จากเมื่อใดให้ลืมเสมอเลย
ร่วมนัวเนียคลอเคลียเหมือนหนังแขก ขับขานแหลกแหกค่ายอย่างขื่นขม ขัดตรงจิตคิดไปไร้อารมณ์ ร่วมชื่นชมคมคำอย่างธรรมใจ..
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
softly gun
|
 |
« ตอบ #45 เมื่อ: 03-08-2006, 00:26 » |
|
ร้อยครบร้อย นับไว้ ได้หนึ่งหมื่น ร้อยยังตื่น นับไป ได้ถึงแสน ร้อยระยับ นับใจ ในดินแดน ร้อยความแค้น นับตก อกเอ๋ยกู
รักษ์แสนรักษ์ รักใคร ไทยทั้งชาติ รักษ์ผูกขาด รักฉัน นั้นเลิศหรู รักษ์สังคม รักมิตร คิดเฟื่องฟู รักษ์โลกรู้ รักจริง ยิ่งงดงาม
กวีครบ จบกวี เป็นที่หนึ่ง กวีจึง ตามกวี ไม่มีถาม กวีเห็น เป็นกวี ทำดีตาม กวีหยาม เศษกวี ธุลีดิน
วรรณะปน ชนชั้น สำคัญเลิศ วรรณะเกิด ชนหยุด สะดุดหิน วรรณะเร่ง ชนสู้ สุดชีวิน วรรณะสิ้น ชนมา ประชาธิปไตย ---------------------------------
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2006, 02:13 โดย softly gun »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
999
|
 |
« ตอบ #46 เมื่อ: 03-08-2006, 00:57 » |
|
ขอ แต่ง กลอน หนึ่ง บท สะ กด จิต
ไทย ต้อง คิด พิษ ร้าย ทัก ษิณ หรือ
รัก ตี ด้วย หนึ่ง ใจ สะ หาย คือ
ชาติ ด้วย สื่อ ข่ม ชั่ว ใจ ส่อ ธรรม
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-08-2006, 01:00 โดย 999 »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #47 เมื่อ: 04-08-2006, 18:46 » |
|
วรรณ...วากย์อยากร่วมสร้าง..............ร้อย.....พัน กวี......ร่างรจเรขสรรค์.....................รักษ์....ไว้ รักษ์....หวังหลั่งรินฝัน......................กวี......ฝาก โลกเฮย ร้อย.....คิดเรียงคำให้.............ฝากไว้..วรรณ...ศิลป์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #48 เมื่อ: 08-08-2006, 18:52 » |
|
แม่เราเขาบ้านนอก............ชาวนา งานตรากตรำตลอดมา........แม่สู้ ทนเหน็ดเหนื่อยกายา.........มิย่อ ท้อเลย แม่ส่งลูกเรียนรู้.................โลกกว้างทางเจริญ
แม่เราเขาเก่งแท้............ทำงาน เช้าค่ำทำอาหาร............อร่อยแท้ วันยังค่ำชื่นบาน.............มิบ่น เหนื่อยเลย รักลูกรักผัวแม้...............ยากแท้ยังทน
แม่เราเขาฉลาดด้วย........ใจดี สอนลูกอย่าอยากมี.........มักได้ เขียนได้อ่านออกซี..........คนเก่ง สอนลูกร่ำเรียนไว้............เพื่อรู้ทันคน
แม่อ่านกลอนให้ลูก..........รับฟัง นิทานเก่าเฝ้าปลูกฝัง........ไฝ่รู้ คุณธรรมพร่ำสอนยัง..........เยาว์อยู่ ให้ซื่อสัตย์ใจสู้................ระลึกรู้คุณคน
ลูกแม่เติบใหญ่แล้ว..........รักเรียน บากบั่นหมั่นพากเพียร.........เที่ยงแท้ อยากให้แม่ยังเวียน.............สอนสั่ง ลูกแม่คนซื่อแม้....................ยากไร้ใจดี
รักแม่อยากกราบเท้า...........แม่เรา รักแม่อยากอยู่เนา.............แนบข้าง รักแม่ช่วยแบ่งเบา...........ยามทุกข์ รักแม่จุดธูปอ้าง.............เอ่ยรู้บูชา
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
komyen
|
 |
« ตอบ #49 เมื่อ: 09-08-2006, 21:57 » |
|
"รัก"ไหนในโลกนี้.........เทียมเทียบ ดัง"แม่"รักจักเปรียบ........เท่าฟ้า ชีวิต "ที่"สงบเงียบ.............เรียบง่าย แม่นา รักแม่ใหญ่"สุด"หล้า...............สุดฟ้าสุดดิน
...แม่รักลูก "รัก"ล้น..........เหลือคณา สายเลือด"แม่"หลั่งมา..........กล่อมเลี้ยง ...ดื่ม "ดูด"กษิระธารา.............จากอก ..."ดื่ม"ด่ำฉ่ำรักเพี้ยง.................ดั่งน้ำทิพย์สวรรค์
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|